

วันนี้ (วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมที่เลื่อนมาจากวันที่ 26 กันยายน 2568 และวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เนื่องจากวาระการประชุมเดิมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ
สำหรับวาระการประชุมที่จะเกิดขึ้น มีรายละเอียดเชิงลึกและข้อสังเกตจากคณะกรรมการที่สำคัญ ดังนี้
วาระที่พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว (จะไม่มีการนำเสนออีก)
วาระที่ 1 ถึง 3 ได้มีการออกเสียงลงคะแนนและมีมติเรียบร้อยแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ได้แก่
ทั้งนี้ยังคงเหลือวาระสำคัญที่ต้องพิจารณาต่อ (วาระที่ 4 และ 5)
1. การเลือกตั้งกรรมการแทนที่พ้นตำแหน่งตามวาระ (วาระที่ 4.1)
เป็นการพิจารณาเลือกตั้งกรรมการ 4 ท่าน แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการประชุมสามัญครั้งก่อน ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ (บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด) ได้เสนอชื่อบุคคลดังนี้
เนื่องจาก ดร. ปานปรีย์ พหิทธานุกร ได้แจ้งขอถอนตัวจากการได้รับการเสนอชื่อตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2568
โดยข้อสังเกตจากคณะกรรมการ : คณะกรรมการสรรหาฯ ระบุว่ามีข้อมูลคดีความบางส่วนในสารบบศาลของนายกุลิศ และนางสาวอัจฉรินทร์ ที่บริษัทได้ขอให้ชี้แจงเพิ่มเติม แต่ทั้งสองท่านแจ้งว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นความลับและไม่ยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลแก่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ต่างจากนายทวีลาภ ที่ชี้แจงและยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลได้ ซึ่งพบว่าคดีที่ถูกสอบถามนั้นศาลได้ยกฟ้องและถึงที่สุดแล้ว
2. การเพิ่มจำนวนกรรมการและแต่งตั้งกรรมการใหม่ (วาระที่ 4.2)
วาระนี้เสนอให้เพิ่มจำนวนกรรมการจาก 12 คน เป็น 18 คน โดยมีการเสนอชื่อบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ 5 ท่าน (หลังจากนายเสข วรรณเมธี ขอถอนตัว) ได้แก่
ข้อกังวลเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ : คณะกรรมการบริษัทได้แจ้งข้อมูลสำคัญว่า ดร. กฤษดา, นายปัณฑิต และนายภูม ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม เช่น กลุ่มเซ็นทรัล และ CPN ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับบริษัท โดยตามมาตรา 86 แห่ง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ จะต้องแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบก่อนมีมติแต่งตั้ง
3. การเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ (วาระที่ 4.3)
มีการเสนอขอเปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท จากเดิมที่มีชื่อของนายชนินทธ์ โทณวณิก และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปลี่ยนเป็นนางสินี เธียรประสิทธิ์ ลงนามร่วมกับ ดร. กฤษดา กวีญาณ หรือนายศุภศักดิ์ จิรเสวีนุประพันธ์ (2 ใน 3 คน)
ความเห็นคณะกรรมการ: คณะกรรมการแสดงความกังวลว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อใหม่ 2 ท่าน (ดร. กฤษดา และนายศุภศักดิ์) เป็นบุคคลภายนอกที่อาจยังไม่มีประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทเพียงพอ แต่กลับจะสามารถลงนามผูกพันบริษัทได้โดยลำพังเพียงสองคน
นอกจากนี้ยังระบุว่าได้รับทราบความกังวลจากคู่ค้า สถาบันการเงิน และลูกบ้านโครงการดุสิต เรสซิเดนเซส ถึงผลกระทบต่อความต่อเนื่องและนโยบายทางธุรกิจหากเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการครั้งใหญ่เช่นนี้
อย่างไรก็ตามในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดุสิตธานี วันนี้ การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมที่เลื่อนมาจากวันที่ 26 กันยายน 2568 และวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เนื่องจากวาระการประชุมเดิมยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทิศทางในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้คาดว่าจะไม่ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจุบัน 3 ทายาทท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ทั้ง 3 คน ได้แก่ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะถือผู้หุ้นใหญ่ บริษัท ชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหม่บมจ.ดุสิตธานี ได้ยุติข้อขัดแย้งระหว่างกันได้แล้ว
ประกอบกับก่อนหน้านี้ "ชนินทธ์ โทณวณิก" กุมอำนาจควบคุม "ชนัตถ์และลูก" ถือหุ้นใหญ่ 52.12 หลังรับโอนมรดกหุ้น ขณะที่น้องสาว สินี เธียรประสิทธิ์ ขายหุ้นเกลี้ยงพอร์ต ให้ ‘สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค’ เข้าซื้อหุ้นเพิ่มใน "ชนัตถ์และลูก"
โดยนายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัทดุสิตธานี ได้รับโอนมรดกหุ้น ในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็น 5.05 % จากกองมรดกของ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย
การรับโอนครั้งนี้ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนายชนินทธ์ ในบริษัท ชนัตถ์และลูก เพิ่มขึ้นเป็น 52.12% ซึ่งเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสิทธิออกเสียงทั้งหมด