วันนี้(วันที่ 14 มกราคม 2569) เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ (foxnews) และบลูมเบิร์ก รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สั่งระงับการกระบวนการออกวีซ่าทั้งหมดใน 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2569 นี้ เพื่อยกระดับการคัดกรองผู้สมัครที่ถูกมองว่า มีแนวโน้มจะกลายเป็นภาระของรัฐ (Public Charge)
โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะหยุดกระบวนการพิจารณาวีซ่าทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 เป็นต้นไป เพื่อทบทวนขั้นตอนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติ โดยมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้ผู้สมัครที่มีแนวโน้มว่าจะไป "เป็นภาระของรัฐ" (Public Charge) หรือผู้ที่อาจต้องพึ่งพาพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำรงชีวิต เข้าประเทศ
การระงับนี้มีผล "อย่างไม่มีกำหนด" และเจ้าหน้าที่กงสุลได้รับคำสั่งให้ปฏิเสธการให้วีซ่าตามกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันระหว่างช่วงที่มีการทบทวนนี้ ประเทศที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 75 ประเทศ
โดยตัวอย่างประเทศที่ถูกระบุชื่อคือ โซมาเลีย, รัสเซีย, อัฟกานิสถาน, บราซิล, อิหร่าน, อิรัก, อียิปต์, ไนจีเรีย, ไทย และเยเมน
สำหรับคนไทย หากคุณมีนัดสัมภาษณ์หลังวันที่ 21 มกราคม 2026 กระบวนการอาจถูกยกเลิกหรือถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ทอมมี่ พิกกอตต์ (Tommy Piggott) โฆษก กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวถึงมาตรการนี้ว่า กระทรวงจะใช้อำนาจที่มีมาอย่างยาวนานในการพิจารณาว่าผู้ยื่นขออพยพรายใดไม่มีคุณสมบัติเหมาะสม หากบุคคลนั้นมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นภาระทางสังคมของสหรัฐฯ และแสวงหาผลประโยชน์จากความเอื้อเฟื้อของประชาชนชาวอเมริกัน
โดยระบุว่า “การย้ายถิ่นฐานจาก 75 ประเทศเหล่านี้จะถูกระงับชั่วคราว ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการประเมินขั้นตอนการดำเนินการเข้าเมืองใหม่ เพื่อป้องกันการเข้ามาของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาใช้สวัสดิการและผลประโยชน์สาธารณะ”
มาตรการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นนี้ ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงินสวัสดิการรัฐครั้งใหญ่ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากเป็นชาวโซมาเลียหรือชาวอเมริกันเชื้อสายโซมาเลีย ส่งผลให้เกิดการเพ่งเล็งเป็นพิเศษ