
Made in China 2025
เห็นภาพเครื่องบินโดยสารที่จีนผลิตขึ้นเอง รุ่น ซี919 ของบริษัท คอมเมอร์เชียล แอร์คราฟต์ คอร์ป ออฟไชน่า หรือโคแมค ทะยานขึ้นเหนือน่านฟ้านครเซี่ยงไฮ้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ต้องยอมรับจีนอย่างมากครับ กับการพัฒนาตัวเอง การลงทุนในอาร์ แอนด์ ดี หรือการวิจัยการผลิตขั้นสูง จนทำให้จีนเดินมาถึงวันนี้ได้ จีนผลิตทั้งรถไฟความเร็วสูงได้เองแล้ว จีนผลิตเรือบรรทุกเครื่องบินได้แล้ว และก็มาถึงการพัฒนาอากาศยาน ที่จีนสามารถผลิตเครื่องบินพาณิชย์ได้ในที่สุด ถือว่าเป็นก้าวสำคัญอย่างมาก
แม้ว่า จะเป็นก้าวแรก แต่ก็เป็นการเปิดศักราชใหม่ของจีนทีเดียว สู่การเปลี่ยนแปลงภาคการผลิตของจีนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง
สมัยก่อน เมื่อพูดถึงสินค้าจีน คนไทยเรามักจะได้ยินคำติดปากมาด้วยว่า "ของจีนแดง" สื่อถึงสินค้าด้อยคุณภาพ แต่ราคาถูก ใช้ไม่เท่าไหร่ก็พัง แต่ต้องบอกว่า จีนยุคใหม่ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วครับ
ภายใต้นโยบาย Made in China 2025 จีนจะเร่งปฏิรูปภาคการผลิต และอุตสาหกรรมของจีนสู่การผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งสำคัญที่จะเดินหน้าควบคู่ไปกับการเปลี่ยนโมเดลทางเศรษฐกิจของจีน จากที่เป็นพ่อค้าผลิตสินค้าราคาถูกเยอะๆ ไปสู่การผลิตสินค้าน้อยชิ้นลงแต่มีราคาแพง รวมไปถึงให้การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของจีน ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจีนเริ่มจะใช้นโยบายหลายอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับ
เพียงแต่ทว่า สิ่งที่จีนต้องเร่งแก้ปัญหาก็คือ จะทำอย่างไรกับการผลิตแบบเดิมๆที่ยังอยู่เต็มประเทศ เช่นการผลิตสินค้าไร้คุณภาพ ผลิตสินค้าส่วนเกินออกมามาก การระบายสินค้าเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในภาระสำคัญ
[caption id="attachment_147605" align="aligncenter" width="503"]
Made in China 2025[/caption]
ดังนั้น สินค้าเหล่านี้จึงจะถูกระบายออกมาจากจีนในระยะไม่กี่ปีนี้อย่างต่อเนื่อง มายังตลาดด้อยคุณภาพในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (ประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และในแอฟริกาเป็นต้น สินค้าจีนชิ้นละ 10 บาท ยังเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน แต่คาดว่าในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า เราอาจจะไม่ได้เห็นสินค้าจีนเหล่านี้แล้วครับ
พิจารณาการพัฒนาสินค้าประเภทเทคโนโลยี อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือเป็นตัวอย่าง ใครจะเชื่อว่า โทรศัพท์มือถือจีนในอดีต ที่ถูกดูถูก ว่าเป็น "ของจีน" ไร้คุณภาพ จะกลายมาเป็นหัวเหว่ย ออปโป เสี่ยวหมี ที่ขึ้นมาครองตลาดภายในประเทศจีนได้อย่างง่ายดาย และตีไอโฟนมานานหลายปีแล้วครับ
แน่นอนว่า เทคนิคสู่ความสำเร็จของการผลิตสินค้าชั้นสูงของจีน ก็ไม่ต่างจากการพัฒนาการผลิตของญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นจากการเลียนแบบสู่การพัฒนาด้วยตัวเอง ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา หรืออาร์ แอนด์ดี จีนเป็นมือปืนรับจ้างผลิตป้อนสินค้าชั้นสูงหลายประเภทให้กับโลกตะวันตก จีนก็เกิดการเลียนแบบและผลิตขึ้นเอง
รถไฟความเร็วสูง จีนก็ได้มีการศึกษาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนี ก่อนที่จีนจะลองผลิตแบบลองผิดลองถูกจนสามารถผลิตได้เอง และกำลังกลายเป็นสินค้าที่จีนส่งออกเสียด้วย
กลับมาที่ไทย ไทยเราก็เป็นมือปืนรับจ้างผลิตให้ประเทศพัฒนาแล้วมาตั้งนาน ไม่ต่างจากจีน ในสินค้าหลายๆประเภท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ จนถึงกับที่ไทยกล้าขนานนามเรียกตัวเองว่าเป็น "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
แม้ว่า จะเป็นก้าวแรก แต่ก็เป็นการเปิดศักราชใหม่ของจีนทีเดียว สู่การเปลี่ยนแปลงภาคการผลิตของจีนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง
สมัยก่อน เมื่อพูดถึงสินค้าจีน คนไทยเรามักจะได้ยินคำติดปากมาด้วยว่า "ของจีนแดง" สื่อถึงสินค้าด้อยคุณภาพ แต่ราคาถูก ใช้ไม่เท่าไหร่ก็พัง แต่ต้องบอกว่า จีนยุคใหม่ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วครับ
ภายใต้นโยบาย Made in China 2025 จีนจะเร่งปฏิรูปภาคการผลิต และอุตสาหกรรมของจีนสู่การผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งสำคัญที่จะเดินหน้าควบคู่ไปกับการเปลี่ยนโมเดลทางเศรษฐกิจของจีน จากที่เป็นพ่อค้าผลิตสินค้าราคาถูกเยอะๆ ไปสู่การผลิตสินค้าน้อยชิ้นลงแต่มีราคาแพง รวมไปถึงให้การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของจีน ดังนั้น จะเห็นได้ว่าจีนเริ่มจะใช้นโยบายหลายอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้นครับ
เพียงแต่ทว่า สิ่งที่จีนต้องเร่งแก้ปัญหาก็คือ จะทำอย่างไรกับการผลิตแบบเดิมๆที่ยังอยู่เต็มประเทศ เช่นการผลิตสินค้าไร้คุณภาพ ผลิตสินค้าส่วนเกินออกมามาก การระบายสินค้าเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในภาระสำคัญ
[caption id="attachment_147605" align="aligncenter" width="503"]
ดังนั้น สินค้าเหล่านี้จึงจะถูกระบายออกมาจากจีนในระยะไม่กี่ปีนี้อย่างต่อเนื่อง มายังตลาดด้อยคุณภาพในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (ประกอบด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และในแอฟริกาเป็นต้น สินค้าจีนชิ้นละ 10 บาท ยังเห็นได้อยู่ในปัจจุบัน แต่คาดว่าในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า เราอาจจะไม่ได้เห็นสินค้าจีนเหล่านี้แล้วครับ
พิจารณาการพัฒนาสินค้าประเภทเทคโนโลยี อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือเป็นตัวอย่าง ใครจะเชื่อว่า โทรศัพท์มือถือจีนในอดีต ที่ถูกดูถูก ว่าเป็น "ของจีน" ไร้คุณภาพ จะกลายมาเป็นหัวเหว่ย ออปโป เสี่ยวหมี ที่ขึ้นมาครองตลาดภายในประเทศจีนได้อย่างง่ายดาย และตีไอโฟนมานานหลายปีแล้วครับ
แน่นอนว่า เทคนิคสู่ความสำเร็จของการผลิตสินค้าชั้นสูงของจีน ก็ไม่ต่างจากการพัฒนาการผลิตของญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นจากการเลียนแบบสู่การพัฒนาด้วยตัวเอง ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา หรืออาร์ แอนด์ดี จีนเป็นมือปืนรับจ้างผลิตป้อนสินค้าชั้นสูงหลายประเภทให้กับโลกตะวันตก จีนก็เกิดการเลียนแบบและผลิตขึ้นเอง
รถไฟความเร็วสูง จีนก็ได้มีการศึกษาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนี ก่อนที่จีนจะลองผลิตแบบลองผิดลองถูกจนสามารถผลิตได้เอง และกำลังกลายเป็นสินค้าที่จีนส่งออกเสียด้วย
กลับมาที่ไทย ไทยเราก็เป็นมือปืนรับจ้างผลิตให้ประเทศพัฒนาแล้วมาตั้งนาน ไม่ต่างจากจีน ในสินค้าหลายๆประเภท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ จนถึงกับที่ไทยกล้าขนานนามเรียกตัวเองว่าเป็น "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






