
ปิดฉาก TTM+2026 ปิดดีลเจรจาธุรกิจ 1.5 หมื่นนัด เงินสะพัดท่องเที่ยว 5,000 ล้าน
ปิดฉาก Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+2026) เวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัทยา ของททท. เอเย่นต์ต่างชาติตอบรับดีกว่าทุกครั้ง จบดีลเจรจาธุรกิจ 1.5 หมื่นนัดหมาย ท่องเที่ยวเงินสะพัดกว่า 5,000 ล้านบาท
KEY
POINTS
- งาน Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+2026) ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จ โดยมีการนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 15,000 นัดหมาย
- คาดการณ์ว่าการจัดงานครั้งนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและทำให้มีเงินสะพัดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประมาณ 5,000 ล้านบาท
- มีผู้ซื้อจากต่างชาติเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้น 5.7% โดยเฉพาะจากตลาดตะวันออกกลางที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมองว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและคุ้มค่า
ปิดฉากงาน Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+2026) ที่พัทยา เมื่อวันที่ 10-12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในปีนี้มีผู้ซื้อ (Buyers)ต่างชาติเข้าร่วมงานทั้งหมด 429 ราย จาก 58 ประเทศ เพิ่มขึ้น 5.7% จากปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ที่ไม่เคยเดินทางมาไทยสูงถึง 61.7%
ขณะที่มีผู้ขาย (Sellers) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวรวมกว่า 428 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทโรงแรมและรีสอร์ท 77% และธุรกิจนำเที่ยว 11%
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงาน ส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทย 14.03 ล้านคน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวน 14.36 ล้านคน ลดลงเล็กน้อย 2.3% สร้างรายได้ 679,274 ล้านบาท
ททท.ดันต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้ 33 ล้านคน
ททท.จึงยังคงคาดการณ์ว่าปีนี้ไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.65 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 33 ล้านคน สร้างรายได้ 1.55 ล้านล้านบาท และคนไทยเที่ยวในประเทศ 200.4 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 1.1 ล้านล้านบาท
แม้สถานการณ์ปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลก
แต่การจัดงาน TTM+ 2026 นี้ เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงเป็นอุตสาหกรรมและเครื่องมือทางเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศไทย ททท. พร้อมนำเสนอสินค้า บริการ และประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพ
ตลอดจนกระตุ้นการเดินทาง รักษาสัดส่วนนักท่องเที่ยวระหว่าง First Visit และ Re-visit และเจาะกลุ่ม Niche Market จากตลาดศักยภาพทั่วโลก
ดังนั้นงาน TTM+2026 เป็นเวทีสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ได้มาพบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลก เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวและสินค้าการท่องเที่ยวไทยสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก
เจรจาธุรกิจท่องเที่ยว 1.5 หมื่นนัดหมาย
“การจัดงานในปีนี้มีการนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 15,000 นัดหมาย ซึ่งจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยตรงจากการจัดงานครั้งนี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท” นางสาวฐาปนีย์ กล่าว
ทั้งนี้ททท. ได้วิเคราะห์ตลาดที่มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ที่มีสัดส่วนผู้ซื้อสูงสุดที่ 33% ขณะที่ตลาดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะมีสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่จำนวนผู้ซื้อกลับเพิ่มขึ้นถึง 100% โดยเฉพาะผู้ซื้อจากซาอุดีอาระเบีย
Khaled Abdo Aldhabab จากซาอุดีอาระเบีย
นาย Khaled Abdo Aldhabab ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท Hesenalmusafer ผู้ประกอบการนำเที่ยวซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียแสดงความเชื่อมั่นต่อตลาดท่องเที่ยวไทยในงานเจรจาธุรกิจแบบ B2B เผยความต้องการเดินทางพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมาไทยจะเติบโตขึ้นถึง 100% ในปีนี้ หลังจากที่ปีก่อนเติบโตไปแล้วกว่า 80%
แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่สำหรับตลาดซาอุไม่มีผลกระทบต่อความต้องการเดินทางมาไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวมองว่าประเทศไทยเป็น “พื้นที่ปลอดภัย”และเป็น “ตลาดที่คุ้มค่า” ที่มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาสูงกว่าประเทศอื่นๆ ส่งผลให้ยอดการจองเดินทางยังคงหนาแน่น
โดยการเข้าร่วมงานใช้โอกาสนี้ในการพบปะกับซัพพลายเออร์ ไทย เพื่อตกลงทำความร่วมมือและสัญญาต่าง ๆ ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการส่งออกนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์และบริการด้านการท่องเที่ยวที่เน้นเป็นพิเศษในงานนี้ ได้แก่ กลุ่ม MICE (การประชุมและนิทรรศการ), กลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระ (FIT), กลุ่มฮันนีมูน และกลุ่มครอบครัว
สอดคล้องกับการขยายตัวของสายการบิน เช่น Saudi Airlines และสายการบินน้องใหม่อย่าง Riyadh Air รวมถึงเที่ยวบินตรงจากสายการบินอื่น ๆ (เช่น Air Asia, Thai Airways) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ชาวซาอุดีอาระเบียอยากมาค้นพบจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ในเมืองต่าง ๆ ของไทย และฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ที่มียอดจองเที่ยวบินเต็มเกือบตลอด
Amit Gilani ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเมืองมุมไบ
นาย Amit Gilani เจ้าของบริษัท ทราเวล บัลเลอร์ จำกัด ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย กล่าวว่าการมาร่วมงาน TTM+2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่ได้เจรจากับซัพพลายเออร์หลากหลายในไทย ทั้งจากกลุ่มโรงแรม ผู้ให้บริการนำเที่ยว (excursions) และผู้จัดกิจกรรมต่าง ๆในไทย ซึ่งช่วยให้ได้พบปะทั้งพันธมิตรเดิมและสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรใหม่ๆ ในวงการท่องเที่ยวโดยตรง
ทำให้สามารถนำข้อมูลมาออกแบบโปรแกรมการเดินทางแบบเฉพาะเจาะจง (Tailor-made itineraries) ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบันนักท่องเที่ยวอินเดียไม่ได้มองหาเพียงแค่การพักผ่อนริมชายหาดหรือการช้อปปิ้งในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่กำลังให้ความสำคัญกับ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) มากขึ้น โดยภูเก็ตและกรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับต้นๆ เนื่องจากมีเที่ยวบินบินตรง เริ่มมีการขยายตัวไปยัง เกาะช้าง และเกาะหมาก มากขึ้น
ส่วนการที่รัฐบาลไทยเตรียมจะยกเลิกฟรีวีซ่า 60 สำหรับนักท่องเที่ยวอินเดีย แต่จะกลับมาใช้ Visa on Arrival - VoA) มองว่าเป็นผลดี เพราะการเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 2,000 บาท ช่วยคัดกรองกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและป้องกันผู้ที่จะเข้ามาฉวยโอกาสใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อทำงานอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวอินเดีย
โดยปกติแล้ว นักท่องเที่ยวชาวอินเดียมักจะพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ อีกทั้งค่า VOA ก็ไม่ได้แพง เมื่อเทียบกับค่าอาหารมื้อค่ำเพียงมื้อเดียวในอินเดีย อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวอินเดียมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 70,000 บาท) สำหรับการท่องเที่ยวหนึ่งสัปดาห์
โชว์ไทย World Class Event-Wellness-ยั่งยืน
นอกจากนี้ททท.ยังใช้โอกาสนี้ในการอัปเดตสินค้าและบริการท่องเที่ยว ปี 2569 แก่ผู้ซื้อจากต่างประเทศ และสื่อมวลชนจากต่างประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน พร้อมชูยุทธศาสตร์ “Value over Volume” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและความยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด “Healing is the New Luxury” ที่ยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ด้วยการท่องเที่ยวเชิงมูลค่า การสร้างสรรค์ประสบการณ์ทรงคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน ผ่านรูปแบบการจัดงานและการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ ผ่านจุดแข็งด้าน อีเวนต์ เวลเนส อาหารไทย และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ โดยเน้นนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก
1. Wellness & Wisdomมีการนำเสนอศาสตร์การบำบัดใหม่ๆ เช่น “Sound Healing” หรือการใช้เสียงบำบัดจากธรรมชาติ และการใช้เทคนิคสปาที่ผสมผสานภูมิปัญญาไทยในแต่ละภูมิภาค เช่น สปาเกลือในภาคอีสาน หรือสปาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นในภาคใต้
2. Sustainability โฟกัสเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
3.การนำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านอีเวนต์ เทศกาลและประเพณี โดยใช้พลังของการจัดกิจกรรมเหล่านี้ในการชูอัตลักษณ์ของแต่ละจุดหมายให้โดดเด่น เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Global Event Destination ครอบคลุมทั้งงานประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ, the Annual Global Wellness Summit จังหวัดภูเก็ต, The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meeting กรุงเทพฯ
ทั้งหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นคือการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง “Tomorrowland 2026” ซึ่งจะเป็นการจัดงานเต็มรูปแบบครั้งแรกในเอเชีย ณ จังหวัดชลบุรี ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เพื่อสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนไทย
4. การเชื่อมโยงการท่องเที่ยว (Linkage Tourism) เน้นการขายเส้นทางที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักและเมืองรองเพื่อกระจายนักท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากโปรแกรมนำเที่ยวสำหรับ Buyer และสื่อจากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะได้สัมผัสกับ Amazing Experience ที่แตกต่าง
โดยนอกจากมีการจัด Pre-Tour 7 เส้นทาง ในพื้นที่ศรีราชา พัทยา และสัตหีบแล้ว ยังมีการจัด Post Tour เดินทางเชื่อมโยงสู่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่าน 5 เส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ระยอง–จันทบุรี,ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม–กาญจนบุรี, สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช และเชียงราย เพื่อนำไปสู่โอกาสในการจัดทำเส้นทางเสนอขายของผู้ประกอบการในตลาดต่างประเทศ
TTM+2026 จึงจัดว่าเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแบบ B2B ครั้งใหญ่ และโชว์เคสโปรดักซ์ด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญในเวทีโลก ที่เกิดขึ้นในไทย







