thansettakij
thansettakij
CENTEL ทุ่ม 7.5 พันล้าน ขยายธุรกิจปี 2569 ผนึก OR รุกโรงแรมราคาประหยัด เจาะลูกค้าใหม่

CENTEL ทุ่ม 7.5 พันล้าน ขยายธุรกิจปี 2569 ผนึก OR รุกโรงแรมราคาประหยัด เจาะลูกค้าใหม่

25 ก.พ. 2569 | 03:23 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 2569 | 03:44 น.

CENTEL ทุ่มงบ 7.5 พันล้าน ขยายธุรกิจปี 2569 ขยายธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทารา - ธุรกิจอาหาร โดยเตรียมเปิดโรงแรมแห่งที่ 2 ในโอซาก้า พร้อมจับมือ OR รุกตลาดโรงแรมราคาประหยัด ทั้งโชว์กำไรปี 2568 พุ่ง 1,993 ล้านบาท

วันนี้ (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569) นาย กันย์ ศรีสมพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เผยว่า บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ประกาศผลการดำเนินงาน ไตรมาส 4 ปี 2568 มีรายได้รวม 6,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46%

หากพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก (Core Performance) ที่ไม่รวมรายการพิเศษ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท เติบโต 21% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจอาหาร และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของโรงแรมในมัลดีฟส์ ญี่ปุ่น และต่างจังหวัดของไทย

สำหรับผลประกอบการตลอดทั้งปี 2568 ถือว่า เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 25,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และมีกำไรสุทธิตามรายงานอยู่ที่ 1,993 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในทุกกลุ่มธุรกิจ

ธุรกิจโรงแรม : มัลดีฟส์-ญี่ปุ่น หนุนการเติบโต ในปี 2568 ธุรกิจโรงแรมมีรายได้รวม 12,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,569 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแข็งค่าของเงินบาทในบางช่วง แต่ในภาพรวมรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) ยังเติบโตได้ 5% อยู่ที่ 4,281 บาท

กันย์ ศรีสมพงษ์

ตลาดที่โดดเด่นที่สุดคือประเทศญี่ปุ่นที่มี RevPAR เพิ่มขึ้นถึง 12% และโรงแรมในต่างจังหวัดของไทยที่เติบโต 10% โดยเฉพาะจากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ขณะที่ตลาดมัลดีฟส์มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากโรงแรมใหม่ที่เพิ่งเปิดดำเนินการ

ธุรกิจอาหาร : เน้นประสิทธิภาพและแบรนด์ใหม่ ด้านธุรกิจอาหาร แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 12,982 ล้านบาท แต่สามารถทำกำไรสุทธิหลัก (Core Performance) ได้ถึง 874 ล้านบาท เติบโตถึง 29% ผลลัพธ์นี้มาจากการปรับกลยุทธ์ปิดสาขาร้านอาหารที่ไม่ทำกำไร และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2568 บริษัทยังได้เข้าลงทุนใน "Lucky Suki" และ "Lucky BBQ" ในสัดส่วน 40% เพื่อรุกตลาดร้านอาหารประเภทสุกี้บุฟเฟต์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2569

พร้อมกางแผนลงทุนปี 2569 โดยผนึกกำลัง OR และขยายฐานในต่างประเทศ

สำหรับปี 2569 CENTEL ตั้งเป้ารายได้รวมธุรกิจโรงแรมเติบโต 14% - 15% และธุรกิจอาหารเติบโต 12% - 14% โดยเตรียมงบประมาณการลงทุนรวม 7,200 – 7,500 ล้านบาท

แผนการดำเนินงานที่สำคัญประกอบด้วย

การร่วมทุนกับ OR: จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (CENTEL ถือหุ้น 51% และ OR 49%) เพื่อพัฒนาธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่

การบุกตลาดญี่ปุ่น: เตรียมเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ขนาด 300 ห้อง ในเดือนเมษายน 2569

การปรับปรุงโรงแรมหลัก: เดินหน้าปรับปรุงใหญ่ (Major Renovation) โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท หัวหิน และกระบี่ เพื่อยกระดับการให้บริการ

มุ่งสู่ความยั่งยืนระดับ AAA CENTEL ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยในปี 2568 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อห้องพักได้ถึง 38.40% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ซึ่งดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลหุ้นยั่งยืนระดับ “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาธิบาล (ESG) ในระดับสูงสุด