KEY
POINTS
อินไซต์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลวิเคราะห์ Employer Branding Super Trends 2026 ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “ทาเลนต์ไทย 2569: ถอดรหัสคนทำงานไทย เกมใหม่ของคนเก่งที่องค์กรต้องรู้” ที่จัดขึ้นในงานประกาศรางวัล TOP 50 Companies in Thailand 2026 เผยตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ไม่อาจใช้สูตรเดิมในการดึงดูดและรักษาคนเก่งได้อีกต่อไป
ผลการสำรวจองค์กรที่คนอยากทำงานด้วยมากที่สุด ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ในปีนี้มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามกว่า 12,000 คน โดยผลสำรวจชี้ว่า คนทำงานรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ มากกว่าเงินเดือนและสวัสดิการที่เคยเป็นปัจจัยหลักในอดีต
นายจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์นายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ตลาดแรงงานไทยเปลี่ยนผ่านจากยุคที่นายจ้างเป็นผู้เลือก ไปสู่ยุคที่ AI และการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร เป็นตัวกำหนดว่าองค์กรจะมีตัวตนในสายตาของคนเก่ง (Talent) หรือไม่ และเป็นปีที่องค์กรต้อง ช่วงชิงความได้เปรียบโดยใช้ความจริงใจและเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของเวิร์คเวนเจอร์ พบว่ามี 3 เทรนด์ที่องค์กรไทยต้องเร่งปรับตัว เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งในยุคที่ข้อมูลและพฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
ปี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “ทาเลนต์ไทย” เมื่อ Gen Z จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานเกือบเต็ม 100% ขณะที่จำนวนแรงงานใหม่กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมทุก 5 ปีมีคนเข้าสู่ระบบราว 5 ล้านคน ปัจจุบันเหลือเพียง 4 ล้านคน และมีแนวโน้มลดลงเหลือ 3 ล้านคนในระยะถัดไป สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สงครามแย่งชิงคน (War for Talent) ทวีความรุนแรง และยืดเยื้อไปถึงยุค Gen Alpha และ Beta
ผลสำรวจยังพบว่า เป็นปีแรกที่ “เงินเดือน” ตกจากอันดับต้น ๆ ไปอยู่อันดับที่ 5 และ “สวัสดิการ” หล่นไปอยู่อันดับที่ 9 ในภาพรวมทุกเจเนอเรชัน หากเจาะเฉพาะ Gen Z เงินเดือนยังมีความสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด สิ่งที่คนรุ่นนี้ให้ค่าน้ำหนักมากขึ้นคือ วัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ความชัดเจนของการบริหารจัดการ ความเป็นมืออาชีพขององค์กร รวมถึงบรรยากาศสถานที่ทำงาน ทำเลออฟฟิศ และความยืดหยุ่นในการทำงาน เช่น Work from Home
แนวคิด “งานหนักพอทน งาน toxic พอเลย” กลายเป็นนิยามพฤติกรรมการทำงานของ Gen Z อย่างชัดเจน คนรุ่นนี้มองว่าการทำงานหนักไม่ใช่เรื่องผิด หากไม่กระทบชีวิตส่วนตัวและสุขภาพใจ แต่หากองค์กรขาดการดูแล ไม่เคารพขอบเขตชีวิต หรือมีวัฒนธรรมที่ไม่ตอบโจทย์ พวกเขาพร้อมตัดสินใจย้ายงานทันที โดยไม่ยึดติดกับการทำงานระยะยาวกับองค์กรเดียว
อีกหนึ่งกลุ่มที่ถูกจับตามองคือ “Zillennials” หรือคนรอยต่อระหว่าง Gen Y และ Gen Z ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “กาวใจ” ขององค์กร เป็นตัวกลางเชื่อมความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย และมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลทางวัฒนธรรมในที่ทำงาน
ขณะเดียวกัน การสร้างแบรนด์นายจ้าง (Employer Branding) กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่ผู้นำองค์กรต้องมีบทบาทโดยตรงมากขึ้น เทรนด์ CEO Branding ชี้ชัดว่า คนทำงานเชื่อ “ตัวตนของผู้นำ” มากกว่าโลโก้บริษัท ผู้นำที่สามารถเล่าเรื่ององค์กร การดูแลทีม และค่านิยมได้อย่างจริงใจ จะสร้างความศรัทธาได้มากกว่าการสื่อสารเชิงการตลาดแบบเดิม
สูตรชัยชนะในสงครามคนยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ผู้นำต้องออกมาเล่าเรื่องด้วยตนเอง พนักงานต้องทำหน้าที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์สะท้อนภาพจริงขององค์กร และองค์กรต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับยุค AI ซึ่งคนรุ่นใหม่เริ่มใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในการค้นหาและเปรียบเทียบองค์กรแทนการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจินแบบเดิม
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า ความท้าทายของตลาดแรงงานไทยในระยะต่อไป ไม่ได้อยู่ที่การขาดคนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับวิธีคิดขององค์กรให้ทันกับค่านิยมของคนทำงานยุคใหม่ ซึ่งมีตัวเลือกมากขึ้น และพร้อมเดินออกจากระบบเดิม หากคำว่า “งาน” ไม่ตอบโจทย์ “ชีวิต” อีกต่อไป