thansettakij
thansettakij
ททท.คาด 'ฟุตบอลโลก 2026' ฉุดนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ชะลอเที่ยวไทย ไม่ถึง 10%

ททท.คาด 'ฟุตบอลโลก 2026' ฉุดนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ชะลอเที่ยวไทย ไม่ถึง 10%

12 มิ.ย. 69 | 02:45 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 02:50 น.

ฟุตบอลโลก 2026 ททท.คาดกระทบนักท่องเที่ยวสหรัฐชลอเที่ยวไทย แค่ช่วงสั้น ไม่ถึง 10% รุกเดินหน้าบุกตลาดเต็มสูบ โดยจะเป็นตลาดแรกที่เดินหน้ากลยุทธ AI Marketing เน้นดึงกลุ่มลักชัวรี

KEY

POINTS

  • ททท. คาดการณ์ว่าฟุตบอลโลก 2026 จะส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ชะลอการเดินทางมาไทยเพียงช่วงสั้นๆ
  • คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา เที่ยวไทยจะลดลงไม่ถึง 10% เนื่องจากกลุ่มที่เดินทางเพื่อพักผ่อนเป็นคนละกลุ่มกับผู้ที่รอชมการแข่งขัน
  • แม้จะมีการชะลอตัว แต่ ททท. ยังคงเดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกในสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่อง

วันนี้ (วันที่ 12 มิถุนายน 2569) ท่ามกลางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเกิดขึ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มองว่าอาจจะเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการชะลอตัวบ้างในระยะสั้น โดยอาจจะได้รับผลกระทบจากการหดตัวของนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา ลดลงไม่ถึง 10% เพราะยังเชื่อว่าการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อมาพักผ่อน จะเป็นกลุ่มที่แยกชัดเจน จากกลุ่มที่ไม่เดินทางเพื่อรอชมการแข่งขัน ทำให้ประเทศไทยยังคงเดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกในสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ

ฟุตบอลโลก 2026

ททท.คาดฟุตบอลโลก 2026 กระทบตลาดสหรัฐเที่ยวไทยไม่ถึง 10 %

ต่อเรื่องนี้นายสันติ แสวงเจริญ ผู้อำนวยการภูมิภาคอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา  พบว่าการจัดงานฟุตบอลโลก 2026 เป็นเวลากว่า 1 เดือนอาจส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการเดินทางบ้าง เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจติดตามรับชม

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าผลกระทบนี้จะไม่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปเกินกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองที่แตกต่างว่า ช่วงเวลาการพักผ่อน (Holiday) กับช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้นเป็นคนละวาระกัน ซึ่งหมายความว่าความคลั่งไคล้ในกีฬาอาจไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจออกไปเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตามแม้จะมีปัจจัยเรื่องฟุตบอลโลกมาแทรกซึม แต่ตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา  ยังจัดว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงมาก และยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมากจากฐานเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยประมาณล้านกว่าคน

รุกกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ เชิงรุก

ปัจจุบันมียอดนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ เดินทางเข้าไทยประมาณล้านกว่าคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ายังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก ในปีหน้าประเทศไทยจึงวางกลยุทธ์ "บุกตลาดเพิ่มเติม" โดยมีแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมดังนี้

1.การเพิ่มความสะดวกด้านการบิน (Connectivity): ผลักดันให้สายการบิน Air Canada เปลี่ยนจากการบินเฉพาะฤดูกาลมาเป็นบินตลอดทั้งปี (Year-round) และเพิ่มเที่ยวบินของ United Airlines ตรงเข้าไทยมากขึ้น เช่น เส้นทางผ่านฮ่องกง

2.การปรับเปลี่ยนฮับการเดินทาง (Re-shift Hub) เพื่อรับมือความไม่แน่นอนในเส้นทางตะวันออกกลาง ได้มีการหันไปร่วมมือกับสายการบินในเอเชียเหนือ เช่น Korean Air, China Airlines และ EVA Air เพื่อใช้เป็นจุดแวะพัก (Springboard) เข้าสู่ประเทศไทยแทน

3.การเตรียมแคมเปญร่วมกับสายการบิน Delta เพื่อใช้เครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ช่วยให้การเดินทางเข้าถึงไทยได้ง่ายขึ้นจากทุกภูมิภาค โดยมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือพื้นที่ตอนเหนือและตะวันตกของทวีปอเมริกา (เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน) ซึ่งมีความสะดวกเรื่องพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่เชื่อมต่อกันได้ง่าย (Seamless traveling)

เจาะกลุ่มลักชัวรี- ใช้ AI Marketing

4. การเจาะกลุ่มตลาดบน (Luxury Segment) โดยร่วมมือกับตัวแทนท่องเที่ยวระดับพรีเมียมอย่าง Remote Lands และนำเสนอแบรนด์โรงแรมคุณภาพของไทย เช่น กลุ่ม AWC, Anantara และ Minor เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานระดับ 5 ดาวที่เป็นสากลให้กับกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

5.การใช้เทคโนโลยี AI Marketing โดยสหรัฐอเมริกา จะเป็นตลาดแรกที่ททท.นำกลยุทธ์ AI มาใช้ปรับโครงสร้างข้อมูลเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวไทยได้ง่ายขึ้นผ่านระบบการค้นหาที่ทันสมัย ซึ่งสหรัฐฯ จะเป็นตลาดแรกที่นำกลยุทธ์ AI Marketing มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

โดยจะมีการปรับโครงสร้างเว็บไซต์และการทำ Citation ใหม่ เพื่อให้ระบบ AI สามารถตรวจจับและแนะนำข้อมูลการท่องเที่ยวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อนักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลผ่านระบบ AI ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

6. เน้นความคุ้มค่ามากกว่าราคา (Value over Price) เป้าหมายหลักของการตลาดในปีหน้าคือการสร้าง "ความคุ้มค่า" (Worthwhile) มากกว่าการแข่งขันกันที่เรื่องราคา โดยมุ่งเน้นการมอบ "ประสบการณ์ใหม่" (New Experience) ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มองหาคุณภาพในการพักผ่อนอย่างแท้จริง