KEY
POINTS
“เวิร์คเวนเจอร์” ผู้นำด้านที่ปรึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างครบวงจร และผู้จัดทำผลสำรวจ Top 50 Companies in Thailand เผยผลสำรวจ “Top 50 Companies in Thailand 2026” พบปีนี้คนรุ่นใหม่เทคะแนนโหวตให้กับ “เอสซีจี” ยักษ์ใหญ่ของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลักในกลุ่มซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เคมิคอลส์ และแพคเกจจิ้ง เป็นบริษัทในฝันที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ตามมาด้วย“ปตท.” บริษัทชั้นนำด้านพลังงานและปิโตรเคมีครบวงจรของไทย ครองอันดับ 2 และ “กูเกิล” บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ครองอันดับ 3
นายเย็นส์ โพลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด เปิดเผยว่า การสำรวจ Top50 Companies in Thailand หรือ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด เป็นการสำรวจเดียวในประเทศไทยที่ไม่ได้ตัดสินโดยกรรมการ แต่ตัดสินโดยคนทำงานตัวจริง และเป็นการสำรวจที่มีคนร่วมโหวตมากที่สุดในประเทศ
ซึ่งเวิร์คเวนเจอร์ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 โดยปีนี้ได้รวบรวมความคิดเห็นจากคนทำงานจำนวน 12,167 คน อายุระหว่าง 22-35 ปี การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำการสำรวจระหว่างเดือน ตุลาคม - ธันวาคม 2568 ทั้งจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยคำถามปลายเปิดที่ให้อิสระทางความคิด โดยไม่ผ่านการชี้นำใด ๆ ว่า ‘บริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใคร และเพราะอะไร’
นอกจาก เอสซีจี ปตท. กูเกิล ที่ได้รับโหวตเป็นอันดับ 1-3 ตามลำดับแล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำอีก 47 แห่ง ได้รับโหวตให้เป็นบริษัทในฝันของคนรุ่นใหม่ ดังนี้
อันดับ 4-10 ได้แก่ ไลน์ อโกด้า เอสซีบีเอกซ์ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี บางจาก ไทยเบฟ โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ตามลำดับ
อันดับ 11-20 ได้แก่ ช้อปปี้ ธนาคารกสิกรไทย ยูนิลีเวอร์ แสนสิริ ติ๊กต็อก เน็ตฟลิกซ์ กลุ่มเซ็นทรัล เครือเจริญโภคภัณฑ์ โคตรคูล เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตามลำดับ
อันดับ 21-30 ได้แก่ ลาซาด้า ไทยออยล์ เอสซี แอสเสท โอสถสภา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สหพัฒนพิบูล เอไอเอส เมต้า ทรู คอร์ปอเรชั่น มิตรผล ตามลำดับ
อันดับ 31-40 ได้แก่ ซันโทรี่ พีแอนด์จี ลอรีอัล บิทคับ เดอะสแตนดาร์ด เทสลา ธนาคารกรุงไทย พีทีจีเอ็นเนอยี เอคเซนเชอร์ อายิโนะโมะโต๊ะ ตามลำดับ
อันดับ 41-50 ได้แก่ บุญรอดบริวเวอรี่ เอฟดับบลิวดี ยูนิชาร์ม กฟผ. ตลาดหลักทรัพย์ ลากลาส ฮอนด้า บีทีเอส กรุ๊ป เอพีไทยแลนด์ ยูนิโคล่ ตามลำดับ
“ผลสำรวจปีนี้สะท้อนให้เห็นความต้องการที่หลากหลายของคนทำงานยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่งานที่ช่วยเติมเต็มเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงการทำงานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของการจัดอันดับในปีนี้” นายเย็นส์ กล่าว
ความน่าสนใจของผลสำรวจปีนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงลำดับอุตสาหกรรม โดยแชมป์ใหม่เป็นของ กลุ่มเทคโนโลยี ที่มีบริษัทติดโพลมากที่สุดถึง 6 บริษัท ตามมาด้วยอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และอันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม จากเดิมในปี 2568 อันดับ 1 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อันดับ 3 ได้แก่ กลุ่มบันเทิงและสื่อ นอกจากนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองใน กลุ่มความงาม ที่ปีนี้มาแรงโดยมีบริษัทติดอันดับถึง 2 แห่ง สะท้อนให้เห็นถึงตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างชัดเจนสำหรับคนทำงานที่มองหาความท้าทาย
เพราะอุตสาหกรรมรีเทลเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการเรียนรู้ มีการปรับกลยุทธ์เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ทำให้คนทำงานต้องตื่นตัวอยู่เสมอ ถัดมาคือ กลุ่มบันเทิงและสื่อ ซึ่งคนรุ่นใหม่สนใจจากเนื้องานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์บนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงาน ส่วน กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นกลุ่มบริษัทในฝันสำหรับผู้ที่มองหาความมั่นคงควบคู่กับเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน เพราะความแข็งแกร่งของแบรนด์และระบบการบริหารจัดการคือโอกาสการเติบโตอย่างมืออาชีพ
นอกจากการประกาศผลการจัดอันดับบริษัทในฝันของคนรุ่นใหม่แล้ว เวิร์คเวนเจอร์ยังได้เผยผลวิเคราะห์ Employer Branding Super Trends 2026 ผ่านการบรรยายในหัวข้อ ทาเลนต์ไทย 2569: ถอดรหัสคนทำงานไทย เกมใหม่ของคนเก่งที่องค์กรต้องรู้ โดย นายจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า Employer Branding Super Trends ในปีนี้ชี้ให้เห็น 3 เทรนด์ใหญ่ที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่ง (Talent) ในยุคที่ข้อมูลและพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เทรนด์แรกคือ ผู้นำต้องสื่อสารด้วยตัวเอง ซึ่งข้อมูลจากเวิร์คเวนเจอร์และแนวโน้มระดับโลกชี้ว่าผู้สมัครงานให้ความเชื่อถือชื่อเสียงของผู้นำองค์กรเพิ่มขึ้นมาก ตัวอย่างเช่น Satya Nadella (Microsoft) หรือ Brian Chesky (Airbnb) ที่ใช้ช่องทางออนไลน์และสื่อสาธารณะสื่อสารวิสัยทัศน์ วัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กร ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อถือ ความโปร่งใส และแรงดึงดูดของ Employer Brand ดังนั้น ในปี 2569 ผู้นำองค์กรไทยจึงต้องลงสนามสื่อสารแบรนด์ด้วยตัวเองแทนที่จะให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคลฝ่ายเดียว
เทรนด์ที่สองคือ พลังเสียงของพนักงาน ถือเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ เนื่องจากข้อมูลระบุว่าเครือข่ายโซเชียลของพนักงานรวมกันมีขนาดใหญ่กว่าช่องทางทางการขององค์กรถึง 10 เท่า และโพสต์จากตัวบุคคลยังได้รับการมองเห็นมากกว่าโพสต์ในนามบริษัทหลายเท่าตัว การสร้างระบบที่สนับสนุนให้พนักงานเล่าเรื่องราวการทำงานจริงด้วยความภาคภูมิใจจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างความเชื่อถือให้กับผู้สมัครงานได้ดี
เทรนด์สุดท้ายคือ AI & Generative Engine Optimization (GEO) เนื่องจากในปี 2569 พฤติกรรมการค้นหางานจะเปลี่ยนจากการใช้เสิร์ชเอนจินแบบเดิมไปสู่การถามคำถามกับ AI เช่น “ทำงานที่บริษัท X เป็นอย่างไร” “บริษัท X เทียบกับบริษัท Y เป็นอย่างไร” ทำให้ AI กลายเป็นประตูหน้าในการสร้างภาพลักษณ์นายจ้างโดยตรง ซึ่งงานวิจัยของ Edelman คาดว่าการค้นหาผ่านระบบตอบคำถามด้วย AI จะเพิ่มขึ้นกว่า 50% ภายในปี 2571