thansettakij
thansettakij
CPN  ปักธงหาดใหญ่ เปิดเกมยกระดับมิกซ์ยูส รับดีมานด์ข้ามแดน โตยาวปี 69

CPN ปักธงหาดใหญ่ เปิดเกมยกระดับมิกซ์ยูส รับดีมานด์ข้ามแดน โตยาวปี 69

26 ก.พ. 2569 | 06:55 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.พ. 2569 | 07:47 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก แอสคอทท์ เปิดเกมรุกภาคใต้ ปักหมุด “โอ๊ควูด เซ็นทรัล หาดใหญ่” เชื่อมมิกซ์ยูสใจกลางเมือง รับดีมานด์ไทย–มาเลเซีย เตรียมเปิดไตรมาส 4/2569

KEY

POINTS

  • CPN ร่วมมือกับ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด พัฒนาโรงแรม "โอ๊ควูด เซ็นทรัล หาดใหญ่" แห่งแรกในหาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสที่เชื่อมต่อกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่
  • โครงการนี้มุ่งยกระดับเมืองเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวข้ามพรมแดน โดยเฉพาะจากมาเลเซีย รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจและผู้เข้าพักระยะยาว
  • โรงแรมมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อเสริมศักยภาพหาดใหญ่ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภาคใต้

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกและมิกซ์ยูสรายใหญ่ของไทย ประกาศความร่วมมือกับ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด (The Ascott Limited) ภายใต้เครือ CapitaLand Investment (CLI) เดินหน้าพัฒนาโครงการโรงแรม “Oakwood Central Hat Yai” เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 นับเป็นการนำแบรนด์ Oakwood เข้าสู่ตลาดหาดใหญ่เป็นครั้งแรก สะท้อนศักยภาพเมืองเศรษฐกิจหลักของภาคใต้และศูนย์กลางการเชื่อมโยงไทย–มาเลเซีย

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง เชื่อมต่อโดยตรงกับ เซ็นทรัล หาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดสงขลา และใช้เวลาเดินทางจาก ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เพียงประมาณ 20 นาที ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และผู้พำนักระยะยาวที่ต้องการความสะดวกครบวงจรในทำเลเดียว

เติมเต็ม Retail-Led Mixed-Use รับดีมานด์ข้ามพรมแดน

นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน CPN ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดรับกลยุทธ์การขยายพอร์ตโรงแรมในเมืองศักยภาพสูง โดยหาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภาคใต้ รวมถึงมีบทบาทสำคัญด้านการค้าชายแดนกับมาเลเซีย

การพัฒนาโรงแรมภายใต้โมเดล Retail-Led Mixed-Use Development จะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศธุรกิจ (The Ecosystem for All) ของโครงการมิกซ์ยูสให้สมบูรณ์มากขึ้น ทั้งในมิติการพักอาศัย การทำงาน การจับจ่าย และการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่มให้พื้นที่ในระยะยาว

 

CPN  ปักธงหาดใหญ่ เปิดเกมยกระดับมิกซ์ยูส รับดีมานด์ข้ามแดน โตยาวปี 69

 

ชูจุดเด่น Flex-Hybrid เจาะตลาดนักธุรกิจ–พำนักยาว

โรงแรมโอ๊ควูด เซ็นทรัล หาดใหญ่ จะมีจำนวนห้องพักรวม 182 ห้อง ตั้งแต่ห้องดีลักซ์ถึงห้องสวีทขนาดใหญ่ พร้อมตัวเลือกห้องพักที่มีครัวและอุปกรณ์ครบครัน รองรับทั้งนักเดินทางระยะสั้นและผู้พำนักระยะยาว ตามจุดแข็งของแบรนด์ Oakwood ที่เน้นโมเดล Flex-Hybrid ผสานความสะดวกแบบเซอร์วิสเรสซิเดนซ์กับมาตรฐานบริการโรงแรมระดับสากล

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการประกอบด้วย ห้องอาหาร บาร์และสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า ห้องจัดเลี้ยงและห้องประชุม ฟิตเนส คิดส์คลับ และห้องซักรีดแบบบริการตนเอง รองรับความต้องการทั้งด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์

นางสาวคาร์ลิง หว่อง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ และกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอสคอทท์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ CPN สะท้อนพันธกิจร่วมในการพัฒนาโครงการคุณภาพที่พร้อมรองรับอนาคต พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการในหนึ่งในเมืองที่มีความคึกคักที่สุดของภาคใต้ โดยแอสคอทท์จะนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารที่พักระดับสากลมาผสานกับความแข็งแกร่งของ CPN ด้านมิกซ์ยูส

 

CPN  ปักธงหาดใหญ่ เปิดเกมยกระดับมิกซ์ยูส รับดีมานด์ข้ามแดน โตยาวปี 69

 

หาดใหญ่ เมืองยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว–การค้าใต้

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Business CPN ระบุว่า หาดใหญ่มีดีมานด์ทั้งด้านธุรกิจและท่องเที่ยวตลอดปี โดยเฉพาะนักเดินทางจากมาเลเซีย การเชื่อมต่อโรงแรมกับศูนย์การค้าโดยตรงจะช่วยสร้างประสบการณ์แบบ One-Stop Destination ครบทั้งพักผ่อน ประชุม และใช้ชีวิตในพื้นที่เดียว

ด้านนายคณิต แสงมุกดา ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและลาว แอสคอทท์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอของแอสคอทท์ในไทยและลาวมีรวม 32 โครงการ ทั้งที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างพัฒนา การเปิดตัว Oakwood ในหาดใหญ่จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายสู่จุดหมายปลายทางยุทธศาสตร์ และสะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตระยะยาวของเมือง

ทั้งนี้ การเข้ามาของแบรนด์ระดับสากลครั้งแรกในหาดใหญ่ ถูกมองว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานธุรกิจโรงแรมในภาคใต้ พร้อมกระตุ้นการลงทุน การจ้างงาน และการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว

โครงการตั้งอยู่บนถนนกาญจนวนิช ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเมืองหาดใหญ่สู่การเป็นไลฟ์สไตล์เดสติเนชันระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ