
น้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่งอย่าปล่อยให้ประชาชน“เอาตัวรอดกันเอง”
น้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง อย่าปล่อยให้ประชาชน“เอาตัวรอดกันเอง” : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ4190
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้หลายคนต้องทบทวนแผนการเดินทางในช่วงเทศกาล
- เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและรวดเร็ว ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนปรับตัวและประหยัดเพียงฝ่ายเดียว
- รัฐบาลต้องแสดงภาวะผู้นำในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่น และไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาตามลำพัง
*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,190 ระหว่างวันที่ 9-11 เม.ย.2569 โดย...กาแฟขม
*** สัปดาห์หน้าเข้าสู่เทศกาลมหาสงกรานต์ หยุดยาวเข้าวัด ทำบุญสรงนํ้าพระ รดนํ้าขอพรกราบไหว้ผู้สูงอายุ เยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ เล่นนํ้าสงกรานต์ ประเพณีที่งดงามของไทยสืบเนื่องมาตั้งแต่ปางบรรพ์ คนที่ต้องเข้ามาทำงานต่างเมือง ในเมืองหลวง ถือโอกาสนี้เดินทางกลับถิ่นฐานภูมิลำเนาเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง หรือใช้วาระนี้เดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่างๆ ที่มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ที่เป็นนิยม กระทั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย
*** สงกรานต์ปีนี้อารมณ์คนไทย ที่จะเข้าสู่เทศกาลที่รื่นเริงสนุกสนานนี้แทบไม่เหลือหลอ กร่อยแบบสุดๆ จากราคานํ้ามัน ที่พุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงาน ต้นทุนสินค้าขยับ สินค้าปรับขึ้นยกแผง แพงทั้งแผ่นดิน อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน นํ้ามันดีเซลปรับขึ้นราคาจาก 29.94 บาทต่อลิตร เป็น 50.54 บาทต่อลิตร (ก่อนจะลดลง 2.14 บาทต่อลิตร) หลายคนต้องทบทวนแผนเดินทางท่องเที่ยวกลับภูมิลำเนา ไปหาครอบครัวในเทศกาลสงกรานต์นี้ ความหวัง ความฝันของคนจำนวนไม่น้อยต้องขาดสะบั้นลง
*** วิกฤตนํ้ามันลุกลามอย่างรวดเร็วไปถ้วนทั่วแล้ว กระทั่งในวัดในวา วันก่อน ท่านเจ้าคุณพระพยอม แห่งวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ถึงกับออกปากหยุดบทบาทชั่วคราวช่วยเหลือคนพิการ ผู้สูงวัย เด็ก ไปสักระยะ ด้วยคาบนี้ดูแลอยู่กว่า 1,500 ชีวิต ค่าใช้จ่ายเดือนละ 8-9 ล้านบาท แต่คนมาทำบุญที่วัดลดลง ด้วยเหตุงดการเดินทางอันเนื่องมาจากนํ้ามันแพง รายจ่ายเพิ่ม รายได้ลด แบกไม่ไหว “ต้องให้เขาไปอยู่ที่ไหนสักระยะหนึ่งก่อน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นค่อยรับกลับมาใหม่ อย่ามาต่อว่าเห็นแก่ตัว ไม่มีเมตตาเลย อันเมตตานั้นก็ต้องมีปัญญาด้วย”
*** โลกกำลัง “บีบ” ทุกคนพร้อมกัน บีบผ่านราคาพลังงานที่ยังแกว่งตัวสูง บีบผ่านต้นทุนชีวิตที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ จะอยู่กันอย่างไร รัฐบาลจะ “พูดแล้วทำ” ได้เร็วแค่ไหน พลังงานแพง ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือ “ต้นทุนชีวิต” เวลาพูดถึงพลังงาน คนมักนึกถึงราคานํ้ามัน ค่าไฟ หรือ ค่าแก๊ส แต่ในความเป็นจริง “พลังงาน” คือ เส้นเลือดของระบบเศรษฐกิจทั้งหมด นํ้ามันแพง ค่าขนส่งขึ้น ค่าไฟแพง ต้นทุนการผลิตเพิ่ม ราคาสินค้าปรับขึ้น สุดท้ายคนจ่ายเป็นประชาชน ยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ การปล่อยให้ต้นทุนพลังงาน “ลอยตัวแบบไร้ทิศทาง แทบไม่ต่างกับการปล่อยให้ไฟไหม้บ้าน แล้วบอกให้คนในบ้านปรับตัวเอาเอง”
*** ในวันที่รัฐยังวิ่งไม่ทันปัญหา ประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องปรับตัว และไม่ใช่แค่ประหยัดแต่ต้อง เปลี่ยนวิธีคิด ใช้พลังงานอย่างรู้ค่า ไม่ใช่แค่ลดค่าใช้จ่าย แต่คือ การอยู่รอด บ้านที่เปิดแอร์ทั้งวันต้องคิดใหม่ ธุรกิจที่ใช้พลังงานหนัก ต้องเริ่มลงทุนในประสิทธิภาพ ต้องปรับการประหยัดเป็นยกระดับ“การบริหารพลังงานใครปรับตัวเร็วรอด” ใครรอให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนเดิม เสี่ยงมาก
*** การเรียกร้องให้ประชาชนประหยัด ปรับตัวฝ่ายเดียวดูจะไม่สมเหตุสมผลมากนัก การเรียกร้องให้ประชาชนประหยัด โดยที่รัฐยังจัดการเชิงโครงสร้างไม่ได้ มันคือ การโยนภาระ อย่าลืมว่าประชาชน“ช่วยได้” แต่ “แก้ไม่ได้” รัฐบาลเองต้องทำมากกว่า “พูด” และต้องเร็วกว่า “วิกฤต” คำว่า “เร่งดำเนินการ” “อยู่ระหว่างพิจารณา” “เตรียมมาตรการ” เหล่านี้ประชาชนได้ยินมานานแล้ว พวกเขาต้องการตอนนี้คือ “ผลลัพธ์”
*** พลังงาน ต้องมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ปล่อยให้ผันผวน โครงสร้างราคาพลังงานต้องโปร่งใส กลไกกองทุนนํ้ามันต้องใช้เพื่อ “บรรเทา” ไม่ใช่ “ถ่วงเวลา” เร่งพลังงานทางเลือก ไม่ใช่แค่พูดในแผน ถ้าพลังงานยังไม่นิ่ง ทุกอย่างก็ไม่นิ่ง การสื่อสารต้องชัด ตรง จริงและจริงใจ ประชาชนรับมือวิกฤตได้ ถ้าได้รู้ความจริง แต่สิ่งที่อันตรายที่สุด เป็นความไม่ชัดเจน วิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้วัดแค่ฝีมือบริหาร แต่วัด “ภาวะผู้นำ” ในช่วงเวลาปกติ นโยบายอาจเป็นเรื่องของคะแนนนิยม แต่ในช่วงวิกฤต นโยบายและการปฏิบัติเป็นเรื่องของ “ความอยู่รอด” รัฐบาลที่ดี ไม่ใช่รัฐบาลที่พูดเก่ง แต่เป็นรัฐบาลที่ “ตัดสินใจเร็ว และทำจริง” ต้องไม่ลืมว่าวิกฤตไม่รอการประชุม ปัญหามาโดยไม่ได้รอเอกสาร
*** รัฐบาลหนู 2 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต้องเดินหน้าทำทันทีไม่ใช่วางแผนระยะยาวอย่างเดียว แผนระยะยาวสำคัญ แต่ถ้าคนกำลังจมนํ้า ต้องยื่นมือก่อนจะเขียนแผน ต้องทำทันทีในการกดต้นทุนพลังงานในช่วงวิกฤต ดูแลกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร เอสเอ็มอี
ที่สำคัญที่สุด ต้องสื่อสารตรงไปตรงมา ประชาชนพร้อมปรับตัว แต่รัฐต้องพร้อมนำทำให้เห็น คนไทยไม่เคยหนีปัญหา ไม่เคยกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่คำปลอบใจ แต่เป็นความมั่นใจ เป็นความมั่นใจว่า รัฐรู้ปัญหา มั่นใจว่ารัฐมีแผนและมั่นใจว่ารัฐจะ “ทำ” โดยไม่ปล่อยประชาชนเอาตัวรอดเอง แต่ต้องอยู่รอดไปด้วยกัน...






