thansettakij
thansettakij
DSI รื้อใหญ่ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา อุดช่องว่างทวงหนี้โหด

DSI รื้อใหญ่ พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา อุดช่องว่างทวงหนี้โหด

10 พ.ค. 69 | 12:45 น.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รื้อใหญ่ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน คุ้มครองลูกหนี้ที่เป็นผู้กู้ให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกเอาเปรียบ เจอทวงหนี้โหด

KEY

POINTS

  • DSI เตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอุดช่องโหว่ทางกฎหมาย
  • ปัญหาหลักที่พบในการบังคับใช้กฎหมายคือ การขาดแหล่งเงินทุนในระบบ, ผู้กู้กลัวอิทธิพลเจ้าหนี้, อัตราโทษสูงทำให้คดีล่าช้า และกฎหมายไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน
  • การปรับปรุงกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกเอารัดเอาเปรียบ และแก้ปัญหาการปล่อยกู้และทวงหนี้โหดของเจ้าหนี้นอกระบบ

รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่า ขณะนี้ DSI ได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญเพื่อคุ้มครองลูกหนี้ที่เป็นผู้กู้ให้ได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกเอาเปรียบจากเจ้าหนี้ที่มีอำนาจในการต่อรองมากกว่าลูกหนี้ จึงกำหนดมาตรการทางกฎหมายเอาผิดกับผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติ

ทั้งนี้ในปัจจุบันการให้กู้ยืมเงินที่มีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา หรือเรียกเอาประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ยเกินสมควรนั้น ยังเป็นปัญหาสำคัญที่ยังเกิดขึ้นและมีการดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก 

ดังนั้น ด้วยสภาพการณ์และวิถีชีวิตประชาชนในปัจจุบันเพื่อคุ้มครองประชาชนมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการเรียกดอกเบี้ยหรือประโยชน์อื่นใดเกินสมควรและอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 จึงเป็นกฎหมายที่ยังมีความจำเป็นในการบังคับใช้ DSI จึงได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายอีกครั้งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ทั้งนี้ DSI แจ้งว่า ในส่วนของปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมาพบว่า รัฐไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนที่สามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายให้กับประชาชนได้ ทำให้ยังเกิดปัญหาหนี้นอกระบบที่เป็นความผิดตามกฎหมายฉบับนี้

ส่วนในความผิดเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา หรือเรียกเอาประโยชน์อื่นนอกจากดอกเบี้ยตามกฎหมายฉบับนี้ มักจะเป็นการปล่อยกู้ของผู้มีอำนาจในท้องถิ่นนั้นๆ ทำให้ผู้กู้ไม่กล้าให้ข้อมูลที่สำคัญกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์

อีกทั้งความผิดตามกฎหมายฉบับนี้มีการกำหนดอัตราโทษที่สูงเกินกว่าอำนาจของศาลแขวง ทำให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดมีความล่าช้าและไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งฎหมายฉบับนี้ไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นการเฉพาะ ทำให้เนื้อหาของกฎหมายยังไม่ชัดเจนส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมาย

ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรมในปี 2560-2563 มีคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลทั่งราชอาณาจักรสำหรับข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ในศาลชั้นต้นจำนวน 6,224 คดี ศาลอุทธรณ์จำนวน 812 คดี และในศาลฎีกาจำนวน 46 คดี

สำหรับเนื้อหาของพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ตามแนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ ของกฎหมาย คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหวังให้การกู้ยืมเป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมแก่คู่สัญญา ไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบโดยวิธีการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่สูงหรือเรียกเอาประโยชน์อื่นใดนอกจากดอกเบี้ยเกินสมควร ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องมีมาตรการทางกฎหมายกำหนดบทลงโทษแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติดังกล่าว

ส่วนมาตรการสำคัญของกฎหมายที่กำหนดที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหานั้น การกำหนดให้การกู้ยืมเงินที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราหรือเรียกเอาประโยชน์อื่นใดเกินสมควรเป็นความผิดที่มีอัตราโทษทางอาญาเพื่อเป็นมาตรการเชิงป้องกันให้การกู้ยืมเงินเป็นไปอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ดีประโยชน์ที่คาดว่าประชาชนจะได้รับจากการมีกฎหมายฉบับนี้นั้น DSI ระบุว่า ประชาชนย่อมได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ในการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองลูกหนี้จากกรณีที่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้กู้ใช้ฐานะของตนเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ผู้กู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราสูงเกินสมควร หรือเรียกรับประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากดอกเบี้ย โดยกฎหมายฉบับนี้ทำให้เจ้าหนี้มีความรับผิดทางอาญาได้