
Oasis รีเทิร์น บทเรียนความขัดแย้งสำหรับธุรกิจครอบครัว
Oasis รีเทิร์น บทเรียนความขัดแย้งสำหรับธุรกิจครอบครัว : Family Business Thailand รศ.ดร.เอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะวิทยพัฒน์และผู้อำนวยการศูนย์ธุรกิจครอบครัว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย [email protected]
การประกาศกลับมารวมวงของ Oasis วงดนตรีร็อกระดับตำนานจากสหราชอาณาจักร ได้สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก บัตรคอนเสิร์ตถูกขายหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่บทเพลงอมตะของพวกเขาก็กลับมาไต่อันดับใน Spotify อย่างรวดเร็ว ทว่าภายใต้ความสำเร็จที่ผู้คนชื่นชม ยังมีอีกด้านหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาซึ่งไม่ได้อยู่เพียงแค่ในแวดวงดนตรี แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโลกธุรกิจด้วย นั่นคือ ความขัดแย้งระหว่างสองพี่น้อง Noel และ Liam Gallagher ที่กลายเป็นชนวนให้วงแตกเมื่อกว่า 15 ปีก่อน
จากแง่มุมทางธุรกิจ ความบาดหมางของสองพี่น้องไม่เพียงบั่นทอนความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น หากยังสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ยากจะประเมินเป็นตัวเลขได้ Oasis เคยเป็นแบรนด์ดนตรีที่ทรงพลังและมีศักยภาพมหาศาล แต่ความไม่ลงรอยกันภายในทำให้โอกาสการเติบโตและสร้างรายได้ต้องสะดุดลง เรื่องราวนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจชัดเจนว่าความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง คือหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ธุรกิจครอบครัวทั่วโลกต้องเผชิญ
ทำไมพี่น้องถึงขัดแย้งกัน
ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ ตั้งแต่การแย่งชิงความสนใจจากพ่อแม่ ความแตกต่างด้านบุคลิกภาพ ความถนัด หรือทักษะเฉพาะตัว แม้ความแตกต่างเหล่านี้อาจเป็นจุดแข็งที่ทำให้ครอบครัวมีมุมมองที่หลากหลาย แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สามารถกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความเข้าใจผิดและความตึงเครียดได้ โดยเฉพาะเมื่อประเด็นดังกล่าวเกี่ยวพันกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจลงทุน การบริหารกิจการ หรือแม้กระทั่งการสืบทอดทรัพย์สิน ต่างก็เป็นปัจจัยที่เร่งให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น
บทเรียนสำหรับธุรกิจครอบครัว
เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นเดียวกับ Oasis เกิดขึ้นกับธุรกิจครอบครัว นักวิชาการได้เสนอ 5 แนวทางสำคัญ ดังนี้
1. กำหนดบทบาทให้ชัดเจน การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างเจ้าของ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจน จะช่วยลดความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่อาจเกิดขึ้นจากการซ้อนทับของบทบาท
2. ยึดหลักความสามารถ ไม่ใช่สายเลือด การเลื่อนตำแหน่งหรือให้ค่าตอบแทนควรขึ้นอยู่กับผลงานและศักยภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ มิฉะนั้นอาจนำไปสู่ความไม่พอใจที่ลุกลามไปถึงคู่สมรสหรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ
3. สื่อสารอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การเปิดพื้นที่ให้สมาชิกครอบครัวได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิสัยทัศน์จะช่วยเปลี่ยนความเห็นต่างให้กลายเป็นคุณค่า หลายองค์กรเลือกจัดตั้งสภาครอบครัว (Family Council) เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นทางการ และใช้เอกสารลายลักษณ์อักษรเพื่อลดการตีความผิดพลาด
4. วางแผนสืบทอดตำแหน่งและความเป็นเจ้าของ การขาดแผนการที่ชัดเจนมักนำไปสู่การแข่งขันระหว่างพี่น้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในแง่การเป็นผู้นำและการถือหุ้น ดังนั้นการเตรียมการล่วงหน้าอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น
5. ใช้ที่ปรึกษาภายนอก ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกสามารถช่วยลดอคติและอารมณ์ส่วนตัว พร้อมทั้งทำให้ครอบครัวมองปัญหาผ่านกรอบคิดที่เป็นกลางและมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ทางธุรกิจมากขึ้น
เรื่องราวของ Oasis แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวมีอิทธิพลอย่างมากต่อความมั่นคงของธุรกิจ หากขาดการจัดการที่เหมาะสม ความขัดแย้งอาจทำลายคุณค่าที่สร้างสมมาอย่างยาวนาน ในทางกลับกันหากธุรกิจครอบครัวสามารถกำหนดบทบาทอย่างชัดเจน ยึดหลักความสามารถ สื่อสารอย่างโปร่งใส และวางแผนสืบทอดอย่างรอบคอบ ก็จะสามารถรักษาทั้งความสัมพันธ์ในครอบครัวและความแข็งแกร่งของธุรกิจไปได้พร้อมกัน
อ้างอิง: Sciascia, S. (2024, October 2). Family businesses can learn from the battling brothers of Oasis. FamilyBusiness.org. https://familybusiness.org/content/family-businesses-can-learn-from-the-battling-brothers-of-oasis











