ไม่ง่ายนักที่เราจะตัดสินใจเปลี่ยนวิถีทางเดินออกจากเส้นทางที่เราเคยเดินมาตลอดชีวิตหรือขยับตัวออกจากที่ที่เราคุ้นเคยและเคยชิน เพื่อออกมาเดินในเส้นทางใหม่ที่เรายังไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไร เส้นทางที่เราคุ้น สภาพ สิ่งแวดล้อมที่เราไม่เคยจินตนาการมาก่อน แต่บางครั้งหากเรายังดื้อเดินไปในทางเดิม ๆ ที่วันนี้สภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม อาจทำให้เราเดินไปข้างหน้าลำบาก ยากเย็นยิ่งขึ้น จนถึงโอกาสที่จะถึงเป้าหมายไม่มีเหมือนเดิมก็ได้ แต่การตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่ ทำอะไรใหม่ ๆ อาจทำให้เราค้นพบที่ที่เป็นของเรา แม้ว่าอาจเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้น ไม่แน่ใจ แต่หากเรารู้ว่าเราจำต้องเปลี่ยนเส้นทางใหม่ จะโดยเหตุผลใดก็ตาม ความตั้งใจ การเตรียมตัวเตรียมใจ ความมานะ และการวางแผนการเดินทาง รวมทั้งมิตรสหายที่พึ่งพา ภยันตรายที่ต้องระวัง คือสิ่งที่ต้องมี
ผมลากยาวข้างบนเพื่อพูดถึง “สุชาติ พัฒนคิมหันต์” ผู้เดินออกจากธุรกิจเลี้ยงหมูของคุณพ่อคุณแม่ที่เขาทำมาตลอดชีวิตตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่งสภาพธุรกิจที่ถูกกดดันจากการแข่งขัน อำนาจการต่อรองของเจ้าของคอกหมูเล็กลดลงจนทำให้เขามองว่าเส้นทางเดินของธุรกิจนี้จะเริ่มลำบากและไปได้ยากในอนาคต เรียกว่า “Do or Die” เขาตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตกับภรรยา เพื่อเลือกเส้นทางใหม่ เขาเลือกที่จะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์หมู แทนการทำแบบเดิมของครอบครัว เขาเดินออกหาความรู้จากที่ต่างๆ การเข้ารับการอบรมจากกรมปศุสัตว์ และในปี 2555 ตัดสินใจออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ไส้กรอกหมู เริ่มจากทุนตัวเอง เดินขายสินค้าของตัวเองในจังหวัด ภรรยาที่เป็นพยาบาลหอบสินค้าไปขายที่ทำงาน เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จัก มีคนเริ่มสั่งซื้อ เขาบอกผมว่าสั่งเท่าไร ไปส่งถึงที่ เพราะระยะแรกสินค้าเป็นที่รู้จักในวงแคบๆ ระยะทางไม่ไกล และต่อมาตั้ง บริษัท เอ-วัน ฟู๊ดโปรดักส์ จำกัด และออกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อยู่ในไลน์เดียวกันจำนวนมาก ตั้งแต่ไส้กรอกรมควัน แหนม ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ แต่ไส้กรอกยังเป็นผลิตภัณฑ์หลักของเขา ที่ตลาดโรงแรม ร้านอาหารยังเป็นลูกค้าสำคัญ
เขาบอกว่ากว่าจะเข้าสู่ตลาดได้ ต้องใช้ความอดทนสูง ไปคุย ไปหา ให้เขาทดลองสินค้า และลดราคา จนวันนี้ไส้กรอก เอ-วัน ฟู๊ดโปรดักส์ ไม่ใช่รู้จักแค่ร้านอาหารหรือโรงแรมในจังหวัดพิษณุโลกและใกล้เคียงเท่านั้น แต่ทั้งจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคกลางและเหนือ รวมทั้งกรุงเทพฯรู้จักและเป็นลูกค้าไส้กรอกของเขา เขามาถึงวันนี้ แต่คิดว่ายังอีกไกล หยุดนิ่งไม่ได้ สาขาที่เชียงใหม่กำลังจะเปิด เขาจะเดินที่ละก้าวอย่างช้าๆ ไม่จำเป็นก็ไม่กู้เงินจากใครทั้งสิ้น และที่ผ่านมา แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะได้รับความนิยมและเริ่มติดตลาด ยอดขายเพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่เขาเลือกที่จะเติบโตอย่างช้าๆ แต่ว่ามั่นคงยิ่ง เขาเลือกที่จะสร้างมาตรฐานของสินค้าและการผลิตของเขาให้เข้มแข็งในทุกมิติ เข้าร่วมโครงการสร้างมาตรฐานต่างๆ ของหน่วยงานรัฐทั้งเรื่องการตลาด และมาตรฐานการผลิต และวันนี้เข้าร่วมโครงการทั้ง GMP และ HCCAP ที่เป็นมาตรฐานที่โรงงานผลิตอาหารต้องมี รู้ว่าหากต้องการเข้าสู่ตลาดอาหารให้กว้าง เพราะมาตรฐานคือรากฐานของความสำเร็จในสาขานี้
ตอนนี้ เอ-วัน ฟู๊ดโปรดักส์ ของเขาขยายไปถึงตลาดทุกซอกทุกมุมมากขึ้น “สุชาติ” เล่าให้ผมฟังว่า วันนี้เขามองตลาดสุกี้ ร้านชาบู ที่กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ยอดขายเพิ่มขึ้นจนทำให้เขาคิดขยายกำลังการผลิตติดตั้งเครื่องสไลซ์เนื้อหมู เครื่องนวดเนื้อ เครื่องมัดลวดอัตโนมัติ ห้องฟรีซเนื้อ และอื่นๆ โดยใช้กองทุนพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ พยายามเพิ่มการผลิตทีละนิดตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และยอดขายที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการคิดค้นประเภทผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ ออกมาต่อเนื่อง นอกเหนือการขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ และวันนี้แม้ว่าหลายผลิตภัณฑ์ของเขาเป็นการรับจ้างทำ แต่ “สุชาติ” รู้ว่าการสร้างแบรนด์เป็นหัวใจที่สำคัญของความยั่งยืนของธุรกิจ เขากำลังค่อยๆ สร้างการรับรู้สินค้าในวงกว้างมากขึ้นและรู้ว่าการสร้างแบรนด์ยากและใช้เวลา แต่เขายืนยันว่า “ต้องทำ”
ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิด ผ่านการกลั่นกรองของความคิด และตกผลึกอย่างดีแล้ว เขาพร้อมที่จะก้าวเดินไปสู่สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ทำให้วันนี้ เอ-วัน ฟู๊ดโปรดักส์ ขยายทั้งผลิตภัณฑ์และตลาด คนที่กล้าที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ คือคนที่จะได้รับโอกาสใหม่ๆ เสมอ การกล้าออกจากที่เคยอยู่ เคยเป็น อย่างน้อยก็ทำให้เรามีโอกาส “อยู่” และ “เป็น” คนใหม่ ที่ดีกว่าเดิม ดังนั้นต้องถามตัวเองเสมอครับว่า ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ถ้าต้องเปลี่ยนก็ต้องกล้าที่จะเปลี่ยน…ทำให้นึกถึงคำพูดของ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ ว่า “To Improve is to change; to be perfect is to change often” อยากดีขึ้นก็ต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าอยากสมบูรณ์แบบก็ต้องยิ่งเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,333 วันที่ 21 - 24 มกราคม พ.ศ. 2561