thansettakij
thansettakij
รุกแก้ตกงาน โอกาส‘ประกันสังคม’

รุกแก้ตกงาน โอกาส‘ประกันสังคม’

16 เม.ย. 63 | 03:30 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 63 | 10:32 น.

บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3566 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.63

 

ภาคธุรกิจเจอพิษไวรัสโควิด-19 จนต้องปิดงานเลิกจ้างเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ภาพรวมขณะนี้ตกงานแล้ว 7 ล้านคน หากปล่อยยืดเยื้อไปอีก 2-3 เดือนจะเพิ่มเป็น 10 ล้านคน

การเยียวยาในระบบประกันสังคมมีปัญหาว่า ต้องเป็นลูกจ้างของสถานประกอบการที่ถูกรัฐสั่งปิด หรือถูกสั่งกักตัวกันแพร่เชื้อ จึงจะเข้าหลักเกณฑ์หยุดงานจากเหตุสุดวิสัย ขณะที่หลายกิจการ เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร้องว่าแม้ไม่ได้ถูกรัฐสั่งปิด แต่ผลจากโควิด-19 ทำให้ไม่มีลูกค้า ขาดรายได้ต้องหยุดกิจการชั่วคราวและไม่มีกำลังจ่ายชดเชยให้พนักงานที่ต้องตกงาน จนคณะกรรมการประกันสังคม ประชุมเมื่อ 14 เมษายน 2563 ขอขยายการคุ้มครองให้

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีแรงงาน รับว่าหากเยียวยาส่วนนี้ซึ่งคาดจะมีคนตกงาน 5 แสนคน กองทุนทดแทนการว่างงานมีเงินพอจ่ายไปได้ 3 เดือน หากลากยาวกว่านั้นอาจต้องพิจารณานำจากกองอื่นมาเฉลี่ยหรือกู้ยืมระหว่างกัน

กองทุนประกันสังคมมีรายได้จากการจ่ายสมทบของ 3 ส่วนคือ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล ล่าสุดเก็บอัตรา 5% ของค่าจ้าง จนถึงฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท สะสมมา 30 ปี (เริ่ม 2 กันยายน 2533) ล่าสุดมี 2.06 ล้านล้านบาท เป็นเงินก้อนมโหฬาร

แต่นอกจากชดเชยว่างงาน กองทุนฯยังมีภารกิจทดแทนกรณีอื่นอีก คือ ป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการชดเชยชราภาพ ที่ถึงรอบต้องเริ่มจ่ายทดแทนผู้ประกันตนที่สมทบสะสมมานับสิบปี

ภาระทดแทนก้อนนี้นับวันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากจำนวนผู้ประกันตนที่ครบเกษียณสะสมเพิ่มขึ้น ขณะที่ไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ มีเด็กเกิดใหม่และกำลังแรงงานใหม่ลดน้อยลง นักวิจัยคำนวณแล้วว่าจะมีเงินพอจ่ายไปอีกแค่ 30 ปี และเสนอแนวทางเพิ่มรายได้กองทุนฯเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เสนอให้รัฐช่วยจ่ายค่าจ้าง 50% ของอัตราค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) หรือช่วยสมทบสูงสุดที่ 7,500 บาท นายจ้างจ่าย 25% นำไปหักภาษีได้ 3 เท่า ลูกจ้างยอมลดค่าจ้างลง 25% เพื่อให้คงการจ้างงาน 10 ล้านคนไว้ต่อไป

ในวิกฤติมีคนว่างงานเพิ่มในอัตราเร่งนี้ กองทุนประกันสังคมต้องทำงานเชิงรุกโดยไม่รอให้คนตกงาน เร่งจ่ายชดเชยรายได้คนถูกเลิกจ้างถ้วนหน้า หรือเข้ารับเป็นกลไกตัวกลางให้รัฐเยียวยาเอกชนแลกการคงจ้างงานไว้ โดยอาจมีเงื่อนไขหลังพ้นระยะคับขันเมื่อกิจการกลับมาแข็งแรงแล้ว นายจ้าง-ลูกจ้างมีภาระจ่ายสมทบกองทุนฯเพิ่ม อาทิ เพิ่มอัตราจ่ายสมทบ ขยายอายุเกษียณ ยกฐานเงินเดือนสูงสุดเพิ่มจาก 15,000 บาท เพื่อให้กองทุนประกันสังคมแก้ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและในระยะยาว

สิ่งเหล่านี้จะเกิดได้ต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในหมู่สมาชิก