
“แล้งลาม-ไฟลุกเศรษฐกิจ" เกษตรกรไทยบนทางตันวิกฤติซ้อนวิกฤติ
“แล้งลาม-ไฟลุกเศรษฐกิจ” เกษตรกรไทยบนทางตัน วิกฤติซ้อนวิกฤติ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4194
KEY
POINTS
- เกษตรกรเผชิญวิกฤตภัยแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ลากยาว ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำทำการเกษตร และเสี่ยงสร้างความเสียหายต่อผลผลิต
- ปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้าจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ยและน้ำมัน ซึ่งเป็นผลพวงจากสงครามในต่างประเทศ ซ้ำเติมปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
- การเผาตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างมลพิษ PM 2.5 โดยบทความเสนอให้รัฐเปลี่ยนจากการรณรงค์ มาใช้มาตรการจูงใจช่วยเหลือแทน
*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4194 “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.2569 โดย กาแฟขม ...แดดแล้งร้อนกลางเดือน เม.ย. ดั่งเปลวเพลิงที่เผาผลาญให้สรรพสิ่งมอดมะลาย อุณหภูมิกลางแจ้งเฉียดใกล้ 40 องศา คลื่นความร้อนถาโถมอย่างเหี้ยมเกรียมเข้าใส่มวลมนุษย์ที่ริอ่านทำลายธรรมชาติก่อน จึงถูกตอบโต้กลับอย่างโหดร้าย ประเทศไทยยามนี้แทบไม่ต่างจากทะเลเพลิงทั่วทั้งอาณาเขต ไม่ว่าจะเยื้องย่างไปทางไหน ร้อนๆๆ ทั้งอากาศและการดำรงชีพที่ถูกเผาผลาญ จากไฟสงครามสหรัฐ อิสราเอล-อิหร่าน ที่ทุบทำลายขุมพลังงานและสั่นคลอนเศรษฐกิจโลก อันทำให้ไทยตกอยู่กับความมอดไหม้นี้ด้วย อย่างยากที่จะฝ่าออกมาได้
*** ว่ากันด้วยเรื่องสภาพอากาศ ฤดูแล้งร้อนของไทยเริ่มปลายเดือนก.พ. ไปสิ้นสุดเอาต้น พ.ค. แต่ปีนี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซุปเปอร์เอลนีโญ จะทำให้ฤดูร้อนแล้งลากยาวไปจนถึงกลาง มิ.ย. หรือ ฝนน้อยไปจนกระทั่ง ก.ค.-ส.ค. ฉะนั้น การบริหารจัดการนํ้า ทั้งสำนักงานทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ (สทนช.)และ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำต้องประสานงานกันให้สมาร์ท ให้นํ้าเพียงพอใช้โดยเฉพาะภาคเกษตร ถ้าประเมินจากปริมาณนํ้าในเขื่อนที่พร่องไปแทบทุกเขื่อนขณะนี้ และหากให้เพาะปลูกเท่าเดิมโดยขาดการวางแผน นํ้าไม่พอแน่
*** พื้นที่ภาคกลางไล่ไปตั้งแต่ปริมณฑลขึ้นไปลุ่มนํ้าภาคกลาง ทำนาปรังกันทุกปี ถ้าทำกันเต็มที่เหมือนเดิม ความเสียหายย่อมตามมา เดือนหน้าตามฤดูกาลเดิมต้องลงข้าวกันแล้ว ฝนไม่เหมือนเดิม แม้บางสายพันธุ์ข้าวใช้นํ้าน้อยก็เถอะ เมื่อถึงเวลาข้าวขาดนํ้าก็เสียหาย ในยามที่เกษตรกรมีปัญหาเงินลงทุนทั้งสายพันธุ์ ปุ๋ย นํ้ามันสูบนํ้าก็มากโขอยู่แล้ว ถ้าลงทุนไปเสียหาย หนี้ที่จมดิ่งอยู่แล้ว ก็จะหนักเข้าไปอีก การบริหารจัดการ นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ต่อเรื่องนี้จึงสำคัญเป็นที่สุด
*** แล้งร้อนก็มอดไหม้แล้ว เจอเผาซํ้าเข้าไปอีก ย่างเข้าเดือน พ.ค.ชาวนาจะลงข้าว ปลาย เม.ย. ก็ตระเตรียมพื้นที่ บางพื้นที่ หลายพื้นที่ แม้รณรงค์ไม่เผาตอซัง “ไม่เผา” ขอให้ใช้วิธีไถกลบ กระทั่งใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง ฟางข้าวเป็นปุ๋ยชั้นดี แต่วิธีการที่ไม่มีต้นทุนและง่ายสุด กลับเป็นการเผาที่เป็นทางเลือกซึ่งนิยมสุด
แต่เลวร้ายสุด ก็ให้สงสัยกลไกการทำงานของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การนำของ มท.1 ที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีระกูล ได้กำชับกำชา ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.บ้างหรือไม่ ในการกวดขัน “ไม่เผา” ฯพณฯ ลองนั่งรถออกไปดูบ้าง จากกรุงเทพฯไปหน่อยเดียว เส้นลำลูกกาปทุมธานี ออกไปทางแปดริ้ว ฉะเชิงเทรา ก็เผากันจนฝุ่นควันทะลัก นครปฐม สุพรรณบุรี อยุธยา ก็เผาฝุ่นควันคละคลุ้ง PM 2.5 พุ่งสูงหายใจกันไม่ได้แล้ว
*** ว่าเฉพาะเรื่องเผาเพื่อพื้นที่ทำเกษตร รัฐบาลอาจลองเปลี่ยนวิธีการ จากการรณรงค์อย่างเดียว โดยไม่มีอะไรให้ หรือ มาตรการพวกไม่ซื้อผลผลิตจากเผาพื้นที่เกษตร อาจไม่ได้ผล หรือ เอาไม่อยู่แล้ว ลองเปลี่ยนเป็นช่วยเข้าไปบริหารจัดการให้ “ไม่เผา ช่วยค่าไถกลบให้เป็นไร่ๆ ไป” “ไม่เผา รัฐช่วยซื้อเมล็ดพันธุ์ให้” “ไม่เผา ให้ยืมรถไถ” “ไม่เผา มาเอาปุ๋ย” หรือให้แต้มต่ออื่นตามความจำเป็นที่รัฐพอจัดหาได้ บางทีอาจได้ผลกว่ารณรงค์เฉยๆ ก็เป็นได้ แต่อย่าบอกว่าวิธีการสร้างแรงจูงใจ “ไม่เผา” ที่ว่าได้ทำมาหมดแล้ว
*** ภาคเกษตรที่เกี่ยวข้องคนส่วนใหญ่ของประเทศ คาบนี้สาหัสจริง ทั้งผลผลิต ราคาขาย ต้นทุนผลิตทั้งนํ้ามัน ปุ๋ยหาไม่ได้ ถ้าหาได้ก็ราคาแพงสู้ไม่ไหว จากผลพวงสงครามที่ว่า คะเนสต็อกปุ๋ยหมิ่นเหม่เต็มที ต้องพึ่งฝีมือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ ที่ล่าสุดวิ่งไปดีลรัสเซียมา คำถามมีอยู่ว่าราคาเท่าไร จัดสรรปันส่วนให้เกษตรกรอย่างไร ในราคาเท่าไร รัฐต้องอุดหนุนไปเท่าไรหรือไม่ อย่างไร
*** ภาวะวิกฤติแบบนี้การบริหาร การกำหนดนโยบายของรัฐบาลสำคัญยิ่ง ต้องรอบคอบ รอบด้านออกมาด้านหนึ่งกระทบด้านหนึ่ง เหมือนกับที่ วิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ชงให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศควบคุมส่งออกนํ้ามันปาล์มดิบ ไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับการอนุญาต สัญญาณที่ตลาดตีความและรับรู้เบื้องแรกเป็นการห้ามส่งออก ก่อนค่อยมาขยายทีหลัง ส่งได้ให้มาขอนุญาต แต่ตลาดรับรู้การคุมผู้ซื้อจึงไปไล่กดราคาเกษตรกรไว้ก่อน ราคาจึงทะยอยลง กลายเป็นสัญญาณกดราคาให้ร่วงซะอย่างงั้น ฝากไปยัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ บริหารราคาสินค้าต้องเก๋า ไม่ตื่นตูม ข้อมูลแม่น ครบถ้วนและรอบด้าน ต้องไม่ลืมว่า แค่คำพูดคำเดียวของรัฐมนตรีพาณิชย์ ก็สะเทือนไปทั้งตลาดแล้ว







