
ทอท.ลุยแผนขยายสนามบิน 3 แสนล้าน ดัน 6 แห่ง รับผู้โดยสารเพิ่ม 160 ล้านคนต่อปี
ทอท.อัพเดทลุยขยายสนามบิน 3 แสนล้านบาท ขยายศักยภาพ 6 สนามบินรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 ชี้ช่วง 5 ปีแรก ใช้งบลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด
KEY
POINTS
- ทอท. อัพเดตแผนลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ขยายสนามบิน 6 แห่ง
- เผยช่วง 5 ปีแรก ใช้งบลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด
- ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 160 ล้านคน
- ทอท.ชูวิสัยทัศน์ “เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน”
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท.อัพเดทแผนขยายสนามบิน รวม 6 สนามบิน มูลค่าการลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท เพื่อขยายศักยภาพการรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2577 เผยในช่วง 5 ปีแรก ใช้งบลงทุนราว 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ในช่วงดังกล่าวแต่อย่างใด
การพัฒนาขีดความสามารถ ในการขยายสนามบิน ทอท.มุ่งพัฒนาท่าอากาศยานของประเทศให้สามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก เสริมสร้างประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้โดยสารด้วยการบริการที่ดี พร้อมยกระดับความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT กล่าวว่า วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 AOT จะครบรอบการดำเนินงาน 47 ปี ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัย และยั่งยืน”
โดยมียุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานถึงปี 2580 เพื่อมุ่งสู่การเป็น World - Class Aviation Hub ผ่านการพัฒนาท่าอากาศยาน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและนวัตกรรม ตลอดจนยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ทอท.จะเร่งยกระดับศักยภาพของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ภายใต้งบลงทุนรวมกว่า 300,000 ล้านบาท ในช่วง 5-20 ปีข้างหน้า
โดยในช่วง 5 ปีแรก (ปี 2569-2573)จะใช้งบลงทุนราว 80,000-90,000 ล้านบาท เงินทอท.มองว่าจะใช้กระแสเงินสด และค่าธรรมเนียมผู้โดยสารขาออก หรือ PSC ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละราว 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการขยายสนามบิน
การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่จะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีก 81,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2574
ทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีขีดความสามารถเป็น 70 ล้านคนต่อปี ดำเนินการคู่ขนานไปกับการพัฒนาทางด้านทิศใต้ พื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร จะแบ่งการก่อสร้างเป็นหลายระยะ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนการออกแบบ
หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างโครงการพัฒนาด้านทิศใต้ ในปี 2572 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสาร
ด้านทิศใต้ระยะแรก (Phase 1/3) ในช่วงปี 2576
ส่วนท่าอากาศยานดอนเมืองจะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และอาคาร 2 ให้ทันสมัยพร้อมปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบขนส่งทางราง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577
ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หลังใหม่บริเวณด้านทิศใต้ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมทั้งหมดให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ พร้อมขยายและปรับปรุงลานจอดอากาศยาน และก่อสร้างพื้นที่จอดรถยนต์ 1,100 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577
ท่าอากาศยานภูเก็ตจะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และขยายอาคารเทียบเครื่องบิน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574 ท่าอากาศยานหาดใหญ่อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) โดยคาดว่าจะจัดทำแผนแม่บทเสร็จสิ้นภายในปี 2569 นี้
นอกจากการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานแล้ว AOT จะเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนดำเนินโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้าของผู้ประกอบการรายที่ 3 ก่อนจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนต่อไป
รวมทั้ง AOT ได้วางแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารสู่มาตรฐานโลก พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย ความอบอุ่น และความใส่ใจ ตลอดจนผลักดันคุณภาพการบริการให้เทียบเคียงสนามบินชั้นนำของโลก พัฒนาประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนเดินทาง ระหว่างใช้บริการที่สนามบิน จนถึงหลังการเดินทาง
นอกจากนั้น ได้นำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการต่างๆ โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต AOT ได้ยกระดับการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเร่งระดมติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งหมดกว่า 200 ชุด
พร้อมช่องทางพิเศษสำหรับผู้ต้องการได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ABC Special Assistant Lane) อีก 8 ชุดภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอคิวเข้าตรวจหนังสือเดินทางได้ดียิ่งขึ้น
ก้าวต่อไปของ AOT ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดในการรักษาความปลอดภัยและความปลอดภัยด้านการบิน (Aviation Security and Safety) ซึ่งรวมไปถึงการป้องกันอันตรายที่เกิดจากสัตว์โดยรอบท่าอากาศยาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์ เช่น เทคโนโลยีที่ใช้ในการขับไล่มีวิธีการทำงานโดยส่งสัญญาณเสียงที่เหมาะกับชนิดของนกที่พบ
พร้อมระบบบันทึกข้อมูล ซึ่งจะสามารถนำมาต่อยอดไปสู่การเฝ้าระวัง การประเมินความเสี่ยง และวิเคราะห์ข้อมูลของนกและสัตว์ได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนั้น ในด้านการรักษาความปลอดภัย AOT ยังได้นำอุปกรณ์ตรวจค้นสัมภาระที่ใช้เทคโนโลยีเครื่องเอกซเรย์สัมภาระ 3 มิติ (CT) และระบบตรวจจับวัตถุต้องห้ามด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งาน
สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 - พฤษภาคม 2569)
ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76%
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดำเนินงานของ AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล







