
ผ่ากลยุทธ์“ธนูสามดอก”ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลอนุทิน
ผ่ากลยุทธ์“ธนูสามดอก” ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลอนุทิน : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ยุทธศาสตร์ "ธนูสามดอก" เป็นกลยุทธ์หลักของรัฐบาลอนุทินเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
- ธนูดอกแรก มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- ธนูดอกที่สอง คือ การปฏิรูปทุนมนุษย์และส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยยกระดับทักษะแรงงานและนำเทคโนโลยี AI มาใช้มากขึ้น
- ธนูดอกสุดท้าย เป็นการปลดล็อกกฎหมาย (Omnibus Law) เพื่อลดความซับซ้อนและเร่งรัดกระบวนการลงทุนของภาครัฐและเอกชน
*** หลังจากที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบเขต และ แบบบัญชีรายชื่อ ได้มากกว่า 95% ไปแล้วนั้น สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมาในเวลาอันใกล้ คือ การเปิดประชุมสภาฯ และการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะปรากฏโฉมหน้าเป็นรัฐบาล “อนุทิน 2” ในไม่ช้านี้
แม้ว่ากระบวนการดังกล่าว อาจจะไม่ถูกใจกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่ยังคงมีข้อสงสัยและคำถามคาใจอยู่บ้าง แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง เจ๊เมาธ์เห็นว่า การที่ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหารงานอย่างเป็นทางการ...ย่อมถือเป็นเรื่องดีมากกว่าเสีย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บรรยากาศเศรษฐกิจโลก ยังคงถูกปกคลุมด้วยความผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า และ ผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
โดยโจทย์ที่ท้าทายที่สุดของรัฐบาล “อนุทิน 2” จึงหนีไม่พ้นการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กลับมาแข็งแกร่ง จนนำมาสู่การประกาศวิสัยทัศน์ “ธนูสามดอก” ของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และว่าที่รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยปี 2569
ว่าแต่วิสัยทัศน์ “ธนูสามดอก” คืออะไร และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและหุ้นตัวใดในตลาดหุ้นไทยบ้าง
ธนูดอกแรก มุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด Green Economy ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบาย Direct PPA ที่จะเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรง อันเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) เพราะในยุคที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกให้ความสำคัญกับคาร์บอนฟุตพริ้นต์ การมีพลังงานสะอาดที่เพียงพอ จึงกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกฐานการผลิต
ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จาก บล.กรุงศรี และ บล.บัวหลวง จึงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง GULF และ GPSC ที่มีศักยภาพในการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าหมุนเวียน เพื่อรองรับ Data Center และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ GUNKUL ก็เป็นที่จับตาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน EPC พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ที่จะได้อานิสงส์จากโครงการ Low Carbon City ทั่วประเทศ
ต่อมาคือ ธนูดอกที่สอง ที่ว่าด้วยการปฏิรูปทุนมนุษย์และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายยกระดับทักษะแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge และ การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
เมื่อทั้งภาครัฐและเอกชนต้องเร่งปรับตัวสู่โลกดิจิทัล ความต้องการระบบ Digital Transformation จึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีได้รับบทบาทสำคัญทันที
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส จึงมองว่า หุ้นกลุ่ม Tech Consult อย่าง BE8 และ BBIK จะได้รับแรงหนุนจากความต้องการพัฒนาระบบ AI และ Data Analytics อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเข้ามาลงทุน ก็ส่งผลบวกโดยตรงต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อย่าง WHA และ AMATA ที่กลายเป็นผู้เล่นหลักในแผนผังนี้
ธนูดอกสุดท้าย คือ การปลดล็อกกฎหมายรวบยอด หรือ Omnibus Law เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากในการลงทุน และยกระดับ Ease of Doing Business ซึ่งเจ๊เมาธ์มองว่า เป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้เงินลงทุนไหลเวียนได้รวดเร็วขึ้น เมื่อการอนุมัติโครงการสั้นลง การลงทุนทั้งภาครัฐ และ เอกชน ก็จะเกิดขึ้นได้ทันใจ
สำหรับธนูดอกนี้นักวิเคราะห์ประเมินว่า กลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL และ CPAXT จะได้ประโยชน์จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในภูมิภาค ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่าง CK และ STEC ก็มีโอกาสคว้างานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เพื่อให้ทันต่อเป้าหมายการลงทุนระดับ 9.7 แสนล้านบาท
ภาพรวมของวิสัยทัศน์ “ธนูสามดอก” จึงเปรียบเสมือนการรีเซ็ต ทิศทางเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่การกระตุ้นระยะสั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างประเทศให้สอดรับกับโลกยุคใหม่ ทั้งในด้านพลังงาน เทคโนโลยี และ สภาพแวดล้อมการลงทุน ซึ่งหากยุทธศาสตร์นี้เดินหน้าได้จริง ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวข้ามภาพลักษณ์ “คนป่วยแห่งเอเชีย” สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอีกครั้ง
ในส่วนของนักลงทุนไทย เจ๊เมาธ์บอกเลยว่า นี่คือจังหวะสำคัญในการรับแรงเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ก็อย่างที่เจ๊บอกเสมอว่า
ใครมองเกมออกก่อนย่อมมีโอกาสรอด และมีโอกาสรวยก่อนใครนั่นเองเจ้าค่ะ
คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

