
ดูชัดๆ ข้อมูลประชากรไทยปี 67 "ผู้หญิง" มากกว่าผู้ชาย 1.6 ล้านคน
ส่อง "ข้อมูลสำมะโนประชากรไทย" ล่าสุดปี 2567 รวม 65.9 ล้านคน ลดลงกว่า 101,405 คน มีผู้หญิงมากกว่าชายถึง 1.6 ล้านคน พบ 'นนทบุรี-กทม.' สัดส่วนหญิงมากกว่าชายสูงสุด
ฐานเศรษฐกิจ วิเคราะห์ข้อมูลจาก สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่เปิดเผยข้อมูลสถิติประชากรล่าสุด ณ เดือนธันวาคม 2567 แสดงให้เห็นภาพรวมโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 65,951,210 คน
แบ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทย 64,953,661 คน และผู้ไม่มีสัญชาติไทย 997,549 คน ขณะที่เมื่อปี 2566 มีประชากรทัั้งหมด 66,052,615 คน เท่ากับว่า ปี 2567 จำนวนประชากรรวมลดลงลดลงทั้งสิ้น 101,405 คน
วิเคราะห์สัดส่วนประชากรชาย-หญิง
ภาพรวมทั้งประเทศ:
- ประชากรชาย: 32,145,282 คน (ลดลง 78,726 คน)
- ประชากรหญิง: 33,805,928 คน (ลดลง 22,679 คน)
- ปี 2567 ประเทศไทยมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 1,660,646 คน (มากกว่าประมาณ 5.17%)
- ปี 2567 มีแนวโน้มประชากรลดลง โดยจำนวนผู้ชายลดลงมากกว่าผู้หญิง
จังหวัดที่มีสัดส่วนหญิงมากกว่าชายมากที่สุด
- นนทบุรี: หญิงมากกว่าชาย 98,475 คน (16.15%)
- กรุงเทพมหานคร: หญิงมากกว่าชาย 366,220 คน (14.39%)
- ภูเก็ต: หญิงมากกว่าชาย 25,607 คน (12.68%)
- สมุทรปราการ: หญิงมากกว่าชาย 72,712 คน (11.12%)
- เชียงใหม่: หญิงมากกว่าชาย 68,047 คน (7.86%)
จังหวัดที่มีสัดส่วนชายมากกว่าหญิง
- ระนอง: ชายมากกว่าหญิง 961 คน (0.99%)
- แม่ฮ่องสอน: ชายมากกว่าหญิง 3,364 คน (2.31%)
- บึงกาฬ: ชายมากกว่าหญิง 185 คน (0.09%)
- ตาก: ชายมากกว่าหญิง 7,269 คน (2.06%)
- สระแก้ว: ชายมากกว่าหญิง 960 คน (0.17%)
จังหวัดที่มีสัดส่วนชาย-หญิงใกล้เคียงกันมากที่สุด (ต่างกันน้อยกว่า 1%)
- บึงกาฬ: ต่างกัน 185 คน (0.09%)
- สระแก้ว: ต่างกัน 960 คน (0.17%)
- นราธิวาส: ต่างกัน 8,732 คน (0.53%)
- ตราด: ต่างกัน 2,731 คน (0.60%)
- ระนอง: ต่างกัน 961 คน (0.99%)
การกระจายตัวประชากร
จากการวิเคราะห์ข้อมูล ยังพบด้วยว่าการกระจุกตัวในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีประชากรรวมกว่า 10 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศ
โดยกรุงเทพมหานครมีประชากรมากที่สุดถึง 5,455,020 คน ตามมาด้วยจังหวัดสมุทรปราการและนนทบุรี โดยมีข้อมูลแบ่งเป็นรายภาคดังนี้
ภาคกลาง รวมกรุงเทพและปริมณฑล: 14,777,604 คน
- กรุงเทพและปริมณฑล: 10,906,819 คน
- กรุงเทพฯ: 5,455,020 คน
- นนทบุรี: 1,317,919 คน
- ปทุมธานี: 1,236,471 คน
- สมุทรปราการ: 1,380,826 คน
- นครปฐม: 925,758 คน
- สมุทรสาคร: 590,867 คน
- จังหวัดอื่นๆ ในภาคกลาง รวม: 3,870,785 คน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: 21,838,594 คน
- นครราชสีมา: 2,620,172 คน
- อุบลราชธานี: 1,867,942 คน
- ขอนแก่น: 1,772,381 คน
- บุรีรัมย์: 1,566,308 คน
- อุดรธานี: 1,552,135 คน และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
ภาคเหนือ: 12,403,455 คน
- เชียงใหม่: 1,799,019 คน
- เชียงราย: 1,297,657 คน
- นครสวรรค์: 1,014,401 คน
- เพชรบูรณ์: 960,718 คน และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
ภาคตะวันออก: 4,914,257 คน
- ชลบุรี: 1,635,525 คน
- ระยอง: 782,171 คน
- ฉะเชิงเทรา: 733,131 คน และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
ภาคใต้: 9,619,227 คน
- นครศรีธรรมราช: 1,534,653 คน
- สงขลา: 1,431,107 คน
- สุราษฎร์ธานี: 1,076,666 คน และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
ภาคตะวันตก: 2,398,073 คน
- ราชบุรี: 864,037 คน
- กาญจนบุรี: 896,351 คน
- เพชรบุรี: 484,145 คน และจังหวัดอื่นๆ ในภาค
จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุด
- กรุงเทพมหานคร: 5,455,020 คน
- นครราชสีมา: 2,620,172 คน
- ชลบุรี : 1,635,525 คน
จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด
- แม่ฮ่องสอน : 288,082 คน
- สมุทรสงคราม : 186,784 คน
- ระนอง : 192,927 คน
ภาคเหนือ มีความท้าทายเฉพาะในด้านประชากรข้ามชาติ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดน เช่น:
- เชียงใหม่มีผู้ไม่มีสัญชาติไทยมากถึง 163,036 คน
- เชียงรายมีผู้ไม่มีสัญชาติไทย 135,653 คน
- ตากมีผู้ไม่มีสัญชาติไทย 148,709 คน
- แม่ฮ่องสอนมีสัดส่วนผู้ไม่มีสัญชาติไทยสูงถึงร้อยละ 15.85 ของประชากรทั้งจังหวัด
สรุปปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึง:
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งในแง่การบริหารจัดการเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น การลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค และการจัดการประชากรข้ามชาติ การวางนโยบายในอนาคตจำเป็นต้องคำนึงถึงการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับการขยายตัวของเมือง และการจัดสรรทรัพยากรและบริการสาธารณะอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน
ที่มาข้อมูล : กรมการปกครอง






