thansettakij
thansettakij
ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง

ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง

10 มิ.ย. 69 | 08:58 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 11:28 น.

ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทยเจรจาธุรกิจกับ 58 ประเทศทั่วโลก รวม 15,408 นัดหมาย โชว์เคสโปรดักซ์ท่องเที่ยวไทย ลดผลกระทบสงครามตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาน้ำมัน

KEY

POINTS

  • ททท. จัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+ 2026) เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
  • งานชูแนวคิด “Healing is the New Luxury” เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness และการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
  • ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ (Buyers) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 100% สะท้อนความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

วันนี้(วันที่ 10 มิถุนายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศความพร้อมการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus 2026 (TTM+2026) ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ระหว่างวันที่ 10–12 มิถุนายน 2569  ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ชูประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness และการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

การจัดงานในปีนี้ได้รับกระแสตอบรับคึกคักจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก (Buyers) ที่เตรียมเดินทางเข้าร่วมงานถึง 429 รายเพิ่มขึ้น 5.7 % จากปี 2568 (ที่มี Buyer จำนวน 406 ราย) มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 425 ราย จาก 58 ประเทศ

Thailand Travel Mart Plus 2026

สะท้อนสัญญาณบวกและความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก วิกฤติพลังงาน และความไม่สงบในหลายภูมิภาคของโลก

ททท.ชูเวที TTM+2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง  

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงาน ส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ททท. ต้องการให้งาน Thailand Travel Mart Plus หรือ TTM+ เป็นเวทีสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ได้มาพบปะและสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลก เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวและสินค้าการท่องเที่ยวไทยสู่นักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท.

รวมถึงสร้างการรับรู้และกระตุ้นกลุ่ม Revisit และกลุ่มความสนใจพิเศษในพื้นที่ใหม่ ๆ (First Visit, Niche) เกิดความสนใจเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น TTM+ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสร้างพันธมิตรรายใหม่ๆ  สร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง กระตุ้นให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และ เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างตลาดท่องเที่ยวสู่เชิงคุณภาพ (Value over Volume) ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวไทยที่ ททท. ตั้งใจไว้

งาน TTM+ 2026 ครั้งนี้ กลับมาพร้อมแนวคิด “Healing is the New Luxury” ชูประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เน้นการนำเสนอความยั่งยืนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Sustainability) ในมิติต่าง ๆ และเน้นแนวคิด New Thailand (5 New) 

ได้แก่ New Customer, New Product, New Partnerships, New Marketing Strategy และNew Key Performance Indicator ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการเชิงสุขภาพ Wellness 

ควบคู่การนำเสนอเสน่ห์ Hidden Gems และแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Travel with Care) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้าน Wellness และการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

BUYERS ผู้ซื้อต่างชาติจากทั่วโลก เพิ่มขึ้น 5.7 % มาจากภูมิภาคไหนบ้าง

ทั้งนี้ในปีนี้มี Buyers (ผู้ซื้อ) 429 ราย มาร่วมงานเพิ่มขึ้น 5.7 % จากปี 2568 (ที่มี Buyer จำนวน 406 ราย) มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 425 ราย จาก 58 ประเทศ

ปีนี้ Buyers ครอบคลุมทั้งตลาดหลักและพื้นที่รอง ได้แก่ ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก อเมริกา และออสเตรเลีย และตลาดศักยภาพใหม่ อาทิ ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และแอฟริกาใต้ โดยแบ่งเป็นสัดส่วน ดังนี้

  • ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้  33.1 %
  • ภูมิภาคเอเชียตะวันออก 28.2 %
  • ภูมิภาคยุโรป  23.8 %
  • ภูมิภาคอเมริกา แอฟริกา และตะวันออกกลาง 14.9% เพิ่มขึ้นมากที่สุด 100%   โดยมาจากการเพิ่มจำนวนของ Buyers จากตะวันออกกลาง (ซาอุดีอาระเบีย 13 คน, โอมาน 11 คน และ UAE 8 คน) ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดศักยภาพที่น่าสนใจ

ทั้งนี้แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก  41.7 % และผู้ที่เคยเข้าร่วมงานแล้ว 58.3 % 

10 ประเทศหลักที่เดินทางเข้าร่วมงาน TTM+ 2026 ประกอบไปด้วย

  • อันดับ 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน 85 ราย
  • อันดับ 2 สาธารณรัฐอินเดีย 38 ราย
  • อันดับ 3 สหราชอาณาจักร 21
  • อันดับ 4 ออสเตรเลีย 14 ราย
  • อันดับ 5 ซาอุดีอาระเบีย 13 ราย
  • อันดับ 6 อิตาลี 12 ราย
  • อันดับ 7 รัฐสุลต่าน โอมาน 11 ราย
  • อันดับ 8 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 11 ราย
  • อันดับ 9 เขตบริหารพิเศษฮ่องกง 10 ราย
  • อันดับ 10 สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 9 ราย

ในส่วนของ Seller (ผู้ขาย) 428 ราย โดยมีผู้ที่ได้รับมาตรฐาน TAT STAR จำนวน 216 ราย ผู้ประกอบการที่ได้รับ CF Hotels จำนวน 51 ราย และผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (TTA) จำนวน 29 ราย

แบ่งสัดส่วนตามประเภทธุรกิจ

  • ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท 331 ราย คิดเป็น 77.34 %
  •  ธุรกิจนำเที่ยว 49 ราย คิดเป็น 11.45% 
  •  สถานบันเทิงและสันทนาการ 27 ราย คิดเป็น 6.31%
  • สถานประกอบการธุรกิจเชิงสุขภาพ 7 ราย คิดเป็น 1.64 %
  • สายการบินและระบบขนส่งอื่นๆ 4 ราย คิดเป็น 0.93% 
  • อื่น ๆ 10 ราย คิดเป็น 2.34 %

จังหวัดที่มีผู้ประกอบการเข้าร่วมสูงสุด ได้แก่กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่

นอกจากนี้ยังมีองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติ (NTO) จากกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 3 ราย ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว และราชอาณาจักรภูฏาน

รวมถึงสื่อมวลชน 63 ราย จาก 28 สำนักงาน และสื่อมวลชนในประเทศ สื่อไทย สื่อต่างประเทศในประเทศไทย และสื่อท้องถิ่น 

ทั้งนี้ คาดว่า การเจรจาธุรกิจภายในงานจะมีจำนวนนัดหมายทั้งสิ้น 15,408 นัดหมาย 

เปิดไฮไลท์ งาน TTM+ 2026

TTM+ 2026 ภายในงานฯ ยังคงกิจกรรมหลัก ได้แก่

  • การเจรจาธุรกิจในรูปแบบ B2B ระหว่าง 429 Buyers จาก 58 ประเทศทั่วโลกกับ 428 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย
  • การนำเสนอ Thailand Product Update โดยนำเสนอภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยและทิศทางการตลาดปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” และยุทธศาสตร์ “Value over Volume” พร้อมอัปเดตสินค้าและบริการท่องเที่ยวศักยภาพสูงของไทย ทั้งงานเทศกาลระดับโลกและสินค้า Health & Wellness ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่  
  •  เวที TTM+ Talk ร่วมพูดคุยภายใต้หัวข้อ “Thailand: Your Source of Healing Vitamins” ผ่านแนวคิดหลัก “Healing is the New Luxury” และแกนสำคัญ 5R ได้แก่ Retreats, Rituals, Reels, Rhythms และ Relations 

Panel Discussion โดยมีวู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Woody World และผู้ร่วมก่อตั้ง S2O Songkran, วินย์ โรจนเสถียร กรรมการบริหาร Chiva-Som International Health Resorts และ ดร.ภัททิราพร เขียวสนั่น ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านสปาและเวลเนส กรรมการบริหาร Asia Pacific Spa and Wellness Coalition 

  • การนำเสนอ Product Showcase นําเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยังยืนภายใต้แนวคิด “Travel With Care” การเดินทางท่องเทียวทีใส่ใจต่อสิงแวดล้อม ตนเองและวัฒนธรรม (Nature Care, Self Care and Culture Care) ผสมผสานอัตลักษณ์ของสินค้าและบริการภาคตะวันออก 
  •  Landmark “เต่าตนุ” ประติมากรรมรักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล ฝาขวด ฝาอลูมิเนียม และเศษ อวนประมง สะท้อนแนวคิดการเปลี่ยนขยะให้กลับมามีคุณค่า พร้อมสะท้อนพระราชกรณียกิจด้านการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

TTM+2026

  •  East Ocean Relaxation ผ่านภาพเคลื่อนไหวและเสียงธรรมชาติที่ถ่ายทอดความงดงามของ ทะเลภาคตะวันออก 
  • Thai Wisdom: Healing from the East พบเสน่ห์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านภูมิปัญญาไทย พร้อมกิจกรรมสาธิตสครัปผิวด้วยสปาข้าวหลาม โดย Devarana Wellness by Dusit เผายาสมุนไพร หน้าท้อง โดยอภัยภูเบศรและสาธิตนวดไทย จาก Let’s Relax Spa Pattaya

ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง

  • Regenerative Blue-Ocean เสนอการท่องเที่ยวยั่งยืนสู่การฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลผ่าน กิจกรรมเวิร์กชอปซังเชือกศูนย์การเรียนรู้วิถีประมงชุมชนบ้านเนินฆ้อ จังหวัดระยอง และการทำของที่ ระลึกจาก Sea Glass 
  • TAT Certified ที่รวบรวมรางวัลและมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวของ ททท. ไม่ว่าจะเป็น CF- Hotels, STGs STAR, Thailand Tourism Awards และ Trusted Thailand 
  • Pre Tour/Post Tour Program อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญของงาน TTM+ คือโปรแกรมนำเที่ยวสำหรับ Buyer จากทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะได้สัมผัสกับ Amazing Experience ที่แตกต่างและน่าประทับใจ สำหรับ Pre-Tour จำนวน 7 เส้นทาง ในพื้นที่ ศรีราชา พัทยา และสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยหลากหลายรูปแบบ ทั้งการท่องเที่ยวธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ การล่องเรือยอร์ช และการท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี ขณะที่ Post Tour ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2569 จะพาผู้ประกอบการเดินทางเชื่อมโยงสู่ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ผ่าน 5 เส้นทางท่องเที่ยว ได้แก่ ระยอง–จันทบุรี, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม–กาญจนบุรี, สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช และเชียงราย

ความพิเศษของ TTM+ 2026 มีดังนี้

  • Thailand Pavilion นำเสนอสินค้า บริการ และกิจกรรมระดับประเทศ 

ถ่ายทอดแนวคิด “Healing is the New Luxury” ผ่านเสน่ห์ไทยใน 5 มิติ โดยเสนอสินค้าและบริการด้าน Wellness จาก 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ผ่านรูปแบบกิจกรรมสาธิตและกิจกรรมทดลองสัมผัสประสบการณ์จริง (Experiential Marketing) โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์แบบองค์รวม (Sensory Experience) สัมผัสทั้ง 5 มิติ

ได้แก่ การมองเห็น การรับรส การได้กลิ่น การได้ยิน และการสัมผัส ด้านการมองเห็น (Visual Experience) ออกแบบและตกแต่งโซนด้วยผลไม้ไทยอัตลักษณ์ ด้านรสชาติ (Taste Experience) ดำเนินกิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นรูปแบบ “Amuse- bouche” หรือ “One Bite Experience” มารังสรรค์ในรูปแบบ Fine Dining Style 

ด้านกลิ่น (Scent Experience) ออกแบบบรรยากาศภายในพื้นที่กิจกรรมด้วยกลิ่นหอมจาก สมุนไพรไทยและน้ำมันหอมระเหย (Aroma Diffuser) สะท้อนอัตลักษณ์ Wellness ของประเทศไทย ด้านเสียง (Sound Experience) สร้างบรรยากาศผ่านการนำเสนอภาพและเสียง(VDO Presentation) ของแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวที่โดดเด่น จาก 5 ภูมิภาคของประเทศไทย 

ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง

ด้านการสัมผัส (Touch Experience) จัดเตรียมระบบ Interactive Touchscreen เพื่อให้ ผู้ร่วมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้า บริการ และเส้นทางท่องเที่ยว Wellness ผ่านรูปแบบดิจิทัล

การนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวตลาดในประเทศ ประกอบด้วย

กิจกรรมสาธิตและทดลองสัมผัสประสบการณ์ด้าน Wellness ของแต่ละภูมิภาค ดังนี้

  • ภาคเหนือ (Mindfulness & Herbs) กิจกรรม DIY พิมเสนน้ำ หรือถุงหอมสมุนไพรสด
  •  ภาคกลาง (Traditional Body Balance) นำเสนอกิจกรรมนวดกดจุดบ่าและไหล่ ด้วย ศาสตร์การนวดไทยประยุกต์จากเทคนิคราชสำนัก 
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Earth’s Energy) กิจกรรมสาธิตการทำเกลือสปาขัดผิวจาก เกลือสินเธาว์ผสมสมุนไพรพื้นบ้าน 
  • ภาคตะวันออก (Fruitful Healing) นำเสนอนวดน้ำมันหอมระเหยและกลิ่นบำบัด (Aromatherapy) จากสมุนไพรและผลไม้พื้นถิ่นภาคตะวันออก 
  • ภาคใต้ (Sea & Salt Therapy) นำเสนอกิจกรรมนวดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 

กิจกรรม Gastronomy Wellness Experience จาก 5 ภูมิภาค ชิมอาหารท้องถิ่นรูปแบบ “Amuse-bouche” หรือ “One Bite Experience” จาก 5 ภูมิภาค 

  • ภาคเหนือ : “เมี่ยงคำกลีบบัว”
  • ภาคกลาง : “แตงโมปลาแห้ง”
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : “ลาบข้าวคั่วสมุนไพร”
  • ภาคตะวันออก : “พล่าปลาย่ำสวาท”
  • ภาคใต้ : “สาคูต้นมะพร้าวอ่อน”

ผู้ว่าททท.ดันเวที TTM+ 2026 สร้างโอกาสท่องเที่ยวไทย รับมือสงครามตะวันออกกลาง

การนำเสนอเทศกาลดนตรีระดับโลก “Tomorrowland Thailand 2026” และประชาสัมพันธ์กิจกรรม World Events ของประเทศไทย 

การบริหารการจัดงานเพื่อให้เกิดความยั่งยืน Sustainability 

  • นำระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มอัจฉริยะมายกระดับประสบการณ์ผู้เข้าร่วมงานอย่างครบวงจร ทั้ง ระบบจับคู่เจรจาธุรกิจล่วงหน้า (Pre-Scheduled Appointment Matching) และ Application TAGTHAi 

เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลท่องเที่ยว การชำระเงิน และบริการต่าง ๆ ภายในงาน

  •  ลดการ Print Badge สำหรับผู้ประกอบการต่างประเทศ และผู้ประกอบการไทย 
  • จัดงานแบบ Carbon Neutral Event (Self-Declaration) โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดขึ้น และชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่เกิดจากการจัดงานทั้งหมด  
  • การทำกิจกรรม CSR คัดแยกขยะกว่า 20 จุด ภายในงานและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี 
  • นำวัสดุและโครงสร้างที่ยังใช้ประโยชน์ได้จากการจัดงานบริจาคให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคม