
เปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ บูสต์ลงทุน ท่องเที่ยว ไทย-มาเลเซีย ททท. ชู ประตูท่องเที่ยวอาเซียน
นายกรัฐมนตรีไทย-มาเลย์ เปิดใช้ถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่–ด่านบูกิตกายูฮิตัม ยกระดับการค้า การลงทุน บูสต์ท่องเที่ยวไทย–มาเลเซีย ททท. ชู “ด่านสะเดา” ประตูการท่องเที่ยวอาเซียน
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซียร่วมเปิดใช้ถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ
- ด่านสะเดาแห่งใหม่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาความแออัด ลดระยะเวลาการเดินทาง และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางทางบก
- ททท. ชูด่านสะเดาแห่งใหม่เป็น "ประตูท่องเที่ยวอาเซียน" (Southern Tourism Gateway) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางทางบก โดยเฉพาะจากมาเลเซีย
- คาดว่าการเปิดด่านใหม่จะช่วยยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวทางบกของภาคใต้ สร้างรายได้สู่พื้นที่ชายแดน
วันนี้ (วันที่ 10 กรกฎาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดใช้ถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เชื่อมต่อกับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย
เปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ บูสต์ลงทุน ท่องเที่ยว ไทย-มาเลเซีย
การเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยง ยกระดับการค้า การลงทุน และพลิกโฉมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ถือเป็นประตูเศรษฐกิจและท่องเที่ยวบานใหญ่ที่เชื่อมไทยสู่มาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน โดยถนนเส้นใหม่นี้จะช่วย แก้ปัญหาความแออัดของด่านเดิมอย่างเบ็ดเสร็จ ลดเวลารอคอยและการเดินทางของนักท่องเที่ยวลงอย่างมาก
ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียสามารถเดินทางไป-กลับ หรือเดินทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น หาดใหญ่ สงขลา และรัฐเคดาห์ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ถนนเชื่อมด่านแห่งใหม่จะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป คาดว่าจะช่วยยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวทางบกของภาคใต้ พร้อมต้อนรับมหกรรมท่องเที่ยว และสร้างรายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซียได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ทางธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ได้มอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยกระทรวงการคลังได้ลงนามรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจาก ADB ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้รับความช่วยเหลือดังกล่าวในนามรัฐบาลไทย เพื่อนำไปฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดสงขลาเมื่อปี 2568
สร้างความสะดวกนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ขับรถเที่ยวไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่เป็น Tourism Infrastructure ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจรองรับการเติบโตของกลุ่ม Overland Tourism
โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งมีพฤติกรรมการเดินทางมายังประเทศไทยด้วยการคมนาคมทางบกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศไทยและมาเลเซียมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ยังทำการตลาดเชิงรุกรองรับการเปิดด่านแห่งใหม่ร่วมมือกับพันธมิตรการท่องเที่ยวในพื้นที่มาเลเซียและชมรมผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของมาเลเซีย กระตุ้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลและคาราวานท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวแบบ Scenic Route เพื่อกระตุ้นการ เดินทางระหว่างกันในรูปแบบการท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน (Cross-border Tourism) อันนำไปสู่การะจายรายได้สู่พื้นที่ชายแดนและเมืองน่าเที่ยวของภาคใต้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคอาเซียน
อีกทั้งยังได้ลงพื้นที่บริเวณคลองระบายน้ำ ร.1 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะของกระแสน้ำและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม
การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และลดความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ การคมนาคม และการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ชายแดนภาคใต้
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเดินทางด้วยกลยุทธ์ Value over Volume เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านสะเดาแห่งใหม่ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย
ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle (IMT-GT) ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาค
ททท.ชู ด่านสะเดาแห่งใหม่ ประตูการท่องเที่ยวอาเซียน
โดย ททท. เชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับภาคใต้ของไทยสู่การเป็น Southern Tourism Gateway เชื่อมโยงการเดินทางไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ และเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียนในระยะยาว
ในช่วงการเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ททท. ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “New Hatyai” เชิญผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (KOL) จากประเทศมาเลเซีย มาถ่ายทอดมุมมองใหม่ของหาดใหญ่ พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางสู่จังหวัดพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช
ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Roadshow, Joint Marketing และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่จากเมืองชายแดนสู่เมืองน่าเที่ยวของประเทศไทย
จากข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 21 มิถุนายน 2569 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางเข้าไทยแล้ว 2,054,203 คน เป็นนักท่องเที่ยวผ่านด่านทางบกจำนวน 1,768,663 คน คิดเป็น 86.1 % และเป็นนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านสะเดาถึง 1,041,816 คน คิดเป็นประมาณ 50.7% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่เดินทางเข้าประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน ทั้งด้านความถี่ในการเดินทางและการเดินทางซ้ำ นิยมเดินทางมาไทยเพื่อพักผ่อนวันหยุดและเป็น Weekend Destinations โดยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล ตามลำดับ







