
น้ำมันยังไม่คลายปม “ค่าไฟ”ส่อขยับซ้ำ เกมคนไทยกระเป๋าแฟบ
น้ำมันยังไม่คลายปม “ค่าไฟ”ส่อขยับซ้ำ เกมคนไทยกระเป๋าแฟบ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4189
KEY
POINTS
- รัฐบาลตั้งคณะกรรมการ คตร. เพื่อศึกษาและรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน หวังแก้ปัญหาราคาแพงให้แล้วเสร็จใน 15 วัน
- ในขณะที่ปัญหาน้ำมันยังไม่คลี่คลาย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้มีมติให้ปรับขึ้นค่าไฟในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2569
- สถานการณ์ราคาน้ำมันและค่าไฟที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการแพงขึ้น สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนโดยตรง
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,189 ระหว่างวันที่ 5-8 เม.ย. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
*** จังหวะการเมืองยังไม่ทันนิ่ง แต่ “ไฟ” เรื่องพลังงานลุกลามเร็วกว่าที่คิด คำสั่งที่ลงนามโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ผ่าน ราชกิจจานุเบกษา ว่าด้วยการตั้ง “คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง” หรือ “คตร.” ไม่ใช่แค่การตั้งคณะทำงานธรรมดา แต่คือการ “รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน” ที่คาราคาซังมานาน
*** ชื่อชั้นไม่ธรรมดา... มอบให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง นั่งหัวโต๊ะ ดึงทั้งอดีตขุนพลพลังงาน นักวิชาการจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และข้าราชการระดับปลัดกระทรวงเข้ามาร่วมวง ประกอบด้วย ยอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต รมว.พลังงาน, พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการด้ายพลังงาน และ อดีตที่ปรึกษา รมว.พลังงาน, อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก ปิโตรเลียม, อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นอกจากนี้ ยังมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานร่วม เป็นกรรมการ
*** โจทย์ก็ไม่เล็ก…มอบให้ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนด “ค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย” ในการเก็บรักษาน้ำมัน รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรง ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน โดยให้เสนอผลศึกษาต่อ ครม. เพื่อพิจารณาภายใน 15 วัน ... ช่วงหลังสงกรานต์ คงจะได้คำตอบสำหรับคนทั้งประเทศว่า “น้ำมันแพง…แพงจริง หรือมีอะไรซ่อนอยู่? เดี๋ยวได้รู้กัน...
*** แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังไม่ทันแกะปม “น้ำมัน” ให้กระจ่าง “ค่าไฟ” ก็เตรียมขยับขึ้นมารอแล้ว หลังมีมติของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค. 2569 ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ตัวเลขอาจดูไม่มาก แต่สำหรับประชาชน นี่คือ “ต้นทุนชีวิต” ที่ขยับขึ้นทุกเดือน แม้จะใช้ยาแรงอย่าง Claw back กว่า 9.4 พันล้านบาท เข้ามาช่วยประคอง แม้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะยังแบกหนี้สะสมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ไว้แทนคนทั้งประเทศ แต่สุดท้าย…ก็ยัง “ตรึง” ไม่อยู่
*** คำอธิบายเชิงเทคนิคมีครบ…Ft เท่าไหร่ ต้นทุนเชื้อเพลิงเท่าไหร่ แต่คำถามเชิงความรู้สึกของคนยังคงเดิม “ทำไมของมันแพงขึ้น แต่รายได้ไม่ขึ้นตาม?” นี่คือโจทย์ที่ยากกว่าสูตรคำนวณใดๆ ยิ่งเข้าสู่ฤดูร้อน แอร์ทำงานหนัก ตู้เย็นไม่พัก ค่าไฟไม่ได้ขึ้นเพราะนโยบายอย่างเดียว แต่ขึ้นเพราะ “ชีวิตจำเป็นต้องใช้” ต่อให้มีสูตร “5 ป.” ปลด ปิด ปรับ เปลี่ยน ปลูก ก็ช่วยได้แค่ปลายเหตุ…ไม่ใช่ต้นทาง
*** ภาพใหญ่จึงชัดขึ้นเรื่อยๆ ฝั่งหนึ่ง... รัฐบาลตั้ง “คตร.” เพื่อรื้อโครงสร้างน้ำมัน อีกฝั่ง…ค่าไฟยังต้องใช้เงินอุดหนุนมหาศาลเพื่อพยุงราคา ทั้งหมดนี้สะท้อนคำเดียว “โครงสร้างพลังงานไทยกำลังตึงตัว” และไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่มันคือ “แรงกดดันทางเศรษฐกิจ” ที่กำลังไหลลงไปถึงระดับครัวเรือน ระดับรากหญ้า ทั้ง น้ำมันแพง-ขนส่งแพง-สินค้าแพง, ไฟแพง-ต้นทุนธุรกิจสูง-ราคาสินค้าขยับ สุดท้าย…ปลายทางคือ “ประชาชนกระเป๋าแฟบ”
*** โจทย์ของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่ “ตรึงราคา” แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะ “จัดการโครงสร้าง” อย่างไร ให้ระบบนี้ยืนได้โดยไม่ต้องอุ้มตลอดไปเพราะถ้ายังต้องใช้เงินก้อนใหม่มาอุดรอยรั่วก้อนเดิม วันหนึ่งทั้งระบบอาจไม่ใช่แค่ “ตึง” แต่อาจถึงจุดที่ประชาชนรับไม่ไหว 15 วันของ “คตร.” จึงไม่ใช่แค่เดดไลน์ของคณะกรรมการ แต่คือ “เส้นตายของความเชื่อมั่น” ว่ารัฐบาลชุดนี้จะกล้า “แตะของจริง” หรือแค่ “ประคองของเดิม” ไปอีกระยะ







