
เอกชนประเมิน ‘สงครามตะวันออกกลาง’ ไม่ยืดเยื้อ ไทยกระทบแค่ทางอ้อม
เอกชนชี้ปมขัดแย้งตะวันออกกลางไม่บานปลายถึงสงครามโลก ชี้ส่งออกไทยกระทบทางอ้อมระยะสั้นใสกลุ่มโลจิสติกส์และการบิน ยืนยันสินค้าไทยยังไปได้ แม้เศรษฐกิจโลกอาจชะลอตัวลง
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนประเมินว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะไม่ยืดเยื้อและไม่น่าจะบานปลายเป็นสงครามใหญ่
- ผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นเพียงทางอ้อมและอยู่ในระยะสั้น เช่น ราคาทองคำที่สูงขึ้น และการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน
- การส่งออกสินค้าไปยังตลาดตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดใหม่อาจเติบโตช้าลง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
นายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถานการณ์ของสงครามตะวันออกกลางในตอนนี้ ภาพรวมยังไม่ชัดเจนมากนัก เพราะหลายอย่างเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว มีผู้นำเสียชีวิตเร็ว ดังนั้น การปะทะกันไม่น่าจะยืดเยื้อไปถึงระดับสงครามโลก
ฝั่งจีนและรัสเซียที่เป็นอีกฝั่งของขั้วมหาอำนาจก็ต่างก็มีเป้าหมายของตนเองก็ไม่น่าจะเข้ามาร่วมหรือทำให้เรื่องบานปลาย รวมถึงกลุ่มพันธมิตรอื่นๆ ที่อาจเข้าร่วมสงครามก็ถูกปรามไปก่อนหน้านี้แล้ว
“หากไม่มีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ นำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ สถานการณ์น่าจะยังอยู่ในระดับที่โอเค ส่งผลกระทบระยะสั้นและไม่กระทบในระยะยาว เช่น ทำให้ราคาทองคำพุ่ง บางประเทศสั่งปิดน่านฟ้า สายการบินประกาศแจ้งเตือนการเดินทาง ยกเลิกเที่ยวบิน หรือแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนเส้นทาง ต้องบินอ้อม ทั้งหมดนี้ถือว่ายังพอรับได้”
ขณะที่ผลกระทบด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ในภาคธุรกิจยังทำได้แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากมีสินค้าส่งออกไปยังอิหร่านจะประสบปัญหาโดยตรง ส่วนประเทศอื่นๆ ยังคงทำได้ระดับหนึ่ง ยกเว้นพื้นที่ใกล้เคียงในเขตสู้รบ
นายนาคาญ์ กล่าวว่า ประเทศในแถบตะวันออกกลาง เป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงมาก ปัจจุบันไทยกำลังพยายามเปิดตลาดและส่งออกสินค้าไปเป็นจำนวนมาก กลุ่มใหญ่คืออาหารกระป๋อง อาหารแปรรูปที่เป็นสิ่งจำเป็น ส่วนกลุ่มอาหารเสริมและเครื่องสำอาหลายชนิดยังมีไม่มากนัก ดังนั้น สถานการณ์ดังกล่าวจึงจะไม่กระทบหนักจนน่ากังวล และยังคงอยู่ในเป้าหมายที่ดี
“ตอนนี้ไทยต้องพยายามวางตัวเป็นกลาง เฝ้าติดตามแนวทางของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยส่วนตัวมองว่าความขัดแย้งนี้เป็นการคานอำนาจ เกี่ยวกับเรื่องเสถียรภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว ผลกระทบกับไทยไม่ใช่ทางตรงแต่เป็นทางอ้อม เพราะกลุ่ม UAE และตะวันออกกลางยังเป็นตลาดใหม่ ดังนั้น ผลกระทบจะทำให้ธุรกิจเติบโตช้าหรือชะตัวตัวเท่านั้น”





