thansettakij
thansettakij
ทอท.ปรับลดเป้า ชี้ผู้โดยสารปีนี้ทรงตัว พิษสงครามตะวันออกกลาง คาดปีหน้าโต 2%

ทอท.ปรับลดเป้า ชี้ผู้โดยสารปีนี้ทรงตัว พิษสงครามตะวันออกกลาง คาดปีหน้าโต 2%

26 มิ.ย. 69 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 08:00 น.

ทอท.เผยพิษสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้องปรับลดเป้าหมาย โดยคาดว่าผู้โดยสารปีนี้ทรงตัว รุกทำตลาด เร่งดึงสายการบินสยายปีก คาดปีหน้าโต 2% พร้อมนำพื้นที่ว่างเปล่าเดินหน้าสร้างรายได้ใหม่

KEY

POINTS

  • ทอท. ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของผู้โดยสารจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันแพง
  • คาดการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารในปีงบประมาณนี้ (สิ้นสุด ก.ย. 69) จะไม่เติบโต (0%) หรืออยู่ในภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
  • รุกทำตลาด เร่งดึงสายการบินสยายปีก คาดปีหน้าผู้โดยสารใช้บริการสนามบินโต 2%

ทอท.ปรับลดเป้า เผยสงครามตะวันออกกลาง ฉุดผู้โดยสารปีนี้ทรงตัว

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. กล่าวว่าสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ทอท.ได้ปรับลดประมาณเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจลง โดยการคาดการณ์ใหม่ คาดว่าการเติบโตของผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินทั้ง 6 แห่งของทอท. สำหรับปีงบประมาณนี้ (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569) จะเติบโตที่ 0% หรืออยู่ในสภาวะทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณผู้โดยสารในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 126 ล้านคน

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท.

เนื่องจากสงครามตะวันออกกลางกับผลกระทบต่อราคาน้ำมันผันผวน ซึ่งต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน ในขณะที่ค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) มีสัดส่วนเพียง 5% เท่านั้น อีกทั้งแม้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลง แต่ทาง AOT คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร

แต่อย่างไรก็ตามทอท.ยังเชื่อมั่นว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปีงบประมาณหน้า จำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเติบโตได้หากสถานการณ์ความไม่สงบในระดับโลกเริ่มคลี่คลายลง พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับความผันผวนของปัจจัยภายนอก

AOT คาดการณ์ปีหน้าผู้โดยสารใช้สนามบินโต 2%

สำหรับปีงบประมาณหน้า AOT คาดการณ์จำนวนผู้โดยสารแบบระมัดระวัง (Conservative) โดยมองว่าจะเติบโตประมาณ 2% หรือคิดเป็นจำนวนผู้โดยสารประมาณ 129 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากปีปัจจุบันที่คาดว่าจะอยู่ที่ 126 ล้านคน) โดยคาดหวังว่าสถานการณ์สงครามจะคลี่คลายมากขึ้น และบรรยากาศการเดินทางจะดีขึ้นในช่วงตารางบินฤดูหนาวนี้  

โดยในส่วนของตารางบินฤดูหนาว (Winter Schedule) พบว่ามีการจองสล็อตล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 2% แม้ตัวเลขจะดูไม่สูงมาก แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งมีการยกเลิกสล็อตไปถึง 17% เนื่องจากสายการบินขาดความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน โดยในปีนี้ AOT ได้มีการประสานงานกับสายการบินอย่างใกล้ชิดเพื่อขอความร่วมมือในการรักษาสล็อตการบิน เพื่อให้สามารถคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ทอท.ปรับลดเป้า ชี้ผู้โดยสารปีนี้ทรงตัว พิษสงครามตะวันออกกลาง คาดปีหน้าโต 2%

รุกเปิดตลาดใหม่ดันสายการบินสยายปีก

อย่างไรก็ตาม แม้จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร และเส้นทางบิน รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบิน และปัจจัยอื่นๆ AOT จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะได้เร่งเปิดตลาดใหม่หรือเส้นทางที่ยังไม่มีบริการบินตรง โดยเน้นเจาะตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูง เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค และสนับสนุนเส้นทางต่อเครื่อง

โดยขณะนี้ AOT มีโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้แก่สายการบินที่เปิดเส้นทางบินใหม่มายังท่าอากาศยานของ AOT ซึ่งโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ตุลาคม 2571 โดยมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลง ค่าบริการที่เก็บอากาศยาน และค่าใช้บริการสะพานเทียบเครื่องบิน อีกทั้ง AOT จะเข้าร่วมงานประชุมและเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางการบิน (Route Development) เพื่อหารือ เจรจาธุรกิจ นำเสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางการบิน และจูงใจให้สายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มการให้บริการมายังประเทศไทย

นำพื้นที่ว่างเปล่าเดินหน้าสร้างรายได้ใหม่

นอกจากนี้ AOT จะนำพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกทางหนึ่ง ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน และเกิดการจ้างงาน

 

ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการต่างๆ เช่น โรงแรมสนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า (Logistics Park) อุทยานการบิน (Aviation Park) ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานให้เช่า ศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) เพื่อเป็นแหล่งรวมกิจกรรมยามว่างด้านสุขภาพและความบันเทิง เป็นต้น โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนต่อไป

ในด้านการดำเนินการไปสู่เป้าหมายของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) AOT ได้ประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งเป็นท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาอาคารผู้โดยสาร (Solar Rooftop) และนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้หมุนเวียนภายในท่าอากาศยาน

รวมทั้งได้กำหนดนโยบายให้รถทุกชนิดของ AOT และผู้ประกอบการที่จะขออนุญาตเข้าใช้ในสนามบินต้องเป็นยานยนต์ไฟฟ้าและกำหนดให้อาคารต่างๆ ที่จะก่อสร้างตามแผนพัฒนาของ AOT เป็นอาคารประหยัดพลังงาน หรืออาคารเขียว

AOT มุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานท่าอากาศยานอย่างเข้มแข็งเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World - Class Aviation Hub) พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการยึดมั่นในการพัฒนาองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้เติบโต และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายระยะยาวของชาติต่อไป