ในแวดวงธุรกิจ มักมีชุดความคิดพื้นฐานที่เชื่อว่า "การมีต้นทุนที่สูงกว่า ย่อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการครอบครองทรัพยากรทางการตลาดที่สำคัญ เช่น องค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาด ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับคู่ค้า หรือชื่อเสียงของแบรนด์ที่สั่งสมมายาวนาน สิ่งเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เหนือกว่าคู่แข่ง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกทางวิชาการกลับชี้ให้เห็นมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะในบริบทของธุรกิจครอบครัว งานวิจัยของ Hu, Hughes และ Hughes (2022) ได้ทำการศึกษาธุรกิจครอบครัวจำนวน 290 แห่ง พบข้อบ่งชี้สำคัญว่า การมีทรัพยากรทางการตลาดที่มากเกินไป อาจไม่ได้เป็นปัจจัยเร่งการเติบโตเสมอไป แต่กลับกลายเป็นปัจจัยที่ลดทอนแรงจูงใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมขององค์กรเสียอีก
กับดักของความสำเร็จและความชะล่าใจ สาเหตุหลักของปรากฏการณ์นี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “ความชะล่าใจ” (Complacency) เมื่อธุรกิจครอบครัวตระหนักว่าตนเองมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นฐานลูกค้าที่มั่นคง หรือแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับ ผู้บริหารมักเกิดความมั่นใจ เชื่อว่าสถานะของตนมีความปลอดภัยและเหนือกว่าคู่แข่ง มองไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับตัวหรือลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความเสี่ยง
การปกป้องสถานะเดิม (Status Quo) นอกจากนี้บริบทเฉพาะของธุรกิจครอบครัวที่มีเป้าหมายในการรักษาความมั่งคั่งทางอารมณ์และสังคม (Socioemotional Wealth) ก็ยังมีบทบาทสำคัญด้วยเช่นกัน เมื่อธุรกิจมีทรัพยากรและชื่อเสียงสะสมมามาก ครอบครัวมักมีแนวโน้มที่จะปกป้องสถานะปัจจุบันมากกว่าที่จะแสวงหาโอกาสใหม่
การตัดสินใจจึงโน้มเอียงไปในทางหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-averse) เพราะเกรงว่าความล้มเหลวจากการทำสิ่งใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อเกียรติภูมิหรือสินทรัพย์ที่บรรพบุรุษสร้างไว้ ทรัพยากรที่มีอยู่มหาศาลจึงถูกใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะถูกใช้เป็นฐานในการต่อยอดทางธุรกิจ
จุดเปลี่ยนจากความผันผวนของตลาด อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวยังระบุถึงเงื่อนไขสำคัญที่ทรัพยากรจะกลับมาเป็นประโยชน์ นั่นคือเมื่อธุรกิจเผชิญกับความผันผวนทางการตลาด (Market Turbulence) ในสภาวะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือการแข่งขันในอุตสาหกรรมรุนแรงขึ้นจนเป็นอุปสรรคต่อความอยู่รอด
ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยจะถูกสั่นคลอน แรงกดดันจากภายนอกนี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้ธุรกิจครอบครัวต้องนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง เพื่อสร้างนวัตกรรมและปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์
ดังนั้นสำหรับผู้บริหารธุรกิจครอบครัวแล้ว ข้อมูลนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ชวนให้กลับมาขบคิดอีกครั้ง การมีทรัพยากรที่พรั่งพร้อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ความพร้อมนั้นปิดบังสายตา ผู้นำองค์กรควรหมั่นตรวจสอบว่า องค์กรกำลังใช้ทรัพยากรที่มีเพื่อสนับสนุนความกล้าในการสร้างสิ่งใหม่ หรือกำลังใช้เป็นข้ออ้างเพื่อยึดติดกับความสำเร็จในอดีต
การตระหนักรู้ถึงกับดักของความพร้อม จะช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถเปลี่ยนต้นทุนที่มี ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องรอให้วิกฤตการณ์มาเป็นตัวบีบบังคับ
ที่มา: Hu, Q., Hughes, M., & Hughes, P. (2022, May 26). Abundant marketing resources can hinder family firm innovation. FamilyBusiness.org. https://familybusiness.org/content/abundant-marketing-resources-can-hinder-family-firm-innovation