thansettakij
thansettakij
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย...ตลาดหุ้นไทยถึงเวลาของผู้กล้า!

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย...ตลาดหุ้นไทยถึงเวลาของผู้กล้า!

13 มี.ค. 2569 | 04:32 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มี.ค. 2569 | 04:50 น.

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย...ตลาดหุ้นไทยถึงเวลาของผู้กล้า! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน เริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย ประกอบกับราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทยที่รวดเร็วกว่าคาด
  • โบรกเกอร์หลายแห่งประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน
  • หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ที่ดีขึ้น ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC) จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และกลุ่มปิโตรเคมี (PTTGC, IVL) จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง

*** ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ดูเหมือนจะรุนแรงและเต็มไปด้วยความตึงเครียดนั้น กลับเริ่มปรากฏสัญญาณผ่อนคลายให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้น เมื่อท่าทีของทั้ง สหรัฐฯ และ อิหร่าน เริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่นุ่มนวลขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้นักลงทุนจำนวนไม่น้อย เริ่มตั้งคำถามขึ้นมาอีกครั้งว่า นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญที่ตลาดหุ้นกำลังจะก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” ของรอบใหม่หรือไม่ 

สำหรับเจ๊เมาธ์ต้องบอกเลยว่า ภาพที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ไม่ได้สะท้อนเพียงแค่การคลี่คลายของความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพของราคาน้ำมันที่เริ่มอ่อนตัวลง การส่งสัญญาณจากผู้นำโลกที่ต้องการลดระดับความขัดแย้ง รวมไปถึงปัจจัยภายในประเทศอย่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไทย ที่ดูเหมือนจะเดินหน้าได้เร็วกว่าที่ตลาดเคยประเมินเอาไว้ก่อนหน้านี้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เจ๊เมาธ์จึงลองรวบรวมมุมมองจากโบรกเกอร์ชั้นนำ 3 แห่ง ที่ออกมาประเมินสถานการณ์ในระยะถัดไปเอาไว้อย่างน่าสนใจ    

เริ่มต้นกันที่มุมมองของฝ่ายวิจัยจาก เอเซีย พลัส ซึ่งประเมินว่าหลังจากมีสัญญาณจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าสงครามใกล้จะเข้าสู่จุดสิ้นสุด เพราะ “ไม่เหลือเป้าหมายให้ถล่ม” อีกต่อไป 
ขณะเดียวกันการตัดสินใจขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ที่อนุมัติการระบายน้ำมันดิบสำรองรวมกว่า 400 ล้านบาร์เรล รวมไปถึงไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้ราวหนึ่งเดือนครึ่ง 

เมื่อรัฐบาลใหม่เริ่มเดินหน้าได้เร็ว นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็มีโอกาสถูกผลักดันออกมาได้เร็วตามไปด้วย และหนึ่งในมาตรการที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนในวงกว้าง 

ด้วยเหตุนี้หุ้นในกลุ่มค้าปลีกจึงถูกมองว่า เป็นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น CPAXT และ BJC ที่มีเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมไปถึงหุ้นเครื่องดื่มอย่าง CBG ที่นอกจากจะได้รับแรงหนุนจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจในฤดูร้อนอีกด้วย 

ในขณะที่ บล.กรุงศรี มองว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า Bottom Out หรือ ได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบไปแล้ว และกำลังจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวตามตลาดหุ้นในภูมิภาค ที่เริ่มรีบาวด์แรงในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดเอเชียที่หลายประเทศปรับตัวขึ้นมาแล้วราว 1–3% 

พร้อมมองว่า หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IVL มีโอกาสได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ขณะเดียวกันหุ้น Defensive อย่าง GULF และ ADVANC ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีรายได้ค่อนข้างมั่นคง และสามารถต้านทานความผันผวนของตลาดได้ดี 

โดยเฉพาะ ADVANC ที่ยังมีปัจจัยบวกจากนโยบายสนับสนุนการทำงานแบบ Work from Home ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้งานเครือข่ายและ Data Traffic ในระยะถัดไป

ส่วน บล.บัวหลวง ประเมินว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในรอบนี้ มีโอกาสจบเร็วกว่าที่หลายฝ่ายเคยกังวลเอาไว้ และหากสถานการณ์ไม่บานปลาย ตลาดหุ้นไทยก็มีโอกาสจะกลายเป็นหนึ่งใน Safe Haven ของภูมิภาคเอเชีย โดยหุ้นในกลุ่มค้าปลีกอย่าง CPAXT และ CRC ยังคงถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่น 

ขณะเดียวกัน ก็เตือนให้นักลงทุนระมัดระวังหุ้นในกลุ่มสายการบินอย่าง AAV และ THAI เนื่องจากแม้ราคาน้ำมันจะลดลง แต่ความไม่แน่นอนของเส้นทางบินในพื้นที่ตะวันออกกลาง ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด 

เมื่อเจ๊เมาธ์มองภาพรวมแล้วก็พบว่า แม้รายละเอียดของบทวิเคราะห์จากแต่ละสำนักจะต่างกันเล็กน้อย แต่ก็มีจุดร่วมสำคัญอยู่หนึ่งอย่าง นั่นก็คือ จุดต่ำสุดของปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง อาจได้ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องสงคราม ราคาพลังงานที่เคยพุ่งแรง หรือแม้แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ 

สุดท้ายแล้วในมุมของเจ๊เมาธ์ ต้องบอกว่า ตลาดหุ้นก็ไม่ต่างอะไรจากสนามรบขนาดใหญ่ เพราะบางครั้งจังหวะที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดขึ้นตอนที่ทุกอย่างสงบเรียบร้อย แต่กลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ “ผู้กล้า” เริ่มมองเห็นโอกาสก่อนใคร

ดังนั้น ในนาทีนี้ดูเหมือนว่าทั้ง ดวง ทั้งจังหวะ และทั้งปัจจัยพื้นฐาน กำลังเริ่มเรียงตัวเข้าหากันอย่างพอดิบพอดี  

ใครจะรู้...เวลาที่ดีที่สุดของรอบใหม่ในตลาดหุ้นไทย อาจกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วก็เป็นได้เจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์