thansettakij
thansettakij
เสนอเร่ง 3 ปัจจัย ช่วยรัฐปลุกดัชนีความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ

เสนอเร่ง 3 ปัจจัย ช่วยรัฐปลุกดัชนีความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ

13 ก.ค. 64 | 12:47 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 64 | 19:59 น.

รศ.ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา นักวิชาการด้านธุรกิจระหว่างประเทศ และการจัดการความหลากหลาย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เขียนบทความเรื่อง แนะ 3 ปัจจัยช่วยรัฐปลุกดัชนีความเชื่อมั่น “นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ” ความว่า

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่มียอดผู้ติดเชื้อสะสมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจมีแนวโน้มเกิดการระบาดระลอก 4 รวมถึงแผนนโยบายเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ดังนั้น เพื่อฟื้นดัชนีความเชื่อมั่นในกลุ่มคนดังกล่าว มีข้อเสนอแนะว่าประเทศต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อเสริมความเข้มแข็งประเทศใน 3 ปัจจัย

 

1. ส่งเสริมการจับจ่าย-ท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism) เมื่อผ่านขั้นตอนของการให้บริการวัคซีนแล้ว ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่สามารถเดินทางได้ย่อมมีความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ประเทศควรวางกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการบริโภคและท่องเที่ยวภายในประเทศในหลากหลายรูปแบบ อาทิ งดเว้นการกักตัวกรณีเดินทางข้ามจังหวัด หรือเลือกโชว์พาสปอร์ตท่องเที่ยวทดแทนการกักตัว ในกรณีที่มีเอกสารทางการแพทย์ยืนยัน เช่น การรับวัคซีนครบโดส หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับค่าเดินทางด้วยเครื่องบิน โรงแรม กรณีท่องเที่ยวในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่กำหนดสำหรับผู้รับวัคซีนครบ ฯลฯ อันก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ชุมชน ก่อนจะขยายวงกว้างไปยังระดับจังหวัดและประเทศเป็นลำดับ

 

2. เชื่อมการท่องเที่ยวอาเซียนด้วยดิจิทัลโรดแมป (Digital Roadmap) กรณีที่ภาพรวมสถานการณ์โควิดในประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคต ประเทศควรกระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โดยเริ่มจากระดับเมืองต่อเมือง มากกว่าประเทศต่อประเทศ เพราะการควบคุมทำได้ยาก โดยประสานไปยังเมืองต้นทางนั้นๆ ระบุถึงกฎการเดินทางอย่างชัดเจน เพื่อขยายความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ผ่านการใช้ ‘Digital Roadmap’ โรดแมปขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อย่าง ‘Digital Tourist’ การนำระบบ Digital Vaccine Passport มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ สู่การสร้างคลังข้อมูลนักท่องเที่ยว (Big Data) เพื่อให้หน่วยงานในประเทศต่างๆ สามารถติดตามหรือตรวจสอบได้ ทั้งประวัติการเดินทาง ประวัติสุขภาพ การรับวัคซีน ฯลฯ

เสนอเร่ง 3 ปัจจัย ช่วยรัฐปลุกดัชนีความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ

3.สร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศและประชากรไทยผ่านการใช้นวัตกรรมและการสื่อสารข้อมูล เศรษฐกิจจะขับเคลื่อนได้ย่อมเกิดจาก ความเชื่อมั่นในหมู่นักท่องเที่ยวและประชากร ไทยที่มีต่อการนำนวัตกรรมที่ลดกระบวน การติดต่อระหว่างบุคคลในเมืองหรือประเทศนั้น ๆ ว่าเมื่อตัดสินใจเดินทางแล้วจะได้รับความปลอดภัย ความสะดวกสบายและความชัดเจนในการสื่อสารข้อมูล โดยเฉพาะการรายงานเรื่อง ‘วัคซีน’ ทั้งในมิติวัคซีนทางเลือกที่มีคุณภาพ แผนการนำ เข้า-จัดสรรวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ สถิติผู้เข้ารับวัคซีนของแต่ละจังหวัด ฯลฯ ซึ่งควรจัดสรรการให้บริการวัคซีนตามเป้าที่ระบุไว้คือ สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ครอบคลุม 70% ของประชากรโดยแท้จริงภายในสิ้นปี 2564

 

อย่างไรก็ดี จากสิทธิที่ทุกคนพึงได้รับตามมาตรฐานด้านสุขภาพสูงสุด ระบุว่า “ตามรัฐธรรมนูญขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี พ.ศ. 2489 ทุกประเทศในโลกได้ร่วมทำข้อตกลงระหว่างประเทศและร่วมมือกับรัฐบาล ในการจัดการสิทธิด้านสุขภาพให้ประชากรทั่วโลกมีสุขภาพที่แข็งแรง รวมทั้งกำหนดหน้าที่รับผิดชอบนอกอาณาเขตสำหรับความช่วยเหลือและความร่วมมือระหว่างประเทศ”

ดังนั้น ในสถานการณ์โควิด-19 จะต้องมีการแจกจ่ายวัคซีนทั่วโลกอย่าง เท่าเทียมกัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประชาชนและความมั่นคงให้ประเทศ และหากพิจารณาจะพบว่า การส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนเป็นการลงทุนที่มีต้นทุน ตํ่า เพราะเมื่อทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน ครบโดสตามจำนวนแล้ว จะช่วยเสริมสร้างรากฐานความแข็งแรง และต่อยอดสู่การขับเคลื่อนธุรกิจ การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภายในและระหว่างประเทศต่อไปในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน กล่าวคือ “ทุกคนมีสิทธิพึงได้วัคซีนอย่างเท่าเทียม”