thansettakij
ราคาทองคำ…จะทำให้เมกาเป็นพระเจ้า!

ราคาทองคำ…จะทำให้เมกาเป็นพระเจ้า!

29 ม.ค. 2569 | 23:00 น.

ราคาทองคำ…จะทำให้เมกาเป็นพระเจ้า! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ ใช้สถานการณ์ราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นเพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่เงินดอลลาร์ และใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเศรษฐกิจของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
  • ราคาทองที่สูงทำให้ประเทศคู่แข่งอย่างจีน ซื้อทองคำเพื่อลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์ได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นการรักษาอำนาจของสหรัฐฯ
  • ปัจจัยด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นตัวขับเคลื่อนราคาทองคำ ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมทิศทางเศรษฐกิจโลก

*** ราคาทองคำแท่งปรับขึ้นไปแตะ 81,500 บาท ต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ (15.244 กรัม) หลังราคาทองคำในตลาดโลกที่ขยับขึ้นไปแตะ 5,539 เหรียญสหรัฐฯ ต่อน้ำหนัก 1 ทรอยออนซ์ (Troy Ounce : 31.104 กรัม) ในวันที่ 29 ม.ค. 69 ส่งผลเกิดการเล่นเก็งกำไรกันอย่างสนุกสนานในกระดานซื้อขายทองคำ แต่นอกเหนือไปจากเรื่องของการเก็งกำไร ...ใครจะรู้บ้างว่า ราคาทองคำกำลังสร้างผลกระทบชนิดที่ไม่ว่าใครก็หลีกหนีไปไม่ได้...

ว่าแต่ผลกระทบต่อจากราคาทองคำจะมีอะไรตามมาบ้าง...

ในเรื่องใกล้ตัว...ไม่นานนับจากนี้เราอาจจะได้เห็นร้านค้าทองทยอยปิดตัวลง เนื่องจากมีราคาทองคำที่สูงมาก จนทำให้การซื้อทองเริ่มกลายเป็นเรื่องไกลตัว ซึ่งเมื่อไม่มีทองคำอยู่ในมือ ก็หมายความไปถึงกิจกรรมในการจำนำก็จะลดน้อยลงตามไป 

ขณะเดียวกัน...ประชาชนที่มีกำลังซื้อ ก็จะให้ความสนใจในการซื้อทองคำแท่ง เพื่อการสะสมเก็งกำไรมากกว่าซื้อเพื่อเป็นของขวัญ หรือใช้เป็นเครื่องประดับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทองรูปพรรณ เป็นสิ่งที่ใครก็ตามที่คิดจะซื้อเครื่องประดับต้องนึกถึงเสมอ...

นอกจากนี้ผลจากการที่ราคาทำสูงเกินเอื้อม...อาจส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมในเรื่องการซื้อทอง เพื่อใช้เป็นสินสอด หรือใช้ประกอบในกิจกรรมงานแต่งงาน ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคู่บ่าวสาว ที่อยู่ในสร้างครอบครัว หรือ สร้างตัว จนเป็นเหตุให้ร้านทองค่อยๆ หายไปในที่สุด

ส่วนเรื่องใหญ่ที่อาจถือได้ว่า เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับประชาชนทั่วไป (ในความจริงไม่มีเรื่องใดไกลตัวอย่างแท้จริง) การที่ราคาทองคำมีราคาสูงขึ้น แม้จะทำให้ทุนสำรองของหลายประเทศ มีมูลค่าที่ขึ้นตามราคาทอง แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้การเข้าถึงทองคำทำได้ยากขึ้น 

ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของประเทศจีน ซึ่งซื้อทองคำเพื่อลดความผันผวนของค่าเงินหยวนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็จะทำได้ยากมากขึ้น หรือแม้แต่ในส่วนของประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีปัญหาเรื่องค่าเงินผันผวนเนื่องจากเงินดอลลาร์ ที่ถูกหลายชาติรวมกันเทขายเพื่อนำมาซื้อทองคำ ก็อาจสามารถควบคุมสถานการค่าเงินได้ดียิ่งขึ้น...

หมายความว่า สหรัฐฯ อาจกำลังใช้สถานการณ์ราคาทอง เพื่อควบคุมเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ก็กำลังใช้ราคาทองคำ มาควบคุมทิศทางการถดถอยของประเทศ ที่เกิดจากหนี้สินจำนวนมหาศาล 

นอกจากนี้ ยังอาจหมายความได้ว่า สหรัฐฯ กำลังควบคุมระบบเศรษฐกิจของประเทศอื่นๆ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลกผ่านการสร้างสถานการณ์ราคาทองคำ ซึ่งขณะนี้ได้ทวีความสำคัญทางยุทธศาตร์มากกว่าการดำเนินยุทธศาสตร์ผ่านน้ำมันดิบ เช่นที่เคยเป็นมาหลายสิบปีก่อนหน้า

ว่าแต่ทิศทางของราคาทองคำจะเป็นอย่างไรในอนาคต !!!

หากจำกันได้...ราคาทองคำเริ่มมีการขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน และยิ่งมาขยับตัวอย่างโดดเด่นนับตั้งแต่นายโดนัล ทรัมป์ กลับมาเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในสมัยที่สอง ซึ่งได้มีการแทรกแซงเข้าไปหลายเรื่อง ทั้งในกรณีของ อิสราเอล กับ ฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน กรณีสงครามอิสราเอลและอิหร่าน 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีความตึงเครียดที่ เวเนซุเอลา หลังกองเรือรบซึ่งนำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น" ถึงน่านน้ำใกล้อิหร่าน พร้อมกับการที่สหรัฐฯ ได้ประกาศแผนจัดการซ้อมรบทางอากาศครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง เป็นเวลาหลายวัน ...ในขณะที่อิหร่านออกมาแสดงท่าทีถึงความพร้อมในการสู้รบเช่นกัน ซึ่งแรงกดดันจนถึงขั้นที่อาจเกิดสงครามใหญ่ ระหว่างสองชาติได้ทุกเมื่อ...

 

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75% โดยยังไม่มีสัญญาณเร่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดทองคําโลก ให้น้ำหนักไปที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่าปัจจัยดอกเบี้ยที่ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลง 

หมายความว่า ตราบใดที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่...ราคาทองคำวิ่งไปต่อได้แบบที่ไม่เห็นจุดสิ้นสุดนั่นเอง

ถึงวันนี้...ที่โบราณท่านว่า “มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่” เห็นจะไม่ไกลเกินจริง 

ยิ่งถ้าหากเป็นพี่ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ที่มีทั้ง ทองคำ และ มีอำนาจมากกว่าใครอยู่ในมือ ก็ยิ่งจะตัวใหญ่คับโลก ในแบบที่ไม่ว่า ถ้าสั่งไปใครก็ไม่อาจที่จะไม่ทำตาม และไม่อาจคัดค้านจนทำให้อเมริกากลายเป็นพระเจ้าไปโน้นเลยก็เป็นได้เจ้าค่ะ