
ทำเก่งอย่างเดียวไม่พอ …. ต้องทำเป็นด้วย
ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าแนวคิด Start up ได้กลายเป็นกระแสฮิตของ SME ไทย จุดประกายความหวังของน้อง ๆ หลายคนโดดเข้ามาเป็นนักธุรกิจทันทีที่จบการศึกษา หรือหันมาให้ความสนใจสร้างความพร้อมให้กับตัวเองในการเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งต่างจากอดีตที่ส่วนใหญ่มองหางานในบริษัทใหญ่ องค์กรที่มั่นคง รับเงินเดือนประจำไปสบาย ๆ แต่วันนี้เรื่องราวของความสำเร็จทางธุรกิจของรุ่นพี่ๆ ทั้งระดับในและต่างประเทศที่ สร้างเนื้อสร้างตัว มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นมหาเศรษฐีเมื่ออายุน้อย ๆ ได้เปลี่ยนกระแสแนวคิดการดำรงชีวิต การไขว้คว้าหาโอกาสในการสร้างอนาคตตัวเองต่างจากเดิม และ Start up ก็เป็นเส้นทางที่น้อง ๆ หลายคนเลือกที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต ซึ่งโดยส่วนตัวผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งในภาพส่วนตัวน้อง ๆ และสังคมในภาพรวมที่เราต้องการสร้างประเทศให้เป็นสังคมผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ด้านหนึ่งของเหรียญที่เราอาจต้องดูอย่างใกล้ชิด สถิติของความสำเร็จของ Start up ไม่ว่าจะเป็นแบบ Tech Start up หรือ Start up ทั่ว ๆ ไป อัตราการอยู่รอด เติบโต ค่อนข้างต่ำมาก บางประเทศต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในปีแรกด้วยซ้ำไป ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการ Start up เป็นผู้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ทำงานหนัก ขยันสุด ๆ มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ทันสมัย และก้าวทันวิทยาการ แต่ทำไมมากรายถึงไม่ไปถึงฝั่งฝัน
เท่าที่ได้ประสบ พูดคุย กับ Start up ที่ประสบความสำเร็จ กำลังประสบความสำเร็จ และล้มเหลว ผมพอประมวลได้ว่า ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความล้มเหลวกับคนที่ประสบความสำเร็จนั้นมาจากมองโจทย์ของลูกค้าไม่ออกว่าลูกค้าต้องการอะไร ลูกค้าทุกรายต้องการสิ่งที่มาแก้ปัญหา หรือเติมเต็มสิ่งที่เขาคิดว่าเขาขาด แต่ Start up ส่วนมากประดิษฐ์สิ่งที่ตัวเองอยากทำ ตอบความต้องการของตัวเอง และคิดว่าสิ่งนั้นมีค่ากับลูกค้า โดยไม่ถามลูกค้าก่อน ในที่สุดก็ติดกับดับของความฝันตัวเอง
ผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีกับน้องนัท ผู้ร่วมก่อตั้งและผลักดัน เชียงใหม่เม็กเกอร์คลับ ให้โด่งดังขึ้นมา พูดถึงเรื่องนี้ว่า ตอนเริ่มแรกทุกคนมาร่วมมือกันทำงานประดิษฐ์ต่างๆ ตามความฝันแบบวิศวกร แต่สักพักใหญ่ ๆ เริ่มรู้ว่าความยั่งยืนของงานคือความสามรถในการหารายได้จากที่ทำอยู่ เลยเข้าร่วมโครงการ Angel Fund รุ่นแรกของกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับบริษัทเดลต้า อิเล็กทรอนิก (มหาชน) จึงเริ่มเข้าใจวิธีคิดแบบธุรกิจ หันมามองการวางแผนธุรกิจ ความต้องการลูกค้า และตอนนี้ก็สามารถสร้างเชียงใหม่เม็กเกอร์คลับขยายตัวในกลุ่มลูกค้ากว้างและบริหารเชิงธุรกิจมากขึ้นแต่ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันของคนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วนเหมือนเดิม
ความรู้ ความกระตือรือร้น จริงจัง และความฝัน เป็นสิ่งที่ผู้เป็น Start up จำเป็นต้องมี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จและความยั่งยืน โดย Start up ยังต้องการมีรูปแบบจัดการในเชิงธุรกิจที่เหมาะสม และการอ่านขาดในเรื่องของลูกค้า เพราะจุดสุดท้ายของความสำเร็จและยั่งยืนของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ว่าเราผลิตอะไรได้ แต่วัดกันที่ว่าสินค้านั้นตอบโจทย์ลูกค้ามากพอที่เขาจะซื้อหรือไม่ ต่างหากครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
อย่างไรก็ตาม ด้านหนึ่งของเหรียญที่เราอาจต้องดูอย่างใกล้ชิด สถิติของความสำเร็จของ Start up ไม่ว่าจะเป็นแบบ Tech Start up หรือ Start up ทั่ว ๆ ไป อัตราการอยู่รอด เติบโต ค่อนข้างต่ำมาก บางประเทศต่ำกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในปีแรกด้วยซ้ำไป ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการ Start up เป็นผู้เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ทำงานหนัก ขยันสุด ๆ มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ทันสมัย และก้าวทันวิทยาการ แต่ทำไมมากรายถึงไม่ไปถึงฝั่งฝัน
เท่าที่ได้ประสบ พูดคุย กับ Start up ที่ประสบความสำเร็จ กำลังประสบความสำเร็จ และล้มเหลว ผมพอประมวลได้ว่า ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความล้มเหลวกับคนที่ประสบความสำเร็จนั้นมาจากมองโจทย์ของลูกค้าไม่ออกว่าลูกค้าต้องการอะไร ลูกค้าทุกรายต้องการสิ่งที่มาแก้ปัญหา หรือเติมเต็มสิ่งที่เขาคิดว่าเขาขาด แต่ Start up ส่วนมากประดิษฐ์สิ่งที่ตัวเองอยากทำ ตอบความต้องการของตัวเอง และคิดว่าสิ่งนั้นมีค่ากับลูกค้า โดยไม่ถามลูกค้าก่อน ในที่สุดก็ติดกับดับของความฝันตัวเอง
ผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีกับน้องนัท ผู้ร่วมก่อตั้งและผลักดัน เชียงใหม่เม็กเกอร์คลับ ให้โด่งดังขึ้นมา พูดถึงเรื่องนี้ว่า ตอนเริ่มแรกทุกคนมาร่วมมือกันทำงานประดิษฐ์ต่างๆ ตามความฝันแบบวิศวกร แต่สักพักใหญ่ ๆ เริ่มรู้ว่าความยั่งยืนของงานคือความสามรถในการหารายได้จากที่ทำอยู่ เลยเข้าร่วมโครงการ Angel Fund รุ่นแรกของกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับบริษัทเดลต้า อิเล็กทรอนิก (มหาชน) จึงเริ่มเข้าใจวิธีคิดแบบธุรกิจ หันมามองการวางแผนธุรกิจ ความต้องการลูกค้า และตอนนี้ก็สามารถสร้างเชียงใหม่เม็กเกอร์คลับขยายตัวในกลุ่มลูกค้ากว้างและบริหารเชิงธุรกิจมากขึ้นแต่ก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันของคนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วนเหมือนเดิม
ความรู้ ความกระตือรือร้น จริงจัง และความฝัน เป็นสิ่งที่ผู้เป็น Start up จำเป็นต้องมี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความสำเร็จและความยั่งยืน โดย Start up ยังต้องการมีรูปแบบจัดการในเชิงธุรกิจที่เหมาะสม และการอ่านขาดในเรื่องของลูกค้า เพราะจุดสุดท้ายของความสำเร็จและยั่งยืนของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ว่าเราผลิตอะไรได้ แต่วัดกันที่ว่าสินค้านั้นตอบโจทย์ลูกค้ามากพอที่เขาจะซื้อหรือไม่ ต่างหากครับ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






