
น้ำมัน–พลังงานพุ่ง ดันต้นทุน SME เพิ่ม 10% จ่อขึ้นราคาสินค้า มี.ค นี้
ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชี้ต้นทุนวัตถุดิบ ขนส่ง และพลังงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดสินค้ากลุ่ม SME ทยอยปรับราคา 1–2 บาท หรือ 5–10% ภายในเดือนนี้
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนรวมของผู้ประกอบการ SME เพิ่มขึ้นประมาณ 10%
- ต้นทุนที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมทั้งค่าวัตถุดิบ โดยเฉพาะสินค้านำเข้า ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- ผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ถูกควบคุมราคาภายในเดือนนี้
- ผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังการขึ้นราคา เนื่องจากกังวลเรื่องกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
สถานการณ์ราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ กำลังสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนของผู้ประกอบการหลายภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ต้องเผชิญต้นทุนวัตถุดิบ การขนส่ง และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าหลายประเภทมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นภายในเดือนนี้ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในหมวดสินค้าควบคุมของภาครัฐ
นายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการค่อนข้างชัดเจน และเกิดขึ้นในหลายมิติ ไม่ได้จำกัดเฉพาะราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว
ต้นทุนส่วนแรกที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงคือต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ซีฟู้ด เครื่องเทศ เครื่องปรุง รวมถึงบรรจุภัณฑ์บางประเภท เนื่องจากธุรกิจอาหารจำนวนมากในประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก หรือวัตถุดิบเฉพาะทางต่างๆ
เมื่อราคาพลังงานและค่าขนส่งระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ทั้งการขนส่งทางอากาศและทางเรือ จึงทำให้ต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้าอาจะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันวัตถุดิบภายในประเทศก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากภาคเกษตรต้องเผชิญต้นทุนด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเชื้อเพลิงในการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และการขนส่งสินค้าไปยังโรงงานหรือร้านอาหาร ซึ่งท้ายที่สุดต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังผู้ประกอบการปลายทาง
“วัตถุดิบทุกอย่างต้องมีการเดินทาง ตั้งแต่ฟาร์มไปโรงงาน จากโรงงานไปคลังสินค้า และจากคลังไปยังร้านอาหาร ทุกขั้นตอนใช้พลังงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นตามเป็นลูกโซ่”
นอกจากต้นทุนวัตถุดิบแล้ว ต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจก็อาจจะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน อย่างค่าเดินทางของทีมงานและผู้บริหารที่ต้องเดินทางไปตรวจสอบสาขาหรือดูแลการดำเนินงานในหลายพื้นที่ ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ในส่วนของธุรกิจที่พึ่งพาช่องทางเดลิเวอรี ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะค่าขนส่งและค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบเดลิเวอรีมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน
จากปัจจัยทั้งหมดประเมินว่าต้นทุนรวมของธุรกิจในช่วงแรกอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ร้านอาหารที่มีต้นทุนอาหารอยู่ที่ประมาณ 40% ของรายได้อาจปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 44% ขณะที่ต้นทุนค่าแรงจากเดิมราว 20% อาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22%
อย่างไรก็ตามในระยะสั้นผู้ประกอบการบางรายยังสามารถใช้เงินสำรองหรือการบริหารต้นทุนภายในช่วยรองรับผลกระทบได้ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ต้นทุนก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มการปรับราคาสินค้าในกลุ่ม SME มองว่ามีโอกาสที่สินค้าหลายรายการจะทยอยปรับราคาในช่วงเดือนนี้ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมราคา เช่น อาหารสำเร็จรูป หรือเมนูร้านอาหารบางประเภท โดยอาจปรับเพิ่มเล็กน้อย เช่น เพิ่ม 1–2 บาทต่อรายการ หรือประมาณ 5–10% ขึ้นอยู่กับโครงสร้างต้นทุนของแต่ละธุรกิจ
อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังค่อนข้างระมัดระวังการขึ้นราคา เพราะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หากปรับราคาสูงเกินไปอาจทำให้สูญเสียลูกค้าได้
“ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ หลายธุรกิจจึงเลือกที่จะยอมกำไรน้อยลง แต่ยังคงรักษาฐานลูกค้าไว้ เพราะถ้าขึ้นราคาก่อนก็มีโอกาสเสียลูกค้าให้คู่แข่ง”
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจากแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์จากจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
นายสุภัคแนะนำว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำคือ การลดคุณภาพหรือปริมาณสินค้า เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว แต่ควรปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจแทน เช่น การจัดเมนูแบบคอมโบเซต เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้ลูกค้า การพัฒนาเมนูใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือการสร้างแบรนด์ใหม่ในรูปแบบ Ghost Kitchen (ไม่มีพื้นที่นั่งทานในร้าน) สำหรับตลาดเดลิเวอรี
นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มช่องทางรายได้ด้วยการจำหน่ายสินค้าอื่นๆ ภายในร้าน เช่น ซอสปรุงรสหรือสินค้าอาหารแห้งแบบซื้อกลับบ้าน เพื่อเพิ่มยอดขายโดยไม่ต้องปรับราคาสินค้าหลักมากนัก
ในกรณีที่ผู้ประกอบการตัดสินใจตรึงราคาสินค้าไว้ ก็สามารถใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเข้ามาช่วย เช่น การประกาศคงราคาเดิมเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมยืนยันว่าคุณภาพ ปริมาณ และบริการยังคงเหมือนเดิม ซึ่งอาจช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความภักดีของลูกค้าได้
ส่วนข้อเสนอถึงภาครัฐ นายสุภัคมองว่าควรติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำมันสำรองของประเทศให้เพียงพอ ขณะเดียวกันควรพิจารณามาตรการช่วยลดต้นทุนพลังงานในด้านอื่น เช่น ค่าไฟฟ้า ก๊าซ หรือค่าน้ำ เพื่อช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ











