thansettakij
thansettakij
โลกล้อมมะกัน

โลกล้อมมะกัน

12 ก.ค. 60 | 23:10 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.ค. 60 | 06:48 น.
MP20-3278-D เสร็จเรียบร้อยไปแล้วครับสำหรับการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี20 ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งประเด็นต่างๆ ก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในแถลงการณ์ร่วมของกลุ่ม จี20 เห็นพ้องกันว่า ข้อตกลงปารีสว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่อาจจะต่อรอง หรือเปลี่ยนแปลงใหม่ได้ นอกจากนี้จี20 ยังเห็นพ้องร่วมกันที่จะต่อสู้กับแนวทางการกีดกันทางการค้า

ส่วนประเด็นอื่นที่สนุกๆ ก็มีการพบกันครั้งแรกระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประเด็นที่ฮือฮามากที่สุด ก็คือ การที่ทรัมป์ให้ลูก สาวอย่างอิวังก้า ไปนั่งเก้าอี้ประชุมจี 20 แทนตัวเอง ร่วมกับผู้นำประเทศอื่นๆนี่แหละครับที่เรียกเสียงฮือฮา ก่นด่า ไปทั่วสหรัฐฯ ว่า อิวังก้า คือใคร? ได้รับเลือกตั้งมาหรือไร? ถึงมานั่งประชุมแทนพ่อได้ !

“โลกล้อมมะกัน” เห็นได้ชัดว่า ในที่ประชุมครั้งนี้ หนักแน่น ชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการกีดกันทางการค้า หรือ Protectionism ที่จี20 มีท่าทีชัด เจนกับการไม่เห็นด้วย และจะต้องร่วมมือกัน ที่จะต้องต่อสู้กับการกีดกันทางการค้า ซึ่ง Protectionism นั้น ถือว่าเป็นนโยบาย และเป็นแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯในชุดปัจจุบัน ที่หลายประเทศทั่วโลกหวาดวิตกกันมาโดยตลอดนับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งคว้าตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯเมื่อปลายปีที่แล้ว

หากย้อนกลับไป ในหลายเวทีการประชุมระดับโลก เช่นการประชุม เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม หรือ การประชุมระดับรัฐมนตรีของจี 20 เองในช่วงก่อนหน้านี้ ก็เจออิทธิพลของสหรัฐฯ จนที่ประชุมไม่สามารถออกแถลง การณ์ร่วม ที่ระบุได้อย่างชัดเจน ถึงการต่อต้านการกีดกันทางการค้า จนมาถึงการประชุมกลุ่มประเทศจี 7 ที่อิตาลี เมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง บรรดาผู้นำโลกที่ทรงอิทธิพลที่สุด เพิ่งตกลงกันได้ที่จะเข็นมติดังกล่าวออกมา

และก็ต่อเนื่องด้วยประชุมสุดยอด จี 20 ในครั้งนี้ ที่ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาตอกหน้าทรัมป์อีกครั้งหนึ่ง เป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า โลกกำลังล้อม โดนัลด์ ทรัมป์ และรัฐบาลสหรัฐฯชุดนี้อยู่แล้วครับ

คำถามสำคัญก็คือว่า สหรัฐฯจะยอมแพ้หรือไม่ แนวนโยบายทางด้านการค้าของสหรัฐฯ ถือเป็นหนึ่งในนโยบายชูธงของทรัมป์ ในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ประชาชนเทคะแนนเสียงให้นั้นต่างฝากความหวังเอาไว้ โดยเฉพาะการสร้างงาน และการฟื้นฐานผลิตในประเทศ ซึ่งนโยบายเหล่านี้ ล้วนแต่ต้องการใช้นโยบายด้านการค้าต่างประเทศที่แข็งกร้าว
ที่ผ่านมา สหรัฐฯมีความเคลื่อนไหวมาเป็นระยะ แม้จะยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เป็นชิ้นเป็นอันชัดเจนมากนัก เช่น คำสั่งให้ทบทวนว่าประเทศใดได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯมากเกินไป ซึ่งประเทศไทยก็ติดอยู่ในโผนั้นด้วย รวมไปถึงประเด็นให้มีการทบทวนการทุ่มตลาดเหล็กราคาถูกในสหรัฐฯโดยเหล็กจากต่างประเทศ ทั้งจากจีน และจากยุโรปก็กำลังหวาดผวาไม่น้อย

และเมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐฯยังได้สั่งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไม้แปรรูปจากแคนาดาไปแล้ว ถือเป็นผลงานของการกีดกันทางการค้าที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากที่สุดในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับกันตรงๆ ครับ ว่าประเทศไหนๆ ในโลก ก็เดินนโยบายการกีดกันทางการค้ากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะผ่านรูปแบบการตั้งกำแพงภาษี หรือ ไม่ใช่กำแพงภาษี (Non-Tariff Barrier หรือNTB) ที่อาเซียนเองก็ใช้เหมือนกัน และก็ต้องยอมรับว่าสหรัฐฯก็ยังเป็นตลาดส่งออกที่อย่างไรทั่วโลกก็ต้องยังให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 อยู่ดี เพราะกำลังซื้อเอย แหล่งเงินทุน เอย ก็ยังคงอยู่ที่สหรัฐฯทั้งนั้น

แม้ว่าในวันนี้ จะชัดเจนมากขึ้นแล้ว ว่าโลกกำลังพยายามล้อมสหรัฐฯ แต่อยู่ที่ว่าจะล้อมอยู่หรือไม่ สหรัฐฯจะฟังโลกหรือไม่ ตรงนี้ คือประเด็นที่สำคัญมากที่สุดครับ

ดีไม่ดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะกำลังแสดงให้โลกเห็นว่า สหรัฐฯไม่สนโลกอยู่ก็ได้ ขนาดส่งลูกสาวไปนั่งประชุมจี20 แทนพ่อ ก็ทำมาแล้ว ... ใครจะทำไม !

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,278 วันที่ 13 - 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2560