thansettakij
thansettakij
หยุดเหวี่ยงแห แก้เศรษฐกิจ

หยุดเหวี่ยงแห แก้เศรษฐกิจ

11 ต.ค. 63 | 04:14 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ต.ค. 63 | 11:34 น.

หยุดเหวี่ยงแห แก้เศรษฐกิจ : บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3617 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.2563 


          เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายเดือนตุลาคม-ธันวาคม ของปี 2563  รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ใน 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2. โครงการคนละครึ่ง และ 3. มาตรการช้อปดีมีคืน ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเมินว่าทั้ง 3 โครงการจะทำให้มีเงินหมุนในเศรษฐกิจทั้งหมด 200,000 ล้านบาท จากเงินงบประมาณของรัฐที่ใส่ลงไปประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท 

          อย่างไรก็ตาม หากพิจารณารายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 จะพบว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย แต่เศรษฐกิจไทยในปี 2564 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงกว่าประมาณการเดิม คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ร้อยละ 3.6 ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มฟื้นตัวช้า อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน อาทิ เศรษฐกิจโลกที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม หากภาครัฐไม่สามารถดำเนินมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 

          รายงานกนง.ฉบับนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญในระยะข้างหน้าที่สำคัญคือ การฟื้นตัวที่มีแนวโน้มแตกต่างกันมากระหว่างภาคเศรษฐกิจ ภูมิภาค และผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม โดยแนวโน้มการฟื้นตัวที่แตกต่างกันในหลายมิติ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง ขณะที่สถานการณ์การระบาดของ โควิ-19 ที่อาจยืดเยื้อจนทำให้แรงงานถูกลดค่าจ้างและถูกเลิกจ้างเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีแรงงานบางส่วนอาจกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยากขึ้นแม้สถานการณ์ระบาดจะคลี่คลายลง โดยเฉพาะแรงงานที่มีอายุมาก กลุ่มนักศึกษาจบใหม่ รวมถึงแรงงานที่มีทักษะไม่สอดคล้องกับบริบทใหม่หลังการระบาดของ โควิด-19

          แม้มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศในช่วง 3 เดือนหลังจากนี้จะมีความสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจ แต่เมื่อมองถึงเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าแล้วจะเห็นว่ามีความเปราะบางอย่างมาก เราเห็นว่ามาตรการต่างๆ ของรัฐบาลที่จะออกมานับจากนี้ต้องไม่เหวี่ยงแห และต้องบูรณาการมาตรการให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกันให้ตรงจุดและทันต่อสถานการณ์มากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแรงงาน และการชำระหนี้ของธุรกิจและครัวเรือน