
'พิพัฒน์' ย้ำทอท.ขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก 1,120 บาท ประชาชนต้องได้บริการคุ้มค่า
'พิพัฒน์' กำชับทอท.ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ PSC 1,120 บาท ประชาชนต้องได้บริการที่คุ้มค่า ยกระดับสนามบินทั่วไทย ชูพนักงานเป็นหัวใจหลัก ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกปัญหา
วันนี้(วันที่ 7 พฤษภาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดโอกาสให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ทอท.เข้าร่วมการหารือ เพื่อมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการทำงานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ที่ประชาชนและผู้ใช้บริการ
นายพิพัฒน์ ได้หยิบยกประเด็นสำคัญเรื่องที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT หรือทอท.ประกาศปรับขึ้นค่าบริการ ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge : PSC) จากเดิม 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน โดยจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมสนามบินหลักทั้ง 6 แห่งของ AOT ทั่วประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น
โดยเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า ทอท. จะต้องยกระดับการให้บริการและการดูแลผู้โดยสารให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนจะต้องสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนมาอย่างแท้จริง
โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติ มาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดความแออัดและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง
พร้อมทั้งแนะแนวทาง การทำงานควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทาง เข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยฝากความหวังไว้ที่บุคลากรทุกคน พร้อมเน้นย้ำว่า พนักงาน ทอท. และสมาชิก สร.ทอท. ทุกคน เปรียบเสมือน ด่านหน้าและหัวใจหลักของประเทศ การให้บริการด้วยความใส่ใจและมีมาตรฐาน จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาถึง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของไทยในภาพรวม
ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในสภาวะวิกฤตพลังงาน ได้มีการกำชับให้ ทอท. และพนักงานทุกคนร่วมมือกันดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานภายในอาคารผู้โดยสารและสำนักงานอย่างเคร่งครัด รวมไปถึงการผลักดันและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อความยั่งยืนผู้โดยสาร
นอกจากนี้ ได้ฝากให้สหภาพฯ ช่วยดูแลสวัสดิการและสภาพจิตใจของพนักงานอย่างใกล้ชิด และย้ำถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันว่า "หากพี่น้องพนักงานหรือสหภาพฯ มีข้อติดขัดหรือปัญหาใด ๆ ขอให้เดินเข้ามาพูดคุยกันได้เสมอ ทั้งผู้บริหารของ ทอท.
รวมถึงนายพิพัฒน์ ก็พร้อมเปิดประตูรับฟังและร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพราะบุคลากรคือฟันเฟืองสำคัญขององค์กร ที่จะส่งมอบบริการที่ประทับใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้







