
เมื่อสึนามิเศรษฐกิจถล่มไทย จีดีพีวูบ-หนี้ท่วม-โรงงานปิดตัว
เมื่อสึนามิเศรษฐกิจถล่มไทยจีดีพีวูบ-หนี้ท่วม-โรงงานปิดตัว : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4197
KEY
POINTS
- วิกฤตเศรษฐกิจส่งผลให้กระทรวงการคลัง ปรับลดคาดการณ์จีดีพี (GDP) ปี 2569 เหลือเพียง 1.6% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพอย่างมาก
- ประชาชนเผชิญภาวะหนี้สินครัวเรือนท่วมสูงเฉลี่ยเกือบ 5 แสนบาทต่อครัวเรือน ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศพังทลาย และการใช้จ่ายติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี
- ภาคอุตสาหกรรมเผชิญวิกฤตหนัก โรงงานโดยเฉพาะกลุ่ม SME ทยอยปิดตัวลงจากปัญหาต้นทุนพลังงาน และสินค้าจีนราคาถูกที่ทะลักเข้าสู่ตลาด
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,197 ระหว่างวันที่ 3-6 พ.ค. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
*** สถานการณ์ “เศรษฐกิจไทย” ในปี 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อ “ปัจจัยลบ” จากภายนอกอย่าง สงครามตะวันออกกลาง ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือน หลังเหตุการณ์เกิด 28 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มแปรสภาพเป็น “สึนามิเศรษฐกิจ” ที่ซัดถล่มโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยอย่างรุนแรง ล่าสุด กระทรวงการคลัง โดย วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ต้องจำใจหั่นประมาณการจีดีพี ปีนี้ลงเหลือเพียง 1.6% ซึ่งเป็นการยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยกำลังโตต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็นอย่างมาก โดยมีเงาของเงินเฟ้อที่ระดับ 3% คอยตามหลอกหลอนจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งทะยาน
*** หันไปมองที่ “ภาคแรงงาน” และ “ปากท้องประชาชน” สถานการณ์เข้าขั้น “โคม่า” ผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดย ธนวรรธน์ พลวิชัย เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า แรงงานไทย 98% แบกหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละเกือบ 5 แสนบาท และที่น่าเศร้าคือ ส่วนใหญ่เป็นการกู้มาเพื่อ “ประทังชีวิต” และ “จ่ายหนี้เก่า” ไม่ใช่การกู้เพื่อสร้างรายได้ใหม่ เมื่อรายได้ไม่พอกับค่าครองชีพที่แพงขึ้นทุกหย่อมหญ้า การใช้จ่ายจึงหยุดชะงัก สะท้อนผ่านเม็ดเงินที่ “ติดลบ” ครั้งแรกในรอบ 5 ปี เป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังซื้อภายในประเทศพังทลายลงแล้ว
*** ฟากภาคอุตสาหกรรม เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงว่า โรงงานไทยกำลังทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่ม SME และ อุตสาหกรรมแปรรูปที่สู้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบไม่ไหว ซ้ำร้ายยังต้องรับศึกหนักจาก “สินค้าจีน” ที่แห่ทะลักเข้ามาดัมพ์ราคาแย่งตลาดในอาเซียนและไทยแบบไร้ทางสู้ ขณะที่อุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ที่เคยเป็นความหวังเดียว ก็กำลังถูกบีบด้วยต้นทุน น้ำมันอากาศยาน ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่า จนการบินไทยต้องตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนเพื่อลดภาวะขาดทุน
*** เสียงสะท้อนจาก แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ย้ำชัดว่า ไทยต้องการ “Quick Big Change” หรือ การผ่าตัดโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างพลังงานให้เป็นธรรม หรือการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำ มิเช่นนั้นเราจะเห็นการเลิกจ้างงานครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้
*** ท้ายที่สุด สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่ “ยาแรง” จากรัฐบาล ทั้งมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” (แจกเงิน 4,000 บาท รัฐ 60 ประชาชน 40) ที่หวังจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบกว่า 2 แสนล้านบาท แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป็นเพียงการ “ต่อลมหายใจ” ชั่วคราวในช่วง 4 เดือน แต่ในนาทีที่ “เศรษฐกิจไทย” กำลังถูกพิษสงครามเล่นงานแบบนี้ ยาชนิดไหนที่ช่วยประคองให้จีดีพีไม่ดิ่งลงเหวไปมากกว่านี้...ก็คงต้องรีบคว้าไว้ก่อน
*** ปรบมือดังๆ ให้กับ “ผู้บริหารหญิง” ที่มีผลงานโดดเด่นระดับแถวหน้าของไทย จนได้รับคัดเลือกโดยผลสำรวจของ FinanceAsia ที่มาจากการเสนอชื่อโดยกลุ่มนักลงทุนและนักวิเคราะห์ทางการเงินที่มีอิทธิพลในเอเชีย ประเมินจากผลงานและผลการดำเนินงานของบริษัท ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มอบรางวัล Woman's Leader ให้ 3 ผู้บริหารที่มีบทบาทในตลาดทุนและอุตสาหกรรมการเงินในเอเชีย ระดับ Gold ได้แก่ "มุกดา ไพรัชเวทย์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอสถสภา, Silver "กอบบุญ ศรีชัย" ผู้บริหารสูงสุด สายงานกิจการองค์กรและลงทุนสัมพันธ์ ซีพีเอฟ บริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก และ Bronze "จรีพร จารุกรสกุล" ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (CEO) WHA
ปิดท้ายปฏิทินข่าว... จังหวัดชลบุรี ร่วมกับ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF จัดงาน “คาราวาน CPF ลดค่าครองชีพประชาชน” ขนทัพสินค้าคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชน สอดรับนโยบายภาครัฐ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างวันที่ 4–8 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี







