thansettakij
thansettakij
เซ็นทรัล รีเทล รุกหนักเวียดนาม ดันกำไร Q4 โต 17% รายได้ปี 2568 กว่า 2.5 แสนล้าน

เซ็นทรัล รีเทล รุกหนักเวียดนาม ดันกำไร Q4 โต 17% รายได้ปี 2568 กว่า 2.5 แสนล้าน

02 มี.ค. 2569 | 04:46 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 06:20 น.

เซ็นทรัล รีเทล หรือ CRC รับแรงหนุนตลาดหลักไทย–เวียดนาม คุมต้นทุน-บริหารกระแสเงินสดแกร่ง เสริมพอร์ตธุรกิจ Multi-category เตรียมเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผล 1.11 บาท

KEY

POINTS

  • เซ็นทรัล รีเทล (CRC) เผยผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 253,165 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4 เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • การเติบโตมีปัจจัยสำคัญมาจากการรุกขยายธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดศูนย์การค้า GO! เพิ่ม และการขยายแพลตฟอร์ม The 1
  • บริษัทเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอในไทยควบคู่กัน โดยมีการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงแบรนด์ในเครือ เช่น ท็อปส์, โก โฮลเซลล์ และไทวัสดุ

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว โดยอาศัยความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ภายใต้กลยุทธ์ “New Heights, Next Growth” ที่ขับเคลื่อนธุรกิจแบบ Multi-category และ Multi-format ครอบคลุมแฟชั่น ฟู้ด ฮาร์ดไลน์ และพร็อพเพอร์ตี้ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนลอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ บริษัทฯ รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่อง (ไม่รวมประเทศอิตาลี) มีรายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 253,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และเฉพาะไตรมาส 4 อยู่ที่ 71,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY ด้านกำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงทั้งปี 2568 อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท ลดลง 6% YoY ขณะที่ไตรมาส 4 ทำได้ 2,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% YoY สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งจากตลาดหลักไทยและเวียดนาม

คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 1.11 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นเงินปันผลจากผลประกอบการปกติ 0.53 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า Rinascente (จ่ายครั้งที่ 2) อีก 0.58 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ หากรวมเงินปันผลพิเศษครั้งที่ 1 จำนวน 0.70 บาทต่อหุ้น ที่จ่ายไปในปี 2568 จะทำให้บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลรวม 1.81 บาทต่อหุ้น

 

เซ็นทรัล รีเทล รุกหนักเวียดนาม ดันกำไร Q4 โต 17% รายได้ปี 2568 กว่า 2.5 แสนล้าน

 

สำหรับไฮไลท์สำคัญปี 2568 บริษัทเดินหน้าปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ มุ่งขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว

ด้านการขยายเครือข่ายสาขา มีการปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางรัก เปิดสาขาใหม่ของท็อปส์ 9 แห่ง และยกระดับอีก 3 สาขาสู่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ขณะที่โก โฮลเซลล์ เปิดใหม่ 4 สาขา และไทวัสดุ ขยายเพิ่ม 3 สาขา

 

ในเวียดนาม บริษัทขยายศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! รวม 2 แห่ง และรีโนเวทสาขา Flagship อีก 2 แห่ง พร้อมเดินหน้าครองความเป็นเบอร์ 1 Family Mall ในเวียดนาม

นอกจากนี้ ยังเร่งสร้าง New Growth Engine ผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ อาทิ ออโต้วัน ขยายเพิ่ม 13 สาขา โมเดลท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด ที่ผสาน TOPS WINE CELLAR, LOOKS และ The Baker ช่วยเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อวัน 2 เท่า เพาเวอร์บาย เปิดตัวคอนเซปต์ “Tech Retail Experience” และโรบินสันไลฟ์สไตล์ เปิดโมเดล Night Markets และ Outdoor Zone เพื่อดึงทราฟฟิกและสร้างโอกาสให้ SMEs ในชุมชน

อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ The 1 Loyalty Platform ในประเทศไทยมีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านราย และได้ขยายสู่เวียดนามอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดสมาชิก 4.3 ล้านราย ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์

ด้านความยั่งยืน บริษัทเดินหน้าตามแนวคิด “Retail and Wholesale for All” ภายใต้ปรัชญา CRC Care 7 มิติ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2593 ผ่านการออก Green Bond เป็นรายแรกของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งไทย และการจัดหา Green Loan ควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนและดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล

 

นายปเนต มหรรฆานุรักษ์

 

จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทได้รับรางวัลรวมกว่า 130 รางวัล จาก 59 เวที ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การติดทำเนียบ FORTUNE Southeast Asia 500 List, Top 50 ASEAN Public Listed Companies, Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2025 และได้รับ SET ESG Rating ระดับ AAA ขณะที่เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ครองอันดับ 1 “Top 10 บริษัทค้าปลีกที่น่าเชื่อถือ” ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน

นายปเนตกล่าวทิ้งท้ายว่า ปี 2568 เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของ CRC Ecosystem ที่สามารถรับมือความผันผวนรอบด้านได้อย่างมั่นคง โดยในปี 2569 บริษัทพร้อมเร่งเครื่องกลยุทธ์ New Heights, Next Growth เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน รักษาเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับมาตรฐานใหม่ของวงการค้าปลีก-ค้าส่งไทยต่อไป