thansettakij
thansettakij
บริหารเศรษฐกิจ ต้องแก้โครงสร้าง

บริหารเศรษฐกิจ ต้องแก้โครงสร้าง

21 ธ.ค. 62 | 12:00 น.

บทบรรณาธิการ ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3533 หน้า 6 ระหว่างวันที่ 22-25 ธ.ค.62

 

 

บริหารเศรษฐกิจ

ต้องแก้โครงสร้าง

 

     การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว เป็นนัดสุดท้ายของปี 2562 โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อปี ตามที่นักสังเกตการณ์คาดหมาย

     ตลอดทั้งปีนี้กนง.ได้ตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม โดยปรับลดลง 0.25% จาก 1.75 % เหลือ 1.50 % เมื่อสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ จากแรงกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัว กระทบถึงอุปสงค์ภายในและกำลังซื้อที่ถดถอยลง และลดอีกครั้งในการประชุมเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในอัตราเดียวกัน ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายไทยลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุด 1.25% ต่อปี เท่ากับช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจก่อนหน้านั้น

     มติกนง.ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุด ไม่ได้หมายความว่า ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจสิ้นสุดลงแล้ว เพียงแต่เห็นว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งก่อนหน้าทำให้ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย และเป็นอัตราพอที่จะเอื้อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

     แต่มุมมองกนง.โดยรวมสะท้อนว่าเศรษฐกิจน่ากังวล โดยเห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมและต่ำกว่าศักยภาพ โดยคาดว่าจีดีพีไทยปีนี้จะขยายตัวได้ 2.5% จากเดิมที่คาดไว้ 2.8% และคาดการณ์ปี 2563จีดีพีจะขยายตัวได้ที่ 2.8% จากเดิมคาด 3.3% เท่ากับว่าจีดีพีไทยจะขยายตัวต่ำกว่า 3 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

 

     กนง.ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ มาจากการส่งออกที่ลดลง ส่งผลถึงการลดการจ้างงานและอุปสงค์ภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จึงไม่น่าแปลกใจที่เสียงบ่นเศรษฐกิจแย่จะดังระงม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับล่าง

     คลื่นกระแทกของเศรษฐกิจโลกกระทบไทยหนัก เนื่องจากโครงสร้างประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจเปิด โดยภาคการค้าของเรา (การส่งออก+การนำเข้า) มีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของจีดีพีประเทศ ทันทีที่เศรษฐกิจโลกมีปัญหาจึงส่งผลกระทบถึงข้างในอย่างรวดเร็วและแรง

     ขณะที่เศรษฐกิจภายในมีสัดส่วนต่ำ ซ้ำเติมด้วยโครงสร้างการกระจายรายได้ที่เหลื่อมล้ำสูง กำลังซื้อของประชาชนส่วนใหญ่มีจำกัด ทันทีที่การทำมาหากินสะดุดจะกระทบต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยทันที

     นโยบายประเทศไทย 4.0 คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านเศรษฐกิจ ที่ตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ประเทศที่มีรายได้ระดับสูงภายในปี 2580 ผ่านมาตรการยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง เพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายใน ยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ เสริมเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน เชื่อมต่อกับระดับชาติที่ต้องออกไปแข่งขันในเวทีโลก

     การบริหารเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากประคับประคองดูแลภาคส่วนที่เดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ระหว่างนั้นต้องขับเคลื่อนสู่เป้าหมายระยะยาว คือการปรับแก้เชิงโครงสร้างให้บรรลุผล จึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอและเกิดผลยั่งยืน