thansettakij
thansettakij
ไอ.ซี.ซี.ฯ ร่วมทุนบิวตี้ยักษ์ญี่ปุ่น รุกตลาดซาลอน-ความงาม

ไอ.ซี.ซี.ฯ ร่วมทุนบิวตี้ยักษ์ญี่ปุ่น รุกตลาดซาลอน-ความงาม

10 ก.ค. 69 | 10:11 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ก.ค. 69 | 10:23 น.

ไอ.ซี.ซี.ฯ ประกาศ Joint Venture จับมือยักษ์ความงามญี่ปุ่น “BH Group” ส่ง 2 แบรนด์ใหม่ ลุยตลาดซาลอนและนวัตกรรมความงาม

KEY

POINTS

  • ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมทุนกับบริษัท บีเอช จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมซาลอนและความงามจากประเทศญี่ปุ่น
  • นำเข้าและพัฒนาแบรนด์สำหรับมืออาชีพ เช่น Ma’remove (ผลิตภัณฑ์กำจัดขน) และ Noa Noa Luxe (เครื่องสำอางและสกินแคร์) สู่ตลาดไทย
  • ผสานความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมของญี่ปุ่นเข้ากับเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของไอ.ซี.ซี. เพื่อยกระดับธุรกิจความงาม
  • ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขยายธุรกิจซาลอนและความงามสู่ภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เดินหน้าเสริมความแกร่งพอร์ตโฟลิโอธุรกิจความงามครั้งใหญ่ ด้วยการร่วมทุนกับบริษัท บีเอช จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง นวัตกรรมซาลอน และเวลเนสชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น

นำผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับมืออาชีพ นวัตกรรมด้านซาลอน และโปรแกรมดูแลความงามเฉพาะทาง ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น มาสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยครอบคลุมการนำเข้าและพัฒนาแบรนด์ชั้นนำของ บริษัท บีเอช จำกัด อาทิ Ma’remove (แบรนด์มารีมูฟ) เป็นแบรนด์ที่เน้น ผลิตภัณฑ์กำจัดขนและดูแลผิวหลังการกำจัดขน (Hair Removal & Skin Care)

“I.C.C-BH Group” ร่วมทุนนำเข้าและพัฒนาแบรนด์รุกตลาดซาลอนและความงาม

และ Noa Noa Luxe (แบรนด์โนอา โนอา ลุกซ์) แบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ระดับพรีเมียม (Premium Cosmetics & Skincare) รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเล็งต่อยอดสู่การจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ในการขับเคลื่อนธุรกิจความงามและซาลอนในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอธุรกิจความงาม

“การร่วมทุนและลงนามความร่วมมือกับบริษัท บีเอช ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอธุรกิจความงามของไอ.ซี.ซี.ฯ เราเล็งเห็นว่าตลาดความงามและธุรกิจซาลอนในประเทศไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก

การนำนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์สำหรับมืออาชีพ และมาตรฐานการบริการระดับสูงจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในไทย ไม่เพียงแต่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาประสบการณ์ความงามที่มีคุณภาพได้อย่างตรงจุด แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต”

ผลิตภัณฑ์ภายใต้ความร่วมมือของ “ไอ.ซี.ซี.ฯ และ BH Group”

ด้านนายทาคายูกิ โทโคโรดะ ประธานกรรมการ บริษัท บีเอช จำกัด (BH Group ประเทศญี่ปุ่น) กล่าวว่า  BH Group ดำเนินธุรกิจด้านความงามและสุขภาพในประเทศญี่ปุ่น มีความเชี่ยวชาญและจุดแข็งที่โดดเด่นในด้านนวัตกรรมความงาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับมืออาชีพ ตลอดจนระบบการฝึกอบรมบุคลากรและการพัฒนาธุรกิจซาลอนอย่างครบวงจรในญี่ปุ่น

และได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งในประเทศจีน เวียดนาม และอีกหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญและเป็นประเทศที่ทาง บริษัท บีเอช จำกัด อยากร่วมสร้างการเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน

ด้วยความเชื่อมั่นว่า การผสานนวัตกรรมและแบรนด์แฟล็กชิป อย่าง Ma’remove (แบรนด์มารีมูฟ) และ Noa Noa Luxe (แบรนด์โนอา โนอา ลุกซ์) เข้ากับเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายและความเชี่ยวชาญในตลาดไทยของไอ.ซี.ซี.ฯ จะช่วยส่งมอบประสบการณ์ความงามและมาตรฐานบริการระดับญี่ปุ่น สู่ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยอดเยี่ยม และจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด”

“ไอ.ซี.ซี.ฯ” Joint Venture ยักษ์ความงามญี่ปุ่น “BH Group” รุกตลาดซาลอน-ความงาม

ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือทางธุรกิจ แต่เป็นการนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสานกัน ทั้งเครือข่ายและรากฐานทางธุรกิจอันแข็งแกร่งของเครือสหพัฒน์ รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดในธุรกิจความงามและสุขภาพของ บริษัท บีเอช จำกัด

ซึ่งจะครอบคลุมทั้งการนำเข้าและพัฒนาแบรนด์ชั้นนำอาทิ Ma’remove (แบรนด์มารีมูฟ), Noa Noa Luxe (แบรนด์โนอา โนอา ลุกซ์)  และแบรนด์ความงามอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความงามและมาตรฐานการบริการระดับญี่ปุ่นสู่ผู้บริโภคชาวไทย อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าใหม่ ๆ และส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคจำนวนมากในอนาคต

“บริษัทตั้งใจให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอาเซียน และพัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มทางธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งภูมิภาคในอนาคต อันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจซาลอนร่วมกัน โดยเราจะร่วมกันสร้างคุณค่าใหม่ ๆ จากประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปสู่อนาคตของภูมิภาคอาเซียน เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวให้กับทั้งสองฝ่ายต่อไป”