thansettakij
thansettakij
AOT ครบรอบ 47 ปี เดินหน้ายกระดับ ‘ท่าอากาศยาน’สู่ ‘ศูนย์กลางการบิน’ระดับโลก

AOT ครบรอบ 47 ปี เดินหน้ายกระดับ ‘ท่าอากาศยาน’ สู่ ‘ศูนย์กลางการบิน’ ระดับโลก

07 ก.ค. 69 | 09:26 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 09:26 น.

AOT ครบรอบ 47 ปี มุ่งยกระดับท่าอากาศยานสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก ชูการบริการเป็นเลิศ เน้นความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

KEY

POINTS

  • AOT ฉลองครบรอบ 47 ปี พร้อมประกาศวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก

  • เดินหน้าแผนพัฒนาท่าอากาศยาน 6 แห่ง เพิ่มการรองรับผู้โดยสารให้ได้ 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577

  • ยกระดับบริการและความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

  • ดึงดูดสายการบินให้เปิดเส้นทางบินใหม่ด้วยมาตรการจูงใจ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (AOT) ครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี มุ่งพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศให้สามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลกเสริมสร้างประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้โดยสารด้วยการบริการที่ดีพร้อมยกระดับความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล

AOT ชูวิสัยทัศน์ครบรอบ 47 ปี

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 AOT ครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน” โดยมียุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานถึงปี 2580 เพื่อมุ่งสู่การเป็น World - Class Aviation Hub ผ่านการพัฒนาท่าอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและนวัตกรรม ตลอดจนยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT

ปริมาณการจราจรทางอากาศรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569) ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76% ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2570 อุตสาหกรรมการบินยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น

ทำให้ AOT เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบิน ส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพสูง รวมถึงสร้างความร่วมมือกับสายการบินและภาคการท่องเที่ยวในการกระตุ้นการเดินทางระหว่างประเทศ

 

เดินหน้าพัฒนาสนามบิน รับ 160 ล้านคน 

จากมุมมองดังกล่าวจะเป็นโอกาสของ AOT ที่จะเร่งยกระดับศักยภาพของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ให้รองรับผู้โดยสารได้ 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 ตามการเติบโตอุตสาหกรรมการบิน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่จะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีก 81,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ใน ปี 2574 ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถการรองรับเป็น 70 ล้านคนต่อปี ดำเนินการคู่ขนานไปกับการพัฒนาทางด้านทิศใต้พื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร จะแบ่งการก่อสร้างเป็นหลายระยะ ปัจจุบันอยู่ขั้นตอนการออกแบบหลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างโครงการพัฒนาด้านทิศใต้ ในปี 2572 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ระยะแรก (Phase 1/3) ในช่วงปี 2576

ท่าอากาศยานดอนเมือง จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และอาคาร 2 ให้ทันสมัยพร้อมปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบขนส่งทางราง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่บริเวณด้านทิศใต้ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมทั้งหมดให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ พร้อมขยายและปรับปรุงลานจอดอากาศยาน และก่อสร้างพื้นที่จอดรถยนต์ 1,100 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577

ท่าอากาศยานภูเก็ต จะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และขยายอาคารเทียบเครื่องบิน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574

ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) โดยคาดว่าจะจัดทำแผนแม่บทเสร็จสิ้นภายในปี 2569 นี้

 

นอกจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยาน AOTจะเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่ง สินค้าทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนดำเนินโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้าของผู้ประกอบการรายที่ 3 ก่อนจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนต่อไป

ยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารสู่มาตรฐานโลก

รวมทั้ง AOT ได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารสู่มาตรฐานโลก พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความอบอุ่น และความใส่ใจ ตลอดจนผลักดันคุณภาพการบริการให้เทียบเคียงสนามบินชั้นนำของโลก พัฒนาประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างใช้บริการที่สนามบิน จนถึงหลังการเดินทาง นอกจากนั้น ได้นำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการต่างๆ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต AOT ได้ยกระดับการบริการ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โดยร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเร่งระดมติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งหมดกว่า 200 ชุด พร้อมช่องทางพิเศษสำหรับผู้ต้องการได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ABC Special Assistant Lane) อีก 8 ชุดภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอคิวเข้าตรวจหนังสือเดินทางได้ดียิ่งขึ้น

ก้าวต่อไปของ AOT ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดในการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยด้านการบิน (Aviation Security and Safety) ซึ่งรวมไปถึงการป้องกันอันตรายที่เกิดจากสัตว์โดยรอบท่าอากาศยาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์ เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ในการขับไล่มีวิธีการทำงานโดยส่งสัญญาณเสียงที่เหมาะกับชนิดของนกที่พบ พร้อมระบบบันทึกข้อมูล ซึ่งจะสามารถนำมาต่อยอดไปสู่การเฝ้าระวัง การประเมินความเสี่ยง และวิเคราะห์ข้อมูลของนกและสัตว์ได้อย่างเป็นระบบ

นอกจากนั้น ในด้านการรักษาความปลอดภัย AOT ยังได้นำอุปกรณ์ตรวจค้นสัมภาระที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องเอกซเรย์สัมภาระ 3 มิติ (CT) และระบบตรวจจับวัตถุต้องห้ามด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานของ AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ดึงสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่เข้าไทย

จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร และเส้นทางบิน รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบิน และปัจจัยอื่นๆ AOT จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะได้เร่งเปิดตลาดใหม่หรือเส้นทางที่ยังไม่มีบริการบินตรง โดยเน้นเจาะตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูง เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค และสนับสนุนเส้นทางต่อเครื่อง

โดยขณะนี้ AOT มีโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้แก่สายการบินที่เปิดเส้นทางบินใหม่มายังท่าอากาศยานของ AOT ซึ่งโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ตุลาคม 2571 โดยมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลง ค่าบริการที่เก็บอากาศยาน และค่าใช้บริการสะพานเทียบเครื่องบิน อีกทั้ง AOT จะเข้าร่วมงานประชุมและเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางการบิน (Route Development) เพื่อหารือ เจรจาธุรกิจ นำเสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางการบิน และจูงใจให้สายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มการให้บริการมายังประเทศไทย

AOT ครบรอบ 47 ปี เดินหน้ายกระดับ ‘ท่าอากาศยาน’ สู่ ‘ศูนย์กลางการบิน’ ระดับโลก

พัฒนาพื้นที่ว่างเปล่ารอบสนามบินสร้างรายได้

นอกจากนี้ AOT จะนำพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกทางหนึ่ง ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน และเกิดการจ้างงาน ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการต่างๆ

เช่น โรงแรมสนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า (Logistics Park) อุทยานการบิน (Aviation Park) ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานให้เช่า ศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) เพื่อเป็นแหล่งรวมกิจกรรมยามว่างด้านสุขภาพและความบันเทิง เป็นต้น โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนต่อไป

AOT ครบรอบ 47 ปี เดินหน้ายกระดับ ‘ท่าอากาศยาน’ สู่ ‘ศูนย์กลางการบิน’ ระดับโลก

ในด้านการดำเนินการไปสู่เป้าหมายของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) AOT ได้ประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งเป็นท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาอาคารผู้โดยสาร (Solar Rooftop) และนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้หมุนเวียนภายในท่าอากาศยาน

รวมทั้งได้กำหนดนโยบายให้รถทุกชนิดของ AOT และผู้ประกอบการที่จะขออนุญาตเข้าใช้ในสนามบินต้องเป็นยานยนต์ไฟฟ้าและกำหนดให้อาคารต่างๆ ที่จะก่อสร้างตามแผนพัฒนาของ AOT เป็นอาคารประหยัดพลังงาน หรืออาคารเขียว

AOT มุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานท่าอากาศยานอย่างเข้มแข็งเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World - Class Aviation Hub) พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในการพัฒนาองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้เติบโต และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาวของชาติต่อไป