KEY
POINTS
นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีที่ประกันสังคมให้แรงงานในระบบจ่ายเงินสมทบเพิ่มปี 2569 จากเดิม 750 บาทต่อเดือน เป็น 875 บาทต่อเดือน สำหรับคนที่มีเงินเดือน 17,500 บาทขึ้นไป เป็นประเด็นใหญ่ที่อาจส่งผลทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้ หากเรื่องนี้ถูกตีแผ่เจาะลึกจริงจัง
เพราะสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศไทย มีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องและ GDP จะโตไม่ถึง 2% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี หากมีปัญหาประกันสังคมด้วยอาจกลายเป็น "ชนวนเหตุทางการเมือง" เข้าสู่ประเด็นการเลือกตั้ง
เมื่อเกิดการเปิดโปงตัวเลขที่ประกันสังคมอย่างชัดเจน อาจปลุกกระแสความโกรธแค้นจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศได้ กลายเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคม ที่บริหารจัดการผิดพลาดและขาดความโปร่งใส ยกตัวอย่าง เรื่องที่ยังเป็นข้อถกเถียงกัน ซึ่งสำนักงานประกันสังคม ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเข้าซื้ออาคาร SKYY9 Centre เรื่องนี้ก็ยังถูกมองว่าเป็นการ "ฉ้อราษฎร์บังหลวง" โดยใช้เงินของแรงงาน
ดังนั้น วิธีที่รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาด้วยการเก็บเงินสมทบเพิ่ม ตอนนี้ถูกมองว่าเป็นการนำเงินจากคนรุ่นใหม่ไปหมุนเวียนจ่ายให้คนที่จะเกษียณ เพื่ออุดรอยรั่วจากการบริหารที่ล้มเหลว
“สำหรับแรงงานต่างจังหวัดที่มีรายได้น้อย เงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเพียง 100 บาท มีค่าเท่ากับค่าอาหารหนึ่งวันหรือมากกว่านั้น และพวกเขามองว่า เงินสดในวันนี้มีความสำคัญกว่าเงินบำนาญในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะยังได้รับอยู่หรือไม่ ผลกระทบที่ตามมาคือ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน”
นายมิลินทร์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา เริ่มเห็นภาพผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ในหลายธุรกิจเตรียมรับมือและปรับตัวแล้ว โดยการผลักแรงงานออกจากระบบประจำไปสู่ระบบ "จ้างเหมา" (Outsource) หรือ "รายวัน" (Job-based) มากขึ้น นายจ้างตกลงกับลูกจ้างเพื่อเปลี่ยนมาเป็นการจ้างเหมาแทน ซึ่งทำให้ลูกจ้างได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยในระยะสั้น ขณะที่นายจ้างก็ลดต้นทุนแฝงลงได้
ส่วนบริษัทยังคงให้พนักงานอยู่ในระบบและยินดีจ่ายสมทบให้พนักงานเอง หรือแบ่งจ่ายกับพนักงานคนละครึ่ง เริ่มการตัดโอที ตัดค่าคอมมิชชัน หรือตั้งเป้าหมายยอดขายให้สูงเกินจริงเพื่อลดการจ่ายเงินโบนัส
เรียกได้ว่าระบบประกันสังคมเหมือนใช้อำนาจรัฐบังคับเก็บเงินเพิ่มจากแรงงาน จนแรงงานบางคนรู้สึกเสียเปรียบเพราะต้องจ่ายเหมือนเสียภาษีโดยไม่มีความคุ้มค่าที่ชัดเจน บางคนไม่รู้สิทธิของตัวเองด้วยซ้ำ นอกเหนือจากการทำฟัน 900 บาทต่อปี เมื่อเจ็บป่วยก็ใช้สิทธิรักษาที่ทับซ้อนกับบัตร 30 บาท สถานการณ์นี้จะทำให้แรงงาน "สละเรือ" และขอลาออกจากระบบด้วยความสมัครใจในท้ายที่สุด