thansettakij
thansettakij
เปิดตำนานสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) ทำนายตนเองว่าจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดแห่งคณะสงฆ์

เปิดตำนานสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) ทำนายตนเองว่าจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดแห่งคณะสงฆ์

25 ต.ค. 69 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ต.ค. 69 | 10:16 น.

เรื่องเล่าที่ชวนติดตาม ย้อนประวัติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อยู่ ญาโณทโยมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 15 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้มีความรู้ด้านโหราศาสตร์และแตกฉานพระปริยัติธรรม กับถ้อยคำ “ฉันก็ได้ขึ้นเหมือนกัน” ที่มีบันทึกเล่าสืบต่อกันมา

ที่อ้างนี้คือสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อยู่) สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 15 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ท่านเป็นนักโหราศาสตร์ และรวมทั้งสามารถ ตั้งชื่อ เด็กๆ ให้หายป่วย ได้ด้วย เรื่องทำนายอนาคตตนเองว่าจะได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชปรากฏในบันทึก เรื่องตั้งพระราชาคณะผู้ใหญ่ในกรุงรัตนโกสินทร์ เล่มที่ 2 หน้า 69 มีข้อความว่า 

กล่าวกันว่าพระองค์ทรงเชี่ยวชาญวิชาโหราศาสตร์เป็นอย่างยิ่งมีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้เป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อพ.ศ.2503 นั้น ขณะที่สมเด็จพระสังฆราชปลดเป็นผู้มีอายุน้อยกว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(อยู่) ถึง 15 ปี เมื่อสมเด็จพระวันรัตได้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชแล้วสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (อยู่) ก็พูดกับผู้ใกล้ชิดว่า "ฉันก็ได้ขึ้นเหมือนกัน"

หมายความว่า ท่านจะต้องได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชเหมือนกัน

คำพูดนี้ทำให้ผู้ฟังไม่แน่ใจ เพราะสมเด็จพระสังฆราช วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม มีพรรษาน้อย หรือหนุ่มกว่า 15 ปี เทียบกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(อยู่) แล้วอายุห่างกันมาก ตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป สมเด็จพระสังฆราชวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามที่อายุน้อย คงสิ้นพระชนม์ทีหลัง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(อยู่) แน่นอน แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น สมเด็จพระสังฆราชวัดเบญจมบพิตรดุสิตาราม เมื่อได้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ได้ 2 ปี ก็สิ้นพระชนม์กระทันหันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2505 ขณะที่มีพระชนม์ 73 พรรษา  

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงโปรดฯสถาปนาสมเด็จพระพุทโฆษาจารย์ (อยู่ ญาโณโยมหาเถระ) วัดสระเกศ เป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชในวันที่ 4 พฤษภาคม 2506 ซึ่งเป็นวันฉัตรมงคล เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 15 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แปลว่าการพยากรณ์ว่า ฉันก็ได้เป็นเหมือนกัน จึงพิสูจน์ได้ว่า จริง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ(อยู่ ญาโณทโยมหาเถระ) วัดสระเกศ เป็นสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก โดยมีนามเดิมว่าอยู่นามสกุลแซ่ชัว ต่อมาได้ใช้นามสกุลช้างโสภา ฉายา ญาโณทโย เกิดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2417 ที่เรือนแพหน้าวัดกัลยาณมิตร บิดาชื่อตรุษ มาดาชื่อจันทร์ เมื่อเยาว์ได้ศึกษา เบื้องต้นจากบิดาต่อมาได้มาศึกษากับพระอาจารย์ช้างวัดสระเกศเรียนวิชาต่างๆ เช่น วิชาเลขโหราศาสตร์ จนเห็นว่าสมควรบรรพชาเป็นสามเณรได้ จึงบรรพชาเมื่ออายุ 12 ปีอยู่ในสำนักของพระอาจารย์ช้าง 

ขณะที่เป็นสามเณร ได้เข้าแปลปริยัติธรรมสนามหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามได้เป็นเปรียญธรรม 3 ประโยคต่อมาได้แปลอีกครั้งหนึ่งได้เป็นเปรียญธรรม 4 ประโยคเมื่อพ.ศ. 2437 อายุครบอุปสมบท จึงอุปสมบทณวัดสระเกศ มีสมเด็จพระวันรัต(แดง) วัดสุทัศน์เทพวรารามเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากอุปสมบทแล้วได้เข้าแปลปริยัติธรรม ได้อีก 1 ประโยครวม 5 ประโยค

ต่อมาอีก 1 ปีสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยคคิดว่าจะไม่สอบต่อ แต่ความทราบถึงสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 รับสั่งให้เข้าแปล ต่อจึงเข้าแปลอีกหนึ่งประโยค ได้เปรียญ 7 ต่อมาแปลได้อีก 1 ประโยคเป็น 8 ประโยคที่สุดปีพ.ศ. 2454 แปลอีกหนึ่งประโยคได้เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค สรุปว่าตั้งแต่เข้าแปลพระปริยัติธรรม จนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยคไม่เคยแปลตกเลย นับว่ามีปัญญาเฉียบแหลมแตกฉานในภาษาบาลียิ่งนัก

เป็นภิกษุที่เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยครูปแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าราชทานให้เจ้าหน้าที่ราชสำนัก นำรถยนต์หลวงส่งถึงวัดสระเกศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ได้เป็นธรรมเนียมที่ผู้สอบ ปธ.9 ได้ จะมีรถหลวงส่งถึงวัด

ส่วนในด้านการบริหารคณะสงฆ์ ตาม พรบ.สงฆ์ 2484 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานสังฆสภา และเป็นประธานสังฆสภา

เมื่อสมเด็จพระสังฆราช (ปลด) วัดเบญจมบพิตร สิ้นพระชนม์ ได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จนถึงวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2506 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามที่เล่ามานี้เป็นไปตามพระดำรัสของพระองค์ว่า "ฉันก็ได้ขึ้นเหมือนกัน" 

ท่านทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อยู่ 4 ปี ก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคชราภาพ สิริพระชนมายุ 90 ปี 5 เดือน 14 วัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระโกศประกอบพระศพพร้อมเครื่องสูงในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ ณ ตำหนักวัดสระเกศ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ทรงพระกรุณาโปรดให้ประกอบพิธี พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช(อยู่) ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2508 บำเพ็ญพระกุศลออกพระเมรุ เสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน เชิญพระศพสู่พระเมรุ วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน และเชิญพระศพรับพระราชทานเพลิงและวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน2508 บำเพ็ญพระราชกุศลเก็บพระอัฐิ

อนึ่งเกร็ดความสามารถด้านการตั้งชื่อให้เป็นมงคลนั้นเป็นที่เลื่องลือ ผมฟังจากผู้ใหญ่ที่เป็นนักกฏหมายชั้นนำของประเทศเล่าให้ฟังด้วยตนเองว่า ตอนเป็นเด็กมักเจ็บป่วยเสมอ วันหนึ่งนั่งรถยนต์ไปกับคุณยายเข้าวัดสระเกศ จึงแวะไปกราบท่าน(ยังไม่ได้เป็นสังฆราช) ขอให้ตั้งชื่อใหม่ให้หลานชาย เพราะป่วยเป็นประจำ

เจ้าพระคุณจึงเมตตาตั้งชื่อให้ใหม่ นับแต่นั้นไม่เคยเจ็บป่วยเลย เรียนก็อยู่ระดับท็อป ได้รับราชการเป็นนักกฏหมายมือ 1 ระดับชาติจนเกษียณอายุ แม้กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องเรียกตัวมาช่วยงานอย่างใกล้ชิด (ผมไม่ได้ขออนุญาตให้เผยชื่อ) แต่ให้เดาเอาเองว่าใหญ่ ในคณะกรรมการกฤษฎีกาก็แล้วกัน

นอกจากนั้น ท่านเจ้าพระคุณยังเชี่ยวชาญภาษาจีน อังกฤษ ละติน สามารถสนทนากับต่างชาติโดยไม่ต้องผ่านล่าม เว้นแต่ฟังไม่ชัด จึงขอให้ล่ามช่วยบ้าง สมเด็จพระสังฆราช(อยู่) เป็นพระที่มีเมตตา ใครเข้าใกล้ย่อมมีความสุขการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสังฆราช(อยู่) แม้เวลาผ่านไปนับสิบปี แต่คุณความดีและเมตตายังอยู่ในใจของปวงชนชาวพุทธเสมอ