THAI poor TEAM ฉากที่ 7 เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต!

26 ก.ย. 2564 เวลา 4:48 น. 371

THAI poor TEAM ฉากที่ 7 เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต! : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูลหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3717 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ย.2564

ผมเจอมือประสาน 360 องศา ของ วัดปทุมวนาราม ที่ไม่เคยพลาดในการประสานกับคนภายนอก จึงถามขอความ (อยาก) รู้ว่า “อะไรคือหัวใจในการประสานงาน” ท่านชี้ว่า “หัวใจการประสานมี 4+1ห้อง ห้องที่ 1 ข้อมูล ห้องที่ 2 คน ห้องที่ 3 การสื่อ ห้องที่ 4 ความสมประโยชน์ ยังไม่ครบๆ อย่าลืมว่าจิตคู่กับวิญญาณ ห้องที่ 5 เป็นศูนย์วิเคราะห์และควบคุม คือ สามัญสำนึก

 

เราต้องรู้อยู่แก่ใจว่า ทุกคนพยายามช่วยกันทำให้หน่วยงานตั้งท้อง เขาลุ้นกันตัวโก่งว่า จะคลอดโครงการออกมาวันไหน หน่วยงานเขาเอาครรภ์มาฝากไว้กับผู้ประสานงาน ถ้าเราดูแลครรภ์ไม่ดี หน่วยงานก็จะแท้งโครงการ โครงการก็ไม่มีโอกาสลืมตาดูโลก”

 

ผมโต้วาทีนัดแรกสุดในรามคำแหงรับบทเป็นฝ่ายค้านหัวข้อ “การบ้านสำคัญกว่าการเมือง” นึกไม่ออกว่าค้านแง่มุมไหน เพราะวัยนั้นยังไม่ลึกซึ้งด้านการเมือง เพื่อนก็แนะให้ไปปรึกษา “ซินแสด้านการเมือง!”

 

ในฐานะหัวหน้าทีมผมจำใจบุกอาคารรัฐศาสตร์เข้าไปเคาะห้อง รศ. สุขุม นวลสกุล เปิดประตูเข้าไปเจอหน้ากัน ผมสวัสดีแล้วเกริ่นแบบบทคัดย่อเพราะเพื่อนกำชับไว้ว่า อย่าคุยยาว เพราะว่ากูรูท่านหัวร้อนและขี้รำคาญ (ฮา)

ผมจึงพูดว่า “ผมขอรบกวนแบบซูเปอร์ย่อว่า ผมไม่มีความรู้ที่จะโต้วาทีเรื่อง การบ้านสำคัญกว่าการเมือง ถามเพื่อนว่ามีใครแนะให้ผมหายโง่โต้ถูกหลักภายในสิบห้านาทีได้ไหม เขาชี้มาที่ตึกนี้แล้วบอกว่า ไปถามท่านซินแสด้านการเมือง จบ รัฐประศาสนศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากอเมริกา ผมจึงมาพึ่งพาอาศัยอาจารย์เพื่อขอความรู้เป็นชูชีพ อาจารย์พอจะสะดวกไหมครับ” วันนั้นขนหน้าแข้งท่านไม่เหลือแม้แต่เส้นเดียว (ฮา)

 

ท่านยิ้มหลังจากได้ชิมรสชาติ ปิยวาจา ลุกขึ้นจากเก้าอี้ประจำตัวท่านมาขยับเก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะให้ผมนั่ง สั่งน้ำส้มคั้นแล้วชี้เป็นฉากๆ ว่าควรโต้อย่างไร วันถัดไปโต้ชนะสบายๆ เพราะผมกลายเป็นร่างทรงมี องค์สุขุม ลงมาประทับ (ฮา)

 

สมเด็จเจ้าพระยาสั่งให้ ทนาย เป็น โอฐประสาน ไปติดต่อ หลวงพ่อโต นิมนต์ท่านมาเทศนาอริยสัจ 4 ในงานพระศพหม่อมเล็ก หลวงพ่อโต ถามว่า “จะให้ฉันเทศน์เรื่องอะไรจ๋า” ทนาย บอกว่า สมเด็จเจ้าพระยาให้ท่านเทศนานักษัตร ท่านรู้ใจว่าเขาลืม  “นักษัตร ฉันเทศน์ดีนักจ้ะ ไปเรียนท่านว่า ฉันรับแล้วจ้ะ”  (อิอิ)

 

ครั้นถึงวันงานเมื่อพิธีอื่นใดผ่านไปก็ได้เวลา หลวงพ่อโต แสดงธรรม ท่านก็เริ่มปล่อยของอันสุดเฉียบ

“มูสิโก อุสโภ พยัคโฆ สะโส นาโค สัปโป อัสโส เอฬโก มักกุโฏ สุนักโข สุกโร สังวัจฉโร ติวุจจเตติ หมายถึงชวด หนู ฉลู วัว ขาล เสือ เถาะ กระต่าย มะโรง งูใหญ่ มะเส็ง งูเล็ก มะเมีย ม้า มะแม แพะ วอก ลิง ระกา ไก่ จอ หมา กุน หมู …” (ฮา)

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยพระเมตตาธรรม ท่านเทศน์ชมเชยเพื่อช่วยกอบกู้ ทนาย ว่า “ผู้นิมนต์เขาดี มีความฉลาด เขานิมนต์ฉันให้สำแดง 12 นักษัตร ซึ่งเป็นต้นทางของ พระอริยสัจ” (ฮา)

 

สลับฉากเข้าไปดูสีสันในจ๊อบที่ผมมีส่วนร่วมสักนิด เรากำลังเจรจากับ ผู้บริหารโทรทัศน์ช่องอมตะ เพื่อจะขอเวลาทำรายการ จู่ๆ มือโปรนอกสังกัด ที่ลูกพี่ผมชวนมาร่วมงานก็ตั้งคำถามว่า “ในที่ประชุมแห่งนี้ มีใครรัก โทรทัศน์ช่องอมตะ เหมือนกับที่ผมรักบ้าง?” แปลว่า พวกคุณรักบ้านหลังนี้รึเปล่า ดูเหมือนพวกคุณไม่ได้มีใจรักบ้านหลังนี้ใช่ป่ะล่ะ

 

ผู้บริหารโทรทัศน์ช่องอมตะระดับบิ๊ก นั่งทำตาปริบๆ นอกนั้นก็เงียบกริบเหมือนกำลัง โดนคลุมถุงดำใบสุดท้าย (ฮา) ผมพอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว มือโปร คือ มือผู้ที่คิดยาว 6นิ้วเท่ากับไม้โปร มือรูเลอร์ คือ มือผู้ที่คิดยาว 12 นิ้วเท่ากับไม้บรรทัด (ฮา)

 

จรรยาบรรณโจรสมัยพุทธกาล  สำแดงความหมายโดยรวมให้สังคมรู้สึกได้ว่า พวกเขาก็เกรงใจสังคมจึงได้พยายามวางกรอบไม่ให้คนของเขาล้ำเส้นไปเล่นนอกลู่นอกทาง เนื้อความ 8 ข้อ คัดมาจากพระไตรปิฎก

 

ผมว่าใครตีความทุกข้อได้แตกฉาน สมองท่านจะพลิก (ฮา) พลิกจาก มือโปร กลายเป็น มือรูเลอร์ นะตะเอง

 

1. ไม่ฆ่าคนที่ยอมแพ้ 2. ไม่เอาทรัพย์เขาจนหมดสิ้น 3. ไม่ลักพาหญิง 4. ไม่ทำร้ายเด็ก 5. ไม่ปล้นนักบวช 6. ไม่ปล้นของแผ่นดิน 7. ไม่ปล้นใกล้บ้านตน 8. ฉลาดในการเก็บทรัพย์ที่ปล้นได้

 

แฟนคลับแซวผมว่า หมู่นี้เชิดชูโจรบ่อยจัง เข้าใจโจรลึกซึ้ง สงสัยชาติก่อนจะเคยเป็นหัวหน้าโจร (ฮา) ก็นะ! ไม่ได้คิดจะชักชวนให้ใครหันหน้ามาเป็นโจร ขอแค่อย่าทำตัวด้อยกว่าโจรก็จะสมราคามนุษย์ อย่าลืมเป็นอันขาด

 

เหตุผลอันยิ่งใหญ่ที่ผู้เจริญแล้วไม่ปฏิเสธการทำงานเป็นทีม เพราะว่า “เพื่อนคือทั้งหมดของชีวิต!”