thansettakij
thansettakij
สานสัมพันธ์ 3 ประเทศ (ตอน1)

สานสัมพันธ์ 3 ประเทศ (ตอน1)

03 ต.ค. 60 | 23:15 น.
TP8-3301-C ในช่วงนี้ มีงานเข้ามาเกี่ยวกับอินเดียบ่อยครั้งทำให้ต้องกลับไปอินเดียเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 1 เดือน คราวนี้เพื่อเสนอบทความวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ประเทศคืออินเดีย เมียนมา และไทย ในเวทีร่วมระหว่างศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Research Information System for Developing Countries (RIS) ที่เป็นหน่วยงานภาครัฐของอินเดียทำหน้าที่เสนอแนะข้อคิดเชิงนโยบายให้กับรัฐบาล ในครั้งนี้มีนักวิชาการจากทั้งไทย อินเดีย และเมียนมาเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง และมีอดีตเอกอัครราชทูตอินเดียประจำเมียนมาซึ่งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีโมดีมาร่วมรับฟังและให้ความคิดเห็นด้วย

รัฐบาลอินเดียมีความกระตือรือร้นมากขึ้นหลังจากที่ได้นำนโยบาย Act East Policy มาใช้โดยมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งทางการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับประเทศทั้งด้านตะวันออก และให้ความสำคัญทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียมาเป็นลำดับแรกซึ่งหมายถึงความเชื่อมโยงระหว่างอินเดีย เมียนมาและไทยผ่านโครงการถนนไฮเวย์ 3 ประเทศ ทำให้การประชุมครั้งนี้จัดที่เมืองโกลกัตตา หรือชื่อเดิมคือกัลกัตตา ซึ่งเคยเป็นอดีตเมืองหลวงของอินเดียสมัยที่ปกครองโดยสหราชอาณาจักร นอกจากการเชื่อมต่อทางด้านถนนแล้วสัมมนาครั้งนี้ยังได้กล่าวถึงความเชื่อมต่อของห่วงโซ่อุปทานการผลิตอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ผ่านการลงทุนและการค้า

เมื่อพิจารณาสัดส่วนการส่งออกของอินเดียแล้วพบว่าประเทศไทยเป็นคู่ค้าที่ไม่สำคัญของอินเดีย เพราะมีสัดส่วนทั้งการส่งออกเพียง 1.2% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่ไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปอินเดีย2.5% หากรวมเมียนมาเข้ามาอยู่ในภาคการค้าระหว่างประเทศ เมื่อคำนึงถึงสินค้าผ่านแดนสินค้าไทยที่ส่งออกไปเมียนมานั้นจะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นส่วนใหญ่ มิใช่วัตถุดิบหรือสินค้าถึงวัตถุดิบที่จะนำไปผลิตต่อดังนั้นห่วงโซ่การผลิตระหว่างไทย เมียนมาและอินเดียผ่านทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียจึงยังไม่เกิดขึ้น อีกทั้งยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่จะถูกเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ถนนไฮเวย์นี้ถูกสร้างเสร็จและใช้ดำเนินการ และอาจจะมีอุปสรรคภายในของเมียนมาจากมีชนกลุ่มน้อยอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ตามเส้นทางการเดินทาง

หากจะพิจารณาการลงทุนระหว่างประเทศ ระหว่าง ไทยและอินเดียแล้ว ความสัมพันธ์ทางด้านการลงทุนของ 2 ประเทศนี้ก็ยังมีจำกัด แต่อินเดียมีอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงและอุตสาหกรรมนี้ได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศไทยได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ โลหะ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยา อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยได้อาศัยสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(อ่านต่อฉบับหน้า)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว