thansettakij
เขยและสะใภ้ในธุรกิจครอบครัว จากคนนอกสู่ระเบิดเวลาหรือทางรอด

เขยและสะใภ้ในธุรกิจครอบครัว จากคนนอกสู่ระเบิดเวลาหรือทางรอด

13 ก.พ. 2569 | 21:59 น.

เขยและสะใภ้ในธุรกิจครอบครัว จากคนนอกสู่ระเบิดเวลาหรือทางรอด : Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]

สำหรับธุรกิจครอบครัว ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการบริหารความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นสมาชิกในบ้านและพนักงานในบริษัท นั่นคือ ลูกเขยและลูกสะใภ้

งานวิจัยล่าสุดปี 2567 จากมหาวิทยาลัยโบโลญญา (University of Bologna) เปิดเผยถึงปัญหาที่มักถูกมองข้ามในธุรกิจครอบครัว เมื่อผู้ที่เข้ามาใหม่จากการแต่งงานต้องเจอกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่เรียกว่า The Double Outsider หรือ ภาวะคนนอกสองชั้น

ศาสตราจารย์ฟิลิปโป เฟอร์รารี ผู้วิจัยชี้ว่า คนกลุ่มนี้มักถูกมองเป็นคนนอกในสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือไม่ใช่คนในสายเลือด และเรื่องที่สองคืออยู่นอกวงบริหารจัดการ ต่อให้มีความเก่งหรือเป็นมืออาชีพแค่ไหน ก็มักจะเจอกำแพงที่มองไม่เห็น (Invisible Barrier) กีดกันไม่ให้ขึ้นไปถึงตำแหน่งผู้บริหารระดับตัดสินใจสูงสุด

ความอึดอัดใจนี้มักมาจาก 3 สาเหตุหลัก

1. บทบาทไม่ชัดเจน เมื่อต้องสวมหมวกทั้งคนในครอบครัวและพนักงาน ทำให้วางตัวลำบาก เพราะไม่มีขอบเขตงานที่แน่นอน

2. ความไม่ยุติธรรม บ่อยครั้งที่การประเมินผลงานและเงินเดือนถูกนำไปเทียบกับลูกหลานสายตรง ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ทำงานหนักเหมือนกัน

 

3. การถูกกันวงออก ข้อมูลสำคัญของธุรกิจมักจะคุยกันในวงกินข้าวหรือพื้นที่ส่วนตัวที่เขยและสะใภ้ไม่ได้อยู่ด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนไม่ได้รับความไว้วางใจ

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ในมุมของการบริหาร ถ้าเจ้าของธุรกิจเปิดใจ ลูกเขยและลูกสะใภ้คือทรัพยากรที่มีค่ามาก เพราะพวกเขาสามารถมองปัญหาได้เป็นกลางกว่าคนในสายเลือด จึงช่วยอุดช่องโหว่ของธุรกิจได้ ทางออกคือต้องสร้างระบบที่ชัดเจน เช่น การเขียนธรรมนูญครอบครัวระบุเงื่อนไขการจ้างงานเขยและสะใภ้ไว้เลย และใช้ระบบความสามารถนำหน้าเรื่องสายเลือด

บริบทสังคมไทย สำหรับบ้านเรา ปัญหานี้มักซับซ้อนขึ้นด้วยระบบอาวุโสและความเกรงใจ ซึ่งอาจทำให้เขยหรือสะใภ้ไม่กล้าแสดงความเห็น ทางแก้ที่ยั่งยืนคือการพูดคุยกันตรงๆ และกำหนดสถานะของพวกเขาให้ชัดเจนในกติกาของบ้าน

อย่าปล่อยให้ความรู้สึกแปลกแยกของพวกเขาสะสมจนกลายเป็นระเบิดเวลา เพราะเมื่อถึงตอนนั้นอาจทำลายทั้งธุรกิจและความสัมพันธ์ในครอบครัวไปพร้อมกันจนยากจะแก้ไขได้ในที่สุด