
ธุรกิจครอบครัวแอฟริกัน
อย่างไรก็ตามความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นยังคงสร้างแรงกดดันให้กับธุรกิจครอบครัวโดยเฉพาะธุรกิจที่มีขนาดเล็ก และเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในอนาคต KMPG ได้สำรวจธุรกิจครอบครัวในประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแอฟริกา โดยสำรวจแบบออนไลน์ จำนวน 66 ราย ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ค.ศ. 2016 พบว่า 75% ของผู้ถูกสำรวจมีความมั่นใจในอนาคตของธุรกิจ แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ก็ตาม
สำหรับธุรกิจของครอบครัวไนจีเรียหากมองถึงในอนาคตเกี่ยวกับการเติบโตที่ยั่งยืนและแม้ว่าพวกเขาจะมองในแง่ดีเห็นอนาคตอันสดใสรออยู่ แต่ก็ยังมีความท้าทายสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อแผนการเติบโตของธุรกิจ โดยพบว่าความกังวลมากที่สุดของธุรกิจครอบครัวไนจีเรีย 3 อันดับแรกได้แก่ ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (limited access to finance) 47% ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน (fluctuating exchange rate) 42% และความสามารถในการทำกำไรลดลง (declining profitability) 27% ดังรายละเอียดต่อไปนี้
2.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อุปทานเงินตราต่างประเทศยังคงเป็นความท้าทายและความกังวลที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความเสี่ยงขาลงในการผลิตนํ้ามัน ทั้งนี้ธนาคารกลางแห่งประเทศไนจีเรีย (CBN) ประกาศใช้มาตรการอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่นซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2016 ทั้งนี้ CBN ใช้มาตรการดังกล่าวตามแรงกดดันด้านทุนสำรองภายนอกและวิกฤติอุปทานเงินตราต่างประเทศ นั่นคือมีความสัมพันธ์อย่างมากระหว่างราคานํ้ามันกับทุนสำรอง เงินตราต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับประเทศผู้ส่งออกนํ้ามันที่พึ่งพารายได้จากการขายนํ้ามันดิบมากกว่า 90% ของรายได้ประจำปี
ขณะที่ในส่วนของการนำเข้าต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับความต้องการนำเข้า ทั้งนี้ในช่วงที่ราคานํ้ามันดิบสูงและคงที่ สกุลเงินในประเทศ (Naira) มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าลดลง เนื่องจากการไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศและเงินทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง เมื่อราคานํ้ามันลดลงรายได้จากการขายนํ้ามันดิบจะมีแรงกดดันต่อทุนสำรองระหว่างประเทศ และผลที่ตามมาคือเกิดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกนอกประเทศมากขึ้น
3.ความสามารถในการทำกำไรลดลง ธุรกิจของครอบครัวต้องเริ่มบังคับใช้กลยุทธ์ต้นทุนที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาระดับกำไรที่ลดลง โดยธุรกิจที่ไม่ได้ใช้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนที่เหมาะสมและยั่งยืนอาจจะพบว่าตนเองต้องเผชิญกับอัตรากำไรที่ลดลงและผลลัพธ์ทางธุรกิจซบเซา
ไม่ว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะยํ่าแย่อย่างไร สิ่งหนึ่งที่ครอบครัวเจ้าของธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่จะมีเหมือนกันก็คือคนเหล่านี้ไม่คิดจะทิ้งธุรกิจของตนเองเพื่อเอาตัวรอด เพราะธุรกิจนั้นมีค่ามากกว่าการเป็นเพียงแค่เครื่องผลิตเงินสำหรับเจ้าของ แต่ธุรกิจคือความภาคภูมิใจและความสำเร็จของครอบครัว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,305 วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560






