thansettakij
เขย่าทำเล Super Core CBD CPN ปรับแม็กเน็ต 'เซ็นทรัลเวิลด์'

เขย่าทำเล Super Core CBD CPN ปรับแม็กเน็ต 'เซ็นทรัลเวิลด์'

26 ม.ค. 2569 | 22:30 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ม.ค. 2569 | 03:48 น.

เซ็นทรัล ปรับแม็กเน็ต "เซ็นทรัลเวิลด์” พลิกพื้นที่กรูฟ สู่ Lifestyle Destination บนทำเล Super Core CBD ใจกลางกรุงเทพฯ เจาะคนเมือง

KEY

POINTS

  • กรูฟ เซ็นทรัลเวิลด์ ปรับโฉมใหม่จากแหล่งแฮงเอาต์ยามค่ำคืน สู่พื้นที่ "All-Day Urban Courtyard" ที่รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
  • มุ่งเจาะกลุ่มคนทำงานและคนเมืองรุ่นใหม่ โดยปรับพื้นที่ให้ตอบโจทย์กิจกรรมหลากหลาย ทั้งการทานบรันช์ ทำงานนอกสถานที่ และการสังสรรค์
  • ดึงร้านอาหารคอนเซปต์ใหม่และแบรนด์ที่เปิดตัวครั้งแรกในไทยเข้ามาเสริมทัพ พร้อมปรับปรุงพื้นที่โซน Glass House เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง

เซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าปรับบทบาท กรูฟ เซ็นทรัลเวิลด์ (Groove @centralwOrld) ครั้งใหญ่ พลิกจากพื้นที่แฮงเอาต์ยามค่ำคืน สู่โมเดลใหม่ “Bangkok’s All-Day Urban Courtyard” รองรับวิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตอกย้ำภาพลักษณ์เซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะ Lifestyle Destination ระดับโลก บนทำเล Super Core CBD ใจกลางกรุงเทพฯ

การปรับโฉมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของโมเดล All-Day Urban Courtyard พื้นที่ที่ออกแบบให้ตอบโจทย์จังหวะชีวิตคนเมืองตลอดวัน ตั้งแต่กิจกรรมช่วงเช้า กาแฟ บรันช์ การทำงานนอกสถานที่ ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ยามค่ำคืน สะท้อนนิยาม Urban Lifestyle ที่ผสมผสานความผ่อนคลาย ความมีชีวิตชีวา และความมีสไตล์ไว้ในที่เดียว

ชู 3 กลยุทธ์ พลิก กรูฟ เซ็นทรัลเวิลด์ สู่พื้นที่ใช้ชีวิตได้ทั้งวัน

การทรานส์ฟอร์ม Groove ครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา วาง 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคเมืองใหญ่

1) เจาะกลุ่มคนเมือง (Targeting the Trendsetters) มุ่งจับกลุ่มคนทำงานเมืองที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ทั้งสายทำงาน สายอาหาร และกลุ่มที่ชื่นชอบการสังสรรค์หลังเลิกงาน เน้นการใช้ชีวิตครบจบในพื้นที่เดียว

2) ปรับบทบาทสู่พื้นที่ All-Day (Strategic Repositioning) จากพื้นที่แฮงเอาต์ช่วงค่ำ สู่การรองรับการใช้ชีวิตตั้งแต่เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป ครอบคลุมกิจกรรมตั้งแต่วิ่งออกกำลังกาย แวะดื่มกาแฟมัตฉะ ทานบรันช์ ทำงาน ไปจนถึงแฮงเอาต์ยามค่ำคืนในบรรยากาศที่ยกระดับความพรีเมียม

 

เขย่าทำเล Super Core CBD CPN ปรับแม็กเน็ต 'เซ็นทรัลเวิลด์'

 

3) ออกแบบประสบการณ์ 2 จังหวะ (Dual-Tempo Experience) แบ่งประสบการณ์เป็น 2 บรรยากาศหลัก คือช่วงกลางวันถึงเย็น เน้นกิจกรรมแอคทีฟ สุขภาพ และคอมมูนิตี้คนเมือง และช่วงกลางคืนที่ยังคงเอกลักษณ์ความสนุกของ Groove แต่ปรับภาพลักษณ์ให้โตและมีมิติยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Glows by Day, Flows by Night” เปิดให้บริการยาวถึง 24.00 น. และหลังจากนั้นในบางร้าน

ปรับทัพแบรนด์ ดัน First in Thailand – New Concept

ไฮไลต์สำคัญของการรีโพซิชัน คือการปรับพอร์ตแบรนด์อาหารและไลฟ์สไตล์ ให้สอดรับกับจังหวะชีวิตทั้งวัน ปัจจุบันมีร้านเปิดให้บริการแล้ว เช่น ALFRESCO, KOZURI HANDROLL และ VE/LA พร้อมเตรียมทยอยเปิดแบรนด์ใหม่ อาทิ BARTELS, BELGO, LA GAUCHITA, JIAN CHA, KANI TENGOKU, ONIKU TO GOHAN, THE JAPANESE HIGHBALL BAR 1923 และ บ้านนอกเข้ากรุง

ขณะเดียวกัน ร้านเดิมที่อยู่กับ Groove มาอย่างยาวนานก็กลับมาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ อาทิ HONOHO, KENSHIN IZAKAYA, REAL PORK และ ชงเจริญ ช่วยเติมสีสันและขยายฐานลูกค้าในช่วงเวลาที่หลากหลายมากขึ้น

การรวมร้านอาหารนานาชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น เม็กซิกัน และยุโรป รวมถึงแบรนด์ First in Thailand และ New Concept ทำให้ Groove กลายเป็นจุดหมายด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนความหลากหลายของรสนิยมคนเมืองได้อย่างชัดเจน

 

เขย่าทำเล Super Core CBD CPN ปรับแม็กเน็ต 'เซ็นทรัลเวิลด์'

 

ปรับพื้นที่ Glass House ดันคอนเทนต์–คอมมูนิตี้

อีกหนึ่งไฮไลต์ คือการปรับพื้นที่ให้เป็น Indoor Glass House เปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน บรรยากาศโปร่ง โล่ง เหมาะกับการถ่ายภาพและสร้างคอนเทนต์ ขณะที่ช่วงกลางคืนจะเปลี่ยนเป็นโทนอุ่น มู้ดดี ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใต้ท้องฟ้า สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากโซนไลฟ์สไตล์อื่นในเมือง

นอกจากนี้ ยังเตรียมต่อยอดด้วยกิจกรรมและคอมมูนิตี้ อาทิ City Glow Club by Groove เพื่อเชื่อมโยงผู้คนผ่านไลฟ์สไตล์ กิจกรรม และการใช้พื้นที่ร่วมกันตอกย้ำเซ็นทรัลเวิลด์ ‘Center of Life’ คนเมือง