
วิกฤตปิดน่านฟ้าการบินตะวันออกกลาง หยุดชะงัก กระทบ 1.9 หมื่นเที่ยวบินดีเลย์
วิกฤตความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านอุตสาหกรรมการบินตะวันออกกลางหยุดชะงัก กระทบเที่ยวบิน 19,000 เที่ยวล่าช้า เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินในตะวันออกกลางหยุดชะงัก
วันนี้ (วันที่ 2 มีนาคม 2569) สำนักข่าว EURO NEWS รายงานว่า วิกฤตความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน การบินตะวันออกกลางหยุดชะงัก เที่ยวบินกว่า 19,000 เที่ยวล่าช้า และสนามบินหลักถูกโจมตีทิ้งผู้โดยสารจำนวนมหาศาลไว้ตามสนามบินทั่วโลก
ภูมิภาคตะวันออกกลางเผชิญกับภาวะอัมพาตทางการบินครั้งใหญ่ หลังจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มีการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ และทำให้เที่ยวบินกว่า 19,000 เที่ยวต้องล่าช้าหรือหยุดชะงัก ทิ้งผู้โดยสารจำนวนมหาศาลไว้ตามสนามบินทั่วโลก
การปิดน่านฟ้าและศูนย์กลางการบินหลัก
ประเทศต่างๆ รวมถึงบาห์เรน อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ประกาศปิดน่านฟ้าทั้งบางส่วนหรือทั้งหมด
ส่งผลให้ศูนย์กลางการบินสำคัญอย่าง ดูไบ อาบูดาบี และโดฮา ต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราว
ข้อมูลจาก Cirium ระบุว่าในวันเสาร์เพียงวันเดียว มีเที่ยวบินที่กำหนดจะลงจอดในตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปถึง 22.9% (966 จาก 4,218 เที่ยวบิน) และต่อเนื่องมาถึงวันอาทิตย์อีกกว่า 716 เที่ยวบิน
เหตุโจมตีสนามบินและผู้เสียชีวิต
สถานการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อมีการรายงานเหตุโจมตีในศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดย**สนามบินนานาชาติซายิดในอาบูดาบีถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 7 ราย ขณะที่สนามบินนานาชาติดูไบมีรายงานผู้บาดเจ็บ 4 ราย และมีการโจมตีที่สนามบินนานาชาติคูเวตเช่นกัน
รัฐบาล UAE ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การโจมตีที่โจ่งแจ้ง" ด้วยขีปนาวุธจากอิหร่านเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ผลกระทบต่อสายการบินและการเดินทางทั่วโลก
สายการบินยักษ์ใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบอย่างหนัก Emirates และ Etihad ยกเลิกเที่ยวบิน 38% และ 30% ตามลำดับในวันเสาร์ โดย Emirates ระงับการบินเข้า-ออกดูไบชั่วคราวจนถึงเวลา 15.00 น. ของวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม Qatar Airwaysระงับเที่ยวบินทั้งหมดจากโดฮา หลังจากมีการปิดน่านฟ้ากาตาร์
สายการบินนานาชาติอื่นๆ เช่น Lufthansa Group, British Airways, Air France, และ Delta ต่างประกาศระงับเที่ยวบินสู่หลายเมืองในตะวันออกกลางไปจนถึงช่วงวันที่ 4-7 มีนาคม 2569
ในส่วนของการนำร่องเครื่องบิน ภาพจาก FlightRadar24 แสดงให้เห็นว่า เส้นทางบินเหนืออิรักซึ่งเปรียบเสมือน "ทางหลวงบนฟ้า" เชื่อมเอเชียและยุโรป กลับว่างเปล่าไร้การจราจร เที่ยวบินอย่างน้อย 145 เที่ยว ต้องเปลี่ยนเส้นทางไปยังเมืองอื่นๆ เช่น เอเธนส์ หรืออิสตันบูล บางเที่ยวบินต้องบินวนอยู่ในอากาศนานถึง 15 ชั่วโมงก่อนจะกลับไปยังจุดเริ่มต้น
สิทธิผู้โดยสารและแนวโน้มราคาค่าโดยสาร
สำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวระบุว่าเนื่องจากเหตุการณ์นี้ถือเป็น "เหตุการณ์เหนือความคาดหมาย" (extraordinary circumstances) ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้
อย่างไรก็ตาม สายการบินที่ออกเดินทางจากสหราชอาณาจักรหรือยุโรปยังคงมีหน้าที่ต้องดูแลด้านอาหาร ที่พัก และการคืนเงินเต็มจำนวนหากเที่ยวบินถูกยกเลิก
นอกจากนี้ ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากสายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมผ่านซาอุดีอาระเบีย ซึ่งต้องใช้เวลาและเชื้อเพลิงมากขึ้น
ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันยังคงไม่มีความชัดเจนว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อใด ทิ้งให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย
ดูรายละเอียด คลิ๊ก






