thansettakij
thansettakij
ถอดมุมคิด NewGen มองโอกาสเศรษฐกิจไทย 2569 ท่ามกลาง GDP โตต่ำ กำลังซื้อหด

ถอดมุมคิด NewGen มองโอกาสเศรษฐกิจไทย 2569 ท่ามกลาง GDP โตต่ำ กำลังซื้อหด

21 ก.พ. 2569 | 03:36 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.พ. 2569 | 05:39 น.

ในปี 2569 แม้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยยังคงเผชิญกับ GDP ขยายตัวลดลง กำลังซื้อหด แต่ท่ามกลางมรสุม ยังมีโอกาส ที่ม้าจะดีดดิ้นฝ่าวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือ newgen ในแต่ละภาคธุรกิจ มองโอกาสเศรษฐกิจไทยในปีนี้อย่างไร “ฐานเศรษฐกิจ”ได้ร่วมรวมแนวคิดมานำเสนอ

โฟกัสเศรษฐกิจสร้างสรรค์-Soft Power

ดีโน่-เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ กลุ่ม The Sukosol ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลสุโกศล มองว่า  ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในรูปแบบ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” มากขึ้น ไม่ใช่มุ่งเน้นแค่จำนวนนักท่องเที่ยว แต่เน้นคุณภาพของประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ โดยผสมผสานการบริการ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ และแนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน

แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยว สร้างรายได้ที่กระจายสู่ชุมชน และกระตุ้นการพัฒนาในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าและกระจายรายได้สู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง

ประเทศไทยควรวางบทบาทเป็นศูนย์กลางที่เป็นกลางด้านการค้าและการท่องเที่ยว โดยอาศัยพลังของ “Soft Power” ทางวัฒนธรรมควบคู่กับการทูตเชิงสร้างสรรค์ การสร้างภาพลักษณ์ในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการบริการ จะช่วยให้ไทยสามารถยืนหยัดและปรับตัวได้ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้น

ดีโน่-เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์

ขณะที่การลงทุนควรถูกกระจายไปยังเมืองรองและพื้นที่วัฒนธรรมต่าง ๆ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สนามบิน รถไฟ และระบบดิจิทัล จะช่วยกระจายผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองใหญ่กับชนบท และหลังการเลือกตั้งนโยบายเร่งด่วนควรมุ่งฟื้นความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ เช่น การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า มาตรฐานความปลอดภัย และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่เห็นผลได้เร็ว สร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน โดยไม่สร้างภาระระยะยาว

หยุดแทรกแซงนโยบายการท่องเที่ยว

รวมถึงรัฐควรหยุดการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงนโยบายการท่องเที่ยว และหยุดมาตรการประชานิยมระยะสั้นที่บั่นทอนความสามารถในการแข่งขัน การเปลี่ยนกฎวีซ่าบ่อยครั้ง กฎระเบียบที่ไม่สม่ำเสมอ การพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงปริมาณมากเกินไป ล้วนทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทย และต้องสร้างเสถียรภาพทางการเมืองเพราะหากไม่มีเสถียรภาพ ธุรกิจท่องเที่ยวและการลงทุนไม่สามารถวางแผนหรือขยายได้อย่างมั่นใจ และไทยจะเสี่ยงต่อการถูกคู่แข่งในภูมิภาคแซงหน้า

อีกทั้งประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูประบบการกำกับดูแลให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ความไม่มั่นคงทางการเมืองทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว การมีระบบที่ชัดเจนและตรวจสอบได้คือรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน รัฐควรทำหน้าที่เป็น “ผู้เอื้ออำนวย” มากกว่าผู้ควบคุม โดยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ใช้ระบบดิจิทัล และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสร้างนวัตกรรม รัฐที่คล่องตัว กำหนดกติกาที่ชัดเจน แต่ไม่ถ่วงเวลา จะช่วยให้ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเติบโตได้จริง

ทั้งนี้ระบบภาษีและสวัสดิการควรช่วยลดความเหลื่อมล้ำโดยสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง แต่ยังคงแรงจูงใจสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ควรมีมาตรการภาษีที่ส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน เช่น การปรับปรุงโรงแรมให้ประหยัดพลังงานและใช้วัตถุดิบท้องถิ่น รวมถึงการปรับระบบการศึกษาและการฝึกอบรมควรสอดคล้องกับทักษะด้านบริการ ความรู้ดิจิทัล และความยั่งยืน แรงงานในธุรกิจโรงแรมควรได้รับการพัฒนาให้มีทักษะด้านภาษา การบริการลูกค้า และความสามารถในการปรับตัวกับแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว

ประเทศไทยต้องสร้างบรรยากาศการลงทุนที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ สำหรับธุรกิจโรงแรม หมายถึงการมีระบบการอนุญาตที่โปร่งใส การกำหนดเขตพื้นที่ที่ชัดเจน และสิทธิประโยชน์สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การดึงดูด “ทุนคุณภาพ” ต้องอาศัยความเชื่อมั่นว่ากติกาจะไม่เปลี่ยนไปตามการเมือง

เปิดเทรนด์ท่องเที่ยวปี 2569

สำหรับแนวโน้มการท่องเที่ยวของประเทศไทยในปี 2569 นี้  ดีโน่ มองว่า ปีนี้ว่าน่าดีกว่าปีที่ผ่านมา ถ้าไม่มีอะไรที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น โดยเทรนด์ที่ได้รับการตอบรับที่ดี คือ เวลเนส ซึ่งเวลเนสมีหลายหลาย ทั้งกายภาพ ทั้งเมดิเทชั่น  หรือเวลเนสที่เกี่ยวกับอาหาร จึงจะเห็นแต่ละโรงแรม เริ่มหันมาให้บริการเวลเนสในโรงแรมมากขึ้น ซึ่งบางโรงแรมก็อาจจะเป็นเวลเนสเต็มรูปแบบ หรือ บางโรงแรมก็จะให้บริการเวลเนส เพียงบางส่วน ภายใต้จุดขายที่ตัวเองมี

อีกทั้งในปีนี้ผู้ประกอบการก็มองที่จะดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทย เพราะเรื่องสแกมเมอร์ข่าวลดลง การสื่อสารระหว่างไทยและจีนเริ่มดีขึ้น และหลังจากในหลวงและพระราชินี ไปเยือนประเทศจีน ก็เป็นภาพลักษณ์ที่ดี ประกอบกับสถานการณ์จีนและญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยดี เดิมคนจีนชอบไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ไปแล้ว ก็คิดว่าคนจีนจะกลับมาเที่ยวไทย ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงตรุษจีนปีนี้ จึงจะรู้ชัดเจนว่าจีนจะกลับมาไหม

รวมถึงมองที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มเจน Z และ มิลเลนเนียล  ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มองในเรื่องการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาเที่ยวไทยซึ่งตอนนี้กลุ่มนี้ก็ไม่ได้ชอบไปปาร์ตี้ แต่ชอบไปหาวัฒนธรรมท้องถิ่น โรงแรมก็จะต้องนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

อย่างไรก็ตามปัญหาของการท่องเที่ยวไทยอยู่ที่หลายคนมาเมืองไทยเคยมา 3-4 ครั้ง ถ้าเราไม่มีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่คนก็จะเริ่มเบื่อ จะเห็นว่าคนเริ่มไปเวียดนามมากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยต้องมีจุดขายใหม่ รวมถึงการจัดกิจกรรมเฟสติวัลระดับสากล  ที่ดึงนักท่องเที่ยวได้ ซึ่งปีนี้ก็จะมีการจัดงาน EDC Thailand 2026, Tomorrowland 2026 ในไทย

อีกทั้งไทยควรขยายผลเรื่องอีเว้นท์กีฬา อย่าง อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน และการขยายร้านอาหารมิชลินเพิ่มขึ้น เพราะตั้งแต่ประเทศไทยมีเรื่องของรางวัลมิชลิน โดยเฉพาะร้านอาหารในกรุงเทพฯ ก็ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคน มายังประเทศไทย เพื่อมาทานอาหาร เป็นต้น

AI ตัวช่วยธุรกิจโรงแรม

ส่วนกลยุทธในการทำงาน ในแง่ของธุรกิจโรงแรมต้องยอมรับในแต่ละปีพยากรณ์หรือคาดการณ์การเติบโตของธุรกิจได้ยากขึ้น เพราะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ก็อาจส่งผลกระทบได้ ดังนั้นความท้าทายคือ ต้องทำงานเร็วขึ้น ทำแบบงานแบบ Pro-active มากกว่านี้  การจะแพลนงานล่วงหน้า 3 เดือน 6 เดือน ไม่ได้ ต้องวางแผนเดือนต่อเดือน เพื่อ Pick Up ธุรกิจหรือห้องพักให้เรา เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจะจองล่วงหน้าสั้นลง บางตลาดก่อนมาจองล่วงหน้าแค่ 1-2 วัน ไม่ได้จองยาวเหมือนในอดีต เราจะเห็นบุ๊กกิ้งแบบเดือนต่อเดือน เพื่อแก้สถานการณ์ได้ทันท่วงที เช่น จีนหายไปก็ต้องไปหาตลาดอื่นมาทดแทน 

สุกี้ตี๋น้อยอ่านเศรษฐกิจแข่งขันสูง

ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569  ภาคธุรกิจร้านอาหารยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานที่อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดอาหารโดยเฉพาะกลุ่มบุฟเฟ่ต์ยังคงรุนแรง จากจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

นัทธมน พิศาลกิจวนิช ผู้ก่อตั้งและเจ้าของธุรกิจสุกี้ตี๋น้อย ระบุว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารในปีนี้ยังขยายตัวได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า โดยสุกี้ตี๋น้อยมีจำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่ม ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตมากกว่า 30% อย่างไรก็ตาม การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การแข่งขันด้านโปรโมชันที่เข้มข้น ทำให้การเพิ่มขึ้นของยอดขายไม่สะท้อนมูลค่าเต็มศักยภาพ

นัทธมน พิศาลกิจวนิช

ในมุมมองตลาดบุฟเฟ่ต์ ปัจจุบันยังเป็นตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ เนื่องจากตอบโจทย์ความคุ้มค่าและการรับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม แต่ในเชิงโครงสร้าง ตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากการขยายสาขาของผู้เล่นรายใหญ่และการเกิดแบรนด์ใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองและชุมชนขนาดใหญ่ ส่งผลให้อัตราการเติบโตของตลาดโดยรวมเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงเร่งตัวหลังโควิด

สำหรับปีนี้ สุกี้ตี๋น้อยมองว่าความท้าทายสำคัญของธุรกิจร้านอาหารจะอยู่ที่การรักษากำลังซื้อของผู้บริโภค ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน ขณะที่การแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น แต่ไม่ใช่กลยุทธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว ธุรกิจจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างราคา คุณภาพ และประสบการณ์ของลูกค้า

ภายใต้บริบทดังกล่าว บริษัทวางแผนเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในปีหน้า โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่มากกว่า 70 แห่ง ซึ่งถือเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจ การเร่งขยายสาขาสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดในระยะยาว แต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มภาระด้านการบริหารจัดการและต้นทุนการดำเนินงาน

นอกจากการขยายสาขา บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างองค์กรและระบบหลังบ้าน เพื่อรองรับการเติบโตในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ทั้งการบริหารบุคลากร การควบคุมคุณภาพ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานหลายสาขาพร้อมกัน

ทั้งนี้ ปีนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของตลาดบุฟเฟ่ต์ จากการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ โดยผู้ประกอบการที่สามารถบริหารต้นทุน ควบคุมมาตรฐาน และรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ จะเป็นกลุ่มที่อยู่รอดและเติบโตได้ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย

แบรนด์อาหารยังไปได้ เน้นขยายฐานลูกค้าใหม่

นาย ภเดช กันตจินดา กรรมการบริหารบริษัทนิตยาไก่ย่าง กรุ๊ป จำกัด หรือ ร้าน “นิตยาไก่ย่าง” กล่าวว่าโอกาสทางธุรกิจของนิตยาไก่ย่างในปี 2569 คือการได้รับอานิสงส์จากกลุ่มผู้บริโภคที่มองว่าอาหาร คือ ปัจจัยสี่ที่จำเป็นและยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่องแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

โดยแบรนด์มีโอกาสเติบโตจากการสร้างความเชื่อมั่น ผ่านเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงไฮซีซันให้พุ่งสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ด้วยการเปิดสาขาในพื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกอย่างจังหวัดชลบุรี การปรับโฉมสาขาเดิมให้ทันสมัยเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร

ภเดช กันตจินดา

รวมถึงการพัฒนาสาขาต้นแบบใหม่ในย่านประชาชื่นและการรุกตลาดต่างประเทศที่อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้าง New S-Curve และตอกย้ำความเป็นแบรนด์ใหญ่ที่ผู้บริโภคเลือกใช้บริการในทุกโอกาส

อสังหาฯ ปีของการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

ท่ามกลางความกังวลว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา และประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อที่หดตัวลง โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

พลอยพัทธ์ แต่ดุลยสาธิต ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพ็คชัส จำกัด (Propexus) ผู้อยู่เบื้องหลังการวางระบบข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ผ่านงาน มหกรรมบ้านและคอนโดและ วิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงสร้างข้อมูลและการวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย

พลอยพัทธ์ มองว่าหากมองภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ “ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” โดยหลายสำนักคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะอยู่ในกรอบเพียงประมาณ 1–2% สะท้อนแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวช้า รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการใช้จ่าย

พลอยพัทธ์ แต่ดุลยสาธิต

ในมุมของภาคอสังหาริมทรัพย์ พลอยพัทธ์มองว่าเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ “ถูกบีบมากที่สุด” เนื่องจากเชื่อมโยงโดยตรงกับกำลังซื้อ สภาพคล่องของครัวเรือน และเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ตลาดไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนจากตลาดกว้าง ไปสู่ตลาดเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

“ปีนี้ไม่ใช่ปีของ mass market แต่เป็นปีของการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทั้งในแง่ของลูกค้า ราคา และเงื่อนไขการซื้อ” ผู้ประกอบการที่เริ่มนำ data insights มาใช้ เพื่อเข้าใจ customer journey และพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง ตั้งแต่ความสนใจ การเข้าชม การตัดสินใจจอง ไปจนถึงขั้นตอนสินเชื่อ จะมีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ

จากข้อมูลที่ได้เห็นผ่านการทำงานด้านโครงสร้างข้อมูลในงานมหกรรมบ้านและคอนโด พลอยพัทธ์เห็นว่า หนึ่งในประเด็นที่น่าติดตามของตลาดอสังหาริมทรัพย์ คือ ความสอดคล้องระหว่างเงื่อนไขสินเชื่อกับความสามารถในการรับภาระของผู้บริโภค ซึ่งสะท้อนความท้าทายร่วมกันของทั้งผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ และสถาบันการเงิน ในบริบทที่รายได้ครัวเรือนยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ในหลายธุรกิจตลาดหดตัว หาตลาดใหม่ยากมากๆ น่าจะเป็นโอกาสของ บริษัท Start-Up ขนาดเล็กที่มีความสามารถสูงมีความคล่องตัวและเห็นโอกาสที่องค์กรขนาดใหญ่มองไม่เห็นหรือเข้าตลาดขนาดเล็กไม่ได้ โดยบริษัทStart-Upที่จะ อยู่รอดได้ต้องมีความลึก เร็ว เก่ง รู้จริง ใช้เทคโนโลยี่ใหม่ๆและมีข้อมูลเพียงพอที่จะฉกฉวยโอกาสในภาวะนี้ได้ ถึงจะเป็นผู้ชนะ ท่ามกลางคลื่นลมพายุและความยากในการดำเนินธุรกิจในปี 2569

ภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ในหลายธุรกิจตลาดหดตัว หาตลาดใหม่ยากมากๆ น่าจะเป็นโอกาสของ บริษัทStart-Upขนาดเล็กที่มีความสามารถสูงมีความคล่องตัวและเห็นโอกาสที่องค์กรขนาดใหญ่มองไม่เห็นหรือเข้าตลาดขนาดเล็กไม่ได้ โดยบริษัทStart-Upที่จะ อยู่รอดได้ต้องมีความลึก เร็ว เก่ง รู้จริง ใช้เทคโนโลยี่ใหม่ๆและมีข้อมูลเพียงพอที่จะฉกฉวยโอกาสในภาวะนี้ได้ ถึงจะเป็นผู้ชนะ

ท่ามกลางคลื่นลมพายุและความยากในการดำเนินธุรกิจในปี 2569 นี่คือมุมสะท้อนของ New Gen กับการมองหาโอกาสใหม่ท่ามกลางวิกฤตที่ท้าทายในปีนี้