บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ “CPN” ซีพีเอ็น นอกจากจะเป็นผู้นำในธุรกิจ “ศูนย์การค้า” อีกหนึ่งธุรกิจที่ CPN กำลังจะเข้าไปเปิดแนวรุก เพื่อเพิ่มพอร์ตโฟลิโอ คือ ธุรกิจ “โรงแรม” ที่แม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนเพียง 1 % ในพอร์ตธุรกิจของ CPN แต่วันนี้ “ภูมิ จิราธิวัฒน์” ทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการเดินหน้าขยายธุรกิจโรงแรม
โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์โรงแรมของตัวเองอย่าง “GO Hotel” เพื่ออุดช่องว่างของตลาดโรงแรมในต่างจังหวัด ที่ต้องการโรงแรมที่มีมาตรฐานสากล โดยอาศัยความแข็งแกร่งของทำเลที่ตั้งติดกับศูนย์การค้า ซึ่งมีแลนด์แบงก์อยู่ พัฒนาควบคู่กับศูนย์การค้า เพื่อรองรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวและเดินทางไปทำธุรกิจ
นายภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Hotel Business บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจไทย แม้ต้องเผชิญความผันผวนจากปัจจัยโลก แต่เขายังคงจุดยืนแบบ “Cautiously Optimistic” มองอนาคตด้วยความเชื่อมั่นอย่างรอบคอบ ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว เซ็นทรัลพัฒนา วางกลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ประโยชน์จาก Land Bank ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ วิเคราะห์ทำเลด้วยข้อมูลเชิงลึก และพัฒนาโครงการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ดีมานด์จริงของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค
การพัฒนาโรงแรมไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ หากแต่เป็นการ “เพิ่มมูลค่าให้กับระบบนิเวศของศูนย์กลางเมือง” ที่ เซ็นทรัลพัฒนา ได้วางรากฐานไว้แล้วทั่วประเทศ โรงแรมแต่ละแห่งจึงได้รับการออกแบบให้ “เชื่อมโยง” อย่างไร้รอยต่อกับองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อยกระดับ ทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจ และคุณภาพของประสบการณ์ที่ผู้คนได้รับ ซึ่งแนวทางที่คุณภูมิให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ การเข้าใจดีมานด์ของพื้นที่อย่างลึกซึ้ง และการจับจังหวะที่ “ใช่” ในโลเคชันที่ “ตอบโจทย์” ของเมืองและชุมชนโดยรอบ
ธุรกิจโรงแรมเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของเซ็นทรัลพัฒนา ที่มีศักยภาพเติบโตและส่งเสริมชุมชน ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างมาตรฐานแห่งการพักอาศัยในโรงแรมทุกแห่ง ให้โครงการโรงแรมของเราเป็น Destination อันดับ 1 ในด้านการเดินทางภายในประเทศ
ทั้งนี้เพื่อบุกเบิก “เศรษฐกิจการเดินทาง” (Travel Ecosystem) เพื่อตอบโจทย์ที่มากกว่าการท่องเที่ยว แต่ครอบคลุมทุกจุดประสงค์ทั้งการพักผ่อน, ทำธุรกิจ และทำงาน ส่งเสริมศักยภาพของเมืองต่างๆ ทั้งเมืองหลัก-เมืองรอง เมืองท่องเที่ยว และเมืองอุตสาหกรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ Retail-Led Mixed-Use Development
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมในเครือเซ็นทรัลพัฒนา มีทั้งหมด 11 แห่ง มีรายได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเซ็กเม้นท์ออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อครอบคลุมความต้องการของตลาดที่แตกต่างกัน ได้แก่
1. โรงแรมระดับหรูหรา หรือ Luxury Segment เช่น โรงแรม ฮิลตัน พัทยา ที่ดึงเชนฮิลตันมาบริหาร ซึ่งการขยายธุรกิจโรงแรมในกลุ่มเซ็กเม้นท์นี้ จะเน้นการขยายตัวโดยดูจากโอกาส ตามความพร้อมของสถานที่ เนื่องจากเป็นการลงทุนสูง
2.โรงแรมระดับกลาง หรือ Mid-scale Segment อาทิ กลุ่มที่ร่วมกับแบรนด์ อย่าง Centara เช่นที่ อุดรธานี, อุบลราชธานี, โคราช, อยุธยา หรือ Hilton Garden Inn ระยอง รวมถึงมีแผนเปิดแบรนด์ใหม่ที่หาดใหญ่ในปีหน้า
3. โรงแรมระดับ Economy Segment ภายใต้แบรนด์ GO Hotel ที่เราพัฒนาขึ้น ที่จะเป็นหัวหอกหลักในการขยายตัวสู่เมืองรองและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ วันนี้มีโรงแรม GO Hotel เปิดให้บริการแล้ว 5 แห่ง ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี โดยแต่ละโรงแรมมีจำนวนห้องพัก 79 ห้อง
ล่าสุดเพิ่งเปิดโรงแรมแห่งใหม่ ที่กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เป็นแฟล็กชิพ โฮเทล มีจำนวนห้องพัก 179 ห้อง ซึ่งเป็นสาขาแรกที่ให้บริการห้องพักอย่างครบวงจร พร้อมให้บริการร้านอาหาร Sunny Side Up แบบ All Day Dining และเตรียมขยายสาขาอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อรองรับนักเดินทางชาวไทยและต่างชาติ
คุณภูมิ เล่าว่า กว่า 2 ปีของการเปิดให้บริการ GO Hotel เราเริ่มในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซีก่อน เพราะเราเห็นว่าตอนนั้นมีคนเดินทางไปเที่ยวและทำงานเยอะ ทำให้ที่ผ่านมา ได้เรียนรู้ว่าอะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก จนรู้ว่าจะเจาะเน้นการลงทุนที่ดีมานต์มากกว่าซัพพลาย
การลงทุนส่วนใหญ่แต่ละสาขาจะอยู่ที่ 100 ล้านบาท ยกเว้นที่ GO Hotel กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต จะอยู่ที่ 200 ล้านบาท เพราะเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเครือ GO Hotel
จุดเริ่มต้นที่เราคิดจะสร้างแบรนด์ GO Hotel ขึ้นมา เป็นเพราะเรามองเห็นปัญหาว่า โรงแรมมักกระจุกตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หรือสมุย, แต่ CPN เชื่อว่าการพัฒนาของประเทศจะกระจายตัวมากขึ้น มีคนเดินทางไปทำงานและเที่ยวใน "เมืองรอง" หรือจังหวัดใหม่ๆ มากขึ้น
แต่จะเห็นว่าโรงแรมในเมืองรองส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมเก่าๆ การให้บริการยังไม่ตอบโจทย์คนที่เดินทางไปต่างจังหวัดแล้วต้องการที่พักที่สะอาด สะดวกสบาย และไว้ใจได้ในมาตรฐานเดียวกับที่ตนเองคุ้นเคย
เราจึงพัฒนาแบรนด์ GO Hotel ขึ้นมา โดยลูกค้าจ่ายในราคาคุ้มค่า และได้บริการที่ได้มาตรฐานคุณภาพ เราต้องการทำโรงแรมใน Segment ราคาประหยัดที่ยังคงคุณภาพสูง
โดยเน้นหลักการ "Right price, Right location, Right time" เพื่อให้เป็นราคาที่ทุกคนจับต้องได้และคุ้มค่าที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน ราคาขายเฉลั่ยจะอยู่ที่ 1,000 บาทต่อคืน
ขณะเดียวกันยังมองว่าเป็นใช้ประโยชน์จาก Synergy ของกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า เพราะการพัฒนาโรงแรมนี้เป็นการใช้ทรัพยากรที่บริษัทมีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างโรงแรมติดกับศูนย์การค้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุน แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าในด้านต่าง ๆ อาทิ ความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกค้าได้ดีกว่าโรงแรมทั่วไป
เช่น ความปลอดภัย เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัย ยาม แสงสว่าง และโครงสร้างพื้นฐานที่ดีจากศูนย์การค้า,ความสะดวกด้านอาหาร ซึ่งลูกค้าไม่ต้องทานอาหารในโรงแรมอย่างเดียว แต่สามารถเดินเข้าศูนย์การค้าเพื่อเลือกทานร้านอาหารที่หลากหลายได้
คุณภูมิ ย้ำว่า วันนี้การตอบรับของ GO Hotel ถือว่าดีมาก เราตั้งเป้าขยายโรงแรมปีละ 5 สาขา โดยในปีนี้ จะเปิดอีก 5 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น (มีกำหนดเปิดก่อนช่วงสงกรานต์) ตามมาด้วย นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่ และพระนครศรีอยุธยา
โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนโรงแรมที่มีมาตรฐานสากลในต่างจังหวัดของไทย ซึ่งกลยุทธ์หลักคือการสร้างเครือข่ายโรงแรมที่คนกรุงเทพฯ หรือนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเข้าพักได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบายในราคาที่จับต้องได้
วิสัยทัศน์ของผม คือ การพัฒนา Go Hotel เพิ่มโรงแรมให้ครอบคลุม 77 จังหวัด CPN วางตำแหน่งของ GO Hotel ให้เป็นเสมือน "National Hotel Chain" ในลักษณะเดียวกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง McDonald’s หรือ KFC ที่ผู้บริโภคสามารถพบเจอได้ในทุกเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรือเมืองเล็ก โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
เป้าหมายระยะสั้น: ตั้งเป้าเปิดให้ได้ 25 แห่งภายใน 5 ปี โดยวางแผนขยายตัวที่อัตรา 5 สาขาต่อปี อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรอง โดยใช้งบลงทุนรวมกว่า 1,850 ล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนห้องพักให้ครอบคลุมกว่า 1,500 ห้องทั่วประเทศ
ส่วนวิสัยทัศน์ที่เรามุ่งต่อไป คือ ขยายสาขาไปให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย หากเห็นว่าตลาดมีดีมานด์และลูกค้าต้องการที่พักที่ได้มาตรฐาน
อีกทั้งในขณะนี้เรายังมองการพัฒนา GO Hotel ในที่ดินอื่น ที่ไม่ได้ติดกับศูนย์การค้าของ CPN ด้วย เพื่อพัฒนาโรงแรมแบรนด์นี้ อาจจะเป็นในรูปแบบทั้งซื้อที่ดิน หรือเช่าที่ดิน เพื่อขยายโรงแรม GO Hotel โรงแรมพรีเมียมราคาคุ้มค่า ซึ่งไม่ได้เด่นแค่เรื่อง“ราคา” แต่คือความใส่ใจในทุกรายละเอียดภายใต้แนวคิดหลักของแบรนด์ที่ชัดเจนว่า “สุข สะดวก สบาย สุดคุ้ม”
“สุข” จากประสบการณ์การพักผ่อนที่มีคุณภาพ “สะดวก” จากทำเลที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางเมือง “สบาย” จากการออกแบบที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและบรรยากาศ และ “สุดคุ้ม” จากคุณค่าที่เกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นเตียงใหญ่พิเศษขนาด 6.5 ฟุต ผ้าม่านทึบแสง
หรือห้องพัก Pet Friendly สำหรับคนรักสัตว์ ทุกองค์ประกอบล้วนผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับโรงแรมระดับ 4–5 ดาวในราคาที่เข้าถึงได้
ทั้งจุดแข็งของ GO Hotel ยังอยู่ที่ Consumer Insight จากฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของ The 1 ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าพักได้อย่างแม่นยำ และเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันในโลกยุคใหม่ GO Hotel ยังลงทุนในเทคโนโลยี AI เพื่อบริหารราคาแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการจับดีมานด์ และสร้างความยั่งยืนในการเติบโต
ผมชื่อว่า โรงแรมที่ดีต้องออกแบบจากความเข้าใจ การที่เราตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าใคร คือคีย์เวิร์ดของความสำเร็จ” แนวคิดนี้คือหัวใจในการพัฒนา GO Hotel แบรนด์โรงแรมที่ไม่ยึดติดกับสูตรสำเร็จ
หากแต่เริ่มต้นจาก “ความเข้าใจ” ทั้งศักยภาพของพื้นที่ การแข่งขัน พฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงบริบททางวัฒนธรรมและชุมชนในแต่ละทำเล และการยกระดับมาตรฐานที่พักไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานใหม่ในทุกพื้นที่ที่ CPN เข้าไปอีกด้วยนั่นเอง