thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”โต้รัฐบาลทอดทิ้งหาดใหญ่ แจงทุ่มงบช่วยน้ำท่วมกว่า 7,000 ล้าน

“สรรเพชญ”โต้รัฐบาลทอดทิ้งหาดใหญ่ แจงทุ่มงบช่วยน้ำท่วมกว่า 7,000 ล้าน

10 ก.ค. 69 | 13:17 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 13:32 น.

“สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม โต้รัฐบาลทอดทิ้งหาดใหญ่ แจงทุ่มงบช่วยน้ำท่วมกว่า 7,000 ล้าน วางแผนลงทุน 3.4 หมื่นล้าน แก้ปัญหาระยะยาว

KEY

POINTS

  • นายสรรเพชญ บุญญามณี โต้ข้อกล่าวหารัฐบาลทอดทิ้งหาดใหญ่ ยืนยันได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดสงขลาไปแล้วกว่า 7,800 ล้านบาท
  • การช่วยเหลือครอบคลุมหลายมิติ ทั้งเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท งบฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน
  • รัฐบาลได้วางแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ด้วยกรอบงบประมาณกว่า 34,259 ล้านบาท เพื่อป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน

"สรรเพชญ บุญญามณี" รมช.คมนาคม สวนกระแสข้อกล่าวหารัฐบาลไม่ดูแลหาดใหญ่ ยืนยันตลอดช่วงวิกฤตน้ำท่วมรัฐบาลเร่งช่วยเหลือครบทุกมิติ ทั้งเยียวยาประชาชน ฟื้นฟูพื้นที่ ระบบสาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมชี้แจงงบช่วยเหลือจังหวัดสงขลากว่า 7,800 ล้านบาท ขณะที่แผนแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา วางกรอบลงทุนระยะยาวกว่า 34,259 ล้านบาท ย้ำไม่ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นประเด็นทางการเมือง

“สรรเพชญ”แจงรัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งหาดใหญ่ดูแลครบทุกมิติ

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และไม่ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนและบิดเบือนข้อเท็จจริง เนื่องจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า การเยียวยาผู้ประสบภัย การฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนการวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันอุทกภัยในระยะยาว

 

นายสรรเพชญ กล่าวว่า หากพิจารณาภาพรวมของการดำเนินงาน จะเห็นว่ารัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ รวมถึงลดความเสี่ยงการเกิดน้ำท่วมซ้ำในอนาคต

ใช้งบฉุกเฉินกว่า 2,099 ล้านบาทช่วยผู้ประสบภัยสงขลา

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ภายหลังเกิดอุทกภัย จังหวัดสงขลาได้ใช้งบเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 2,099 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายด้านการดำรงชีพ การแพทย์ การเกษตร การบรรเทาสาธารณภัย และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานรัฐ

สำหรับพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือด้านการดำรงชีพให้ประชาชนแล้ว 94,734 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 1,892 ล้านบาท โดยการช่วยเหลือในส่วนนี้ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด

โอนเงินเยียวยา 9,000 บาท กว่า 642,000 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 9,000 บาท
จังหวัดสงขลามีผู้ได้รับการโอนเงินสำเร็จ 642,644 ครัวเรือน เป็นวงเงินรวมกว่า 5,783 ล้านบาท

ขณะที่เฉพาะอำเภอหาดใหญ่ มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 248,334 ครัวเรือน รวมวงเงิน 2,235 ล้านบาท

นายสรรเพชญ ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้ปล่อยให้ประชาชนเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

รับเงินช่วยเหลือ ADB ฟื้นฟูสงขลา-หาดใหญ่

นอกเหนือจากงบประมาณของภาครัฐ รัฐบาลยังได้รับความช่วยเหลือจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) วงเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา

ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 อนุมัติให้กระทรวงการคลังรับความช่วยเหลือดังกล่าว ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย

โรงพยาบาลหาดใหญ่ วงเงินประมาณ 20 ล้านบาท จัดซื้อครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ทดแทนที่ได้รับความเสียหาย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา วงเงิน 7 ล้านบาท จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์

เทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ วงเงิน 6 ล้านบาท ซ่อมแซมศูนย์พักพิงและจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น

งบประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ผ่านจังหวัดและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ทั้งนี้ ทุกโครงการมีกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือน

                                    สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

แจงงบกลาง 99.5 ล้านบาท เป็นข้อเสนอเพิ่มเติมไม่ใช่รัฐบาลไม่ทำ

นายสรรเพชญ กล่าวถึงกรณีการเสนอของบกลาง 99.5 ล้านบาท ว่า เป็นข้อเสนอของภาคคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนการฟื้นฟูและการป้องกันความเสียหายในระยะต่อไป

ดังนั้น จึงไม่สามารถนำมาอ้างได้ว่ารัฐบาลไม่เคยจัดสรรงบประมาณหรือไม่เคยให้ความช่วยเหลือพื้นที่หาดใหญ่ เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือและดำเนินมาตรการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด

วางแผนลงทุน 34,259 ล้านบาทแก้น้ำท่วมลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

นายสรรเพชญ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาอย่างเป็นระบบ แบ่งเป็น 3 ระยะ รวมวงเงิน 34,259.349 ล้านบาท ประกอบด้วย

แผนเร่งด่วน ปี 2569 วงเงิน 1,244.349 ล้านบาท

แผนระยะกลาง ปี 2570-2573 วงเงิน 4,220 ล้านบาท

แผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป วงเงิน 28,795 ล้านบาท
เดินหน้าขุดลอกคลอง 9 สาย พัฒนาระบบเตือนภัย

สำหรับแผนเร่งด่วนปี 2569 จะเร่งดำเนินโครงการสำคัญ ได้แก่

ขุดลอกคลอง 9 สาย

ซ่อมแซมอาคารชลประทานที่เสียหาย 161 แห่ง

พัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

ศึกษาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง ร.1-ร.6

ศึกษาโครงการคลองผันน้ำสายใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำท่วมในระยะยาว

ขณะเดียวกัน สำนักงานชลประทานที่ 16 ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฝนและน้ำหลาก โดยตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และอ่างเก็บน้ำทั้ง 57 แห่ง พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ 488 หน่วย และระบบโทรมาตร 34 แห่ง เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ย้ำอย่านำปัญหาน้ำท่วมมาเป็นประเด็นการเมือง

นายสรรเพชญ กล่าวว่า หากพิจารณาภาพรวมจะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งบรรเทาความเดือดร้อน เยียวยาผู้ประสบภัย ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณสุข และชุมชน ควบคู่กับการจัดทำแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

"ตัวเลขและมาตรการทั้งหมดสะท้อนชัดว่า รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งหาดใหญ่ แต่ให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเยียวยา การฟื้นฟู และการวางแผนป้องกันปัญหาในอนาคต ดังนั้น การกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ดูแลหาดใหญ่จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง" นายสรรเพชญ กล่าว

พร้อมย้ำว่า ปัญหาน้ำท่วมไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชน รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา แต่การวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ครบถ้วน โดยหาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญทั้งการเยียวยา ฟื้นฟู และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว