thansettakij
thansettakij
น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ โจทย์ใหญ่รัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ โจทย์ใหญ่รัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

28 มี.ค. 69 | 23:00 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มี.ค. 69 | 01:12 น.

น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ โจทย์ใหญ่รัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,187

KEY

POINTS

  • ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เป็นภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องอุดหนุนราคาดีเซล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นตาม
  • ค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เสนอทางเลือกในการปรับขึ้นค่าเอฟที (Ft) ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับประชาชน
  • นักวิชาการเสนอให้รัฐบาลใช้แนวทางแบ่งเบาภาระร่วมกันจาก 3 ส่วน คือ กองทุนน้ำมันฯ, ภาษีสรรพสามิต และ ผู้บริโภค พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบ
  • สถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทั้งน้ำมันและไฟฟ้า ถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของรัฐบาลในการออกมาตรการเพื่อ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้กับประชาชน

*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,187 ระหว่างวันที่ 29 มี.ค. – 1 เม.ย.  2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย

*** เหตุการณ์ “ช็อกกลางดึก” จากการประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวเศรษฐกิจรายวัน หากแต่เป็น “สัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง” ที่กำลังสะท้อนปัญหาลึกของระบบพลังงานไทยอย่างชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี ภาพประชาชนแห่เติมน้ำมันในยามค่ำคืน ไม่ใช่แค่ความโกลาหลชั่วคราว แต่คือ “ความไม่มั่นใจ” ที่ปะทุขึ้น แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” กำลังแบกรับภาระมหาศาล การอุดหนุนราคาดีเซลในระดับหลายสิบบาทต่อลิตร ไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนในระยะยาว 

*** แน่นอน เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น สิ่งที่จะตามมาก็คือ “ราคาสินค้า” ก็จะทยอยขึ้นราคาตามมา และสุดท้าย “ค่าครองชีพ” ทั้งระบบก็ขยับตาม “ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์” นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้สะท้อนมุมมองต่อการขึ้นราคาน้ำมัน ว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างมากแม้จะมีเหตุผลจากภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับต้นทุนสูงในช่วงที่ผ่านมา

ในแง่ของกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องอุดหนุนดีเซลอยู่กว่า 20 บาทต่อลิตร การปรับขึ้น 6 บาทอาจช่วยลดภาระลงได้บ้าง วันหนึ่งอาจลดภาระได้ประมาณ 600 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องแบกรับมากกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ในมุมของผู้บริโภค ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สูง และกระทบชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง

ดร.พรายพล ชี้ว่าผลกระทบจะตกหนักกับกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการดำรงชีพ เช่น ผู้ประกอบการขนส่ง ชาวประมง และเกษตรกร ซึ่งจะเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันที และอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป พร้อมเสนอว่า หากจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันในระดับสูง รัฐบาลควรออกมาตรการช่วยเหลือควบคู่กันในเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดแรงกระแทกต่อประชาชนอย่างน้อยมาตรการช่วยเหลือควรออกมาพร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่า ทุกฝ่ายกำลังร่วมรับภาระ ทั้ง รัฐ กองทุน และ ประชาชน ไม่ใช่ขึ้นราคาไปก่อนแล้วค่อยตามแก้ทีหลัง หากมาตรการยังไม่พร้อม ก็ควรเร่งประกาศภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด วันนี้ควรต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือออกมา โดยเฉพาะเมื่อการปรับขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเหนือความคาดการณ์พอสมควร 

*** ดร.พรายพล เห็นว่า ทุกฝ่ายควรต้องร่วมกันรับภาระ แม้แต่ภาครัฐเอง ก็อาจต้องยอมลดรายได้จากภาษีลงบางส่วน ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางควบคู่ไปด้วย พร้อมเสนอแนวทางเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบริหารราคาพลังงาน ควรอาศัยการแบ่งเบาภาระร่วมกันจาก 3 กลไกหลัก ได้แก่ 1.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2.ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และ 3.ภาระที่ผู้บริโภครับผ่านราคาขายปลีก โดยอาจใช้แนวทางเฉลี่ยภาระ เช่น ลดภาระกองทุนลงบางส่วน ปรับลดภาษีบางส่วน และให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนบางส่วน เพื่อให้เกิดความสมดุล

                                   น้ำมันพุ่ง-ค่าไฟจ่อขยับ โจทย์ใหญ่รัฐบาล “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

*** นอกจาก “น้ำมัน” ที่ขึ้นราคาแล้ว อีกด้านหนึ่ง “ค่าไฟฟ้า” ก็กำลังขยับขึ้นตามแรงกดดันต้นทุนเชื้อเพลิงโลก ด้วย “ค่าเอฟที” งวด พ.ค.–ส.ค. 2569 ที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิด 3 ทางเลือกออกมาคือ ในช่วง 3.95–4.59 บาทต่อหน่วย ประกอบด้วย กรณีสูงสุด 4.59 บาท/หน่วย คือการเคลียร์หนี้ต้นทุนคงค้างทั้งหมดให้หมดในคราวเดียว ช่วยฟื้นสถานะการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานให้กลับมาแข็งแรงเร็วที่สุด แต่แลกกับภาระค่าไฟที่กระโดดขึ้นถึง 18% ทันที  

ขณะที่ กรณีกลาง 4.08 บาท/หน่วย และ กรณีต่ำสุด 3.95 บาท/หน่วย  โดยให้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจแบกรับต้นทุนบางส่วนไว้ก่อน พร้อมใช้เครื่องมืออย่างเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) เข้ามาช่วยพยุงไม่ให้แรงกระแทกตกใส่ประชาชนเต็มแรง

*** ทั้งเรื่องขึ้น ราคาน้ำมัน สินค้าขยับตาม ค่าไฟ ก็กำลังจะขึ้น ภาระหนักก็จะตกอยู่กับประชาชนทั้งประเทศ ถือเป็น “หน้าที่ของรัฐบาล” ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่จะต้องหาทางลดผลกระทบ หาทาง "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้กับประชาชน...