
'ชิมช้อปใช้' ประชานิยม กระตุ้นเศรษฐกิจ
คอลัมน์คันฉ่องส่องการเมืองฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3511 หน้า 16 ระหว่างวันที่ 6-9 ต.ค.2562 โดย...นาย NO VOTE
'ชิมช้อปใช้'
ประชานิยม
กระตุ้นเศรษฐกิจ
จากวันแรกที่รัฐบาลเปิดตัวโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าโลก ได้รับความสนใจจากประชาชนล้นหลาม แม้จะ “ไม่ปัง” เหมือนเช่นโครงการ “ช็อปช่วยชาติ” ที่ได้ทำมา
23 กันยายน วันแรกของการลงทะเบียน ประชาชนลงครบ 1 ล้านคนตั้งแต่ช่วงบ่าย วันต่อมาครบโควตาในเวลาประมาณ 8 โมงเช้า ก่อนจะเกิดเป็นไวรัลลามไปทั่วโซเชียลมีเดียเพียงข้ามคืนเหตุเพราะระบบล่มเนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนมากเข้ามาลงทะเบียน
ที่ว่าน่าจะได้ง่ายๆ กว่าจะลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ 1,000 บาท ต้องต่อสู้กับคู่แข่งขันรายอื่นๆ ที่เข้ามาจนระบบล่ม แล้วยังต้องอดหลับอดนอน “ขอบตาดำ” เพื่อรอเข้าระบบ รวมถึงกว่าจะผ่านขั้นตอนการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนได้ เวลาก็ปาเข้าสู่ “ตี 3” ของวันใหม่ กลายเป็นความท้าทายที่ทุกคนอยากพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเอง
ถึงตอนนี้ครบกำหนดให้ 10 ล้านคนลงทะเบียนขอรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ชิม ช้อป ใช้ ไปแล้ว แต่ปรากฏว่า 10 ล้านคนจาก 10 วันแรกของการลงทะเบียน มีประมาณ 2 ล้านคนที่ลงทะเบียนไม่ผ่าน รัฐบาลจึงทดเวลาการลงทะเบียนชิม ช้อป ใช้ เก็บตกในส่วนนี้ให้อีก
การตอบรับแบบถล่มทลายครั้งนี้ แว่วๆ ว่า สิ้นเดือนนี้รัฐบาลจะเปิดเฟส 2 ออกมาอีกโดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินผลโครงการเฟสแรกอยู่
นโยบาย “ชิม ช้อป ใช้” กลายเป็นนโยบายประชานิยมที่เปลี่ยนเพียงรูปแบบ ใช้การโอนเข้าบัญชีที่เรียกว่า กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-วอลเล็ต แทน แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ แจกเงินใส่กระเป๋าประชาชนแบบให้เปล่า
ไม่พ้นถูกโจมตีจากฝ่ายค้านต่างๆ นานาว่า มาตรการนี้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คัน แจกเงินใส่กระเป๋าประชาชนโดยไร้เงื่อนไข ไม่ระบุกลุ่มเป้าหมาย เม็ดเงินไม่ได้หมุนเข้าไปในชุมชน ประโยชน์ตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่ ฯลฯ
ในอดีตทุกรัฐบาลมักงัดมาตรการลักษณะนี้มาใช้เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยกันแทบทั้งนั้น นโยบาย “ชิม ช้อป ใช้” กลายเป็นหนึ่งในมาตรการระยะสั้นที่รัฐบาลชุดนี้นำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกับมาตรการอื่น แต่จะส่งผลให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ที่ 3% หรือไม่นั้น รัฐบาลคงต้องลุ้น “ขอบตาดำ” กันถึงสิ้นปี






